โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แปรรูปไม้ยางฟื้น "เมกก้าวู๊ด" ผลิตพุ่ง 10%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 ก.ค. 2563 เวลา 03.22 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2563 เวลา 03.22 น.
เริ่มฟื้นตัว - บริษัท เมกก้าวู้ด จำกัด เพิ่มกำลังผลิตขึ้นประมาณ 10% หลังเจอวิกฤตจนต้องปรับโครงสร้างองค์กรและปรับลดพนักงานลง

“เมกก้าวู้ด” โรงงานแปรรูปไม้ยางพาราออร์เดอร์จีนพุ่ง หลังโควิด-19 กำลังการผลิตเพิ่ม 10% เหตุโรงงานจีนปรับตัว ราคาไม้ยางไทยลดต่ำลงสู้ราคาไม้อื่นทั่วโลกได้ เผย 2 ปีก่อนวิกฤตหนักจากหลายปัจจัย ทั้งซัพพลายล้นตลาด จีนออกกฎต้องผลิตไม้ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สงครามการค้าจีน-สหรัฐ เงินบาทแข็งค่า ทำไม้ยางไทยราคาพุ่งสู้ราคาไม้อื่นในตลาดโลกยาก

นายภรภัทร โรจนมงคล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมกก้าวู้ด จำกัด จ.ตรัง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ธุรกิจแปรรูปไม้ยางพาราของบริษัท เมกก้าวู้ด ในปีนี้เริ่มปรับตัวดีกว่าปีที่ผ่านมา จากปี 2562 สามารถทำการแปรรูปไม้ยางพาราได้เพียง 1.3 แสนลูกบาทฟุตต่อเดือน ในปี 2563 เพิ่มขึ้นมา 1.4 หมื่นลูกบาทฟุตต่อเดือน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 10% ขณะกำลังการผลิตสูงสุดอยู่ที่ 1.5 แสนลูกบาทฟุตต่อเดือน เนื่องจากตลาดมีการแข่งขันน้อย และโชคดีที่ช่วงโควิด-19 ส่งผลกระทบน้อยกว่าอุตสาหกรรมอื่นในประเทศ โดยธุรกิจนี้มีการค้าขายกับจีนเป็นหลัก แม้จะหยุดชะงักไปในช่วงแรกหลังจากโควิดระบาดในจีนตั้งแต่เดือนมกราคม-เดือนมีนาคม แต่หลังจากนั้นก็กลับเข้าสู่ภาวะปกติ และราคาก็ไม่ได้ตกลงมากเท่าไหร่นัก

“โดยรวมในปีนี้ถึงมีสถานการณ์โควิด-19 ธุรกิจก็ยังพอไปได้ บริษัท เมกก้าวู้ด สามารถทำการแปรรูปไม้ยางพาราเฉลี่ยต่อเดือนเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อยรวมมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 55 ล้านบาทต่อเดือน โดยไม่ได้ตั้งเป้ารายได้เพิ่มแต่อย่างใด เพราะจะกลายเป็นว่าเราต้องเร่งหาวัตถุดิบ และจะส่งผลให้ต้นทุนในการทำงานสูงมาก ผมจะปล่อยสบาย ๆ เพื่อให้เราไม่เจ็บตัวมากเมื่อมีปัจจัยด้านลบมากระทบ”

ทั้งนี้ ในช่วงเกิดสถานการณ์โควิด-19 บริษัท เมกก้าวู้ด ได้ลดต้นทุนลงด้วยการควบคุมภายใน จัดองค์กรใหม่ และจำเป็นต้องปรับลดพนักงานจาก 520 คน เหลือ 470 คน เพราะ 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทขาดทุน แต่คาดว่าในปี 2563 ไม่ขาดทุน ถึงแนวโน้มครึ่งปีหลังจะไม่ดีเท่าปีที่ผ่านมาและอาจจะไม่มีกำไรเหมือนในอดีตที่อุตสาหกรรมนี้เฟื่องฟู

นายภรภัทรกล่าวว่า ก่อนหน้านั้นอุตสาหกรรมไม้ตั้งแต่ปี 2557-2560 อยู่ในสภาวะดีมาโดยตลอด ผู้ประกอบการค่อนข้างประมาทในการดำเนินธุรกิจ เมื่อต้นทุนสูงรายได้ไม่พอก็กู้เงินมาลงทุน กระทั่งสถานการณ์วิกฤตที่สุดในปลายปี 2560 ประมาณช่วงเดือนพฤศจิกายน-ปลายปี 2562 ซึ่งเกิดจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นซัพพลายของอุตสาหกรรมไม้ยางพาราแปรรูปมีมากเกินความต้องการของตลาด เพราะมีการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านด้วย และผู้ใหญ่ในอุตสาหกรรมนี้ถึงกับบอกว่าตั้งแต่ทำการค้าแปรรูปไม้ยางพารากับจีนมา 20 กว่าปี 2 ปีนี้หนักที่สุด

“การเกิดวิกฤตเริ่มมาจากช่วงหนึ่งในประเทศไทยมีความต้องการไม้ยางพาราสูง ราคาดีดตัวขึ้น คนมาลงทุนเยอะทั่วทั้งภาคใต้ ภาคตะวันออก ซัพพลายก็ออกมาเยอะ ผู้ประกอบการรายเดิมที่ทำอยู่ขยายกิจการเพิ่ม นอกจากนี้ยังมีผู้ประกอบการรายใหม่เพิ่มอีกทั้งคนไทยและคนจีน ซึ่งในช่วงปลายปี 2560 ภาครัฐของจีนเข้มงวดในการออกกฎหมายระเบียบให้โรงงานยกระดับอุตสาหกรรมให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นด้วย ผู้ประกอบการโรงงานไม้ยางพาราแปรรูปสำหรับนำไปทำเฟอร์นิเจอร์ที่ปรับตัวไม่ทันต้องเลิกกิจการไป ประกอบกับมีการผลิตมากเกินความต้องการ จนเกิดสินค้าล้นตลาดทำให้ราคาดิ่งลงไม่ต่างจากการตกหน้าผา หลังจากนั้นมีสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐตามมาทำให้ไม้ยางแปรรูปที่ผลิตเยอะในประเทศไทยส่งออกไม่ได้ ถัดมาค่าเงินบาทแข็งค่ามากส่งผลกระทบผู้ส่งออกถึงการนำเข้าจำหน่ายง่ายขึ้นแต่ส่งออกไปขายยาก ต่อให้ขายสินค้าในราคาเดิมเมื่อแปลงค่าเงินแล้วมีรายได้น้อยกว่าปกติ”

นายภรภัทรกล่าวต่อไปว่า หลังจากปี 2562 สถานการณ์เริ่มทรงตัว ผู้ประกอบการของจีนเริ่มปรับตัวได้แล้วกลับมาเดินเครื่องโรงงาน ทั้งราคาไม้ยางไทยลดต่ำลงมาอยู่ระดับราคาเดียวกันกับไม้อื่นทั่วโลก จากที่ก่อนหน้านั้นราคาแพงกว่า เพราะไม้ยางพารายังมีจำนวนมาก จุดเด่นคือสามารถเข้าเครื่องจักรอัตโนมัติได้สะดวก ผลิตง่าย ต้นทุนต่ำ แต่ยังมีไม้จากฝั่งยุโรปอีกหลายประเภทที่มีลักษณะเหมือนกับไม้ยางพารา

“พอไม้ยางพาราของไทยราคาสูงเกินไปผู้นำเข้าจีนก็หันไปหาไม้อย่างอื่น พอราคาไม้ยางไทยกลับมาต่ำ จีนก็กลับมาหาเรา ซึ่งจีนกลับมาหาเราตอนปลายปี 2562 ตอนราคาสูงที่สุดขึ้นไปไร่ละ 7-8 หมื่นบาท สภาพไม้สวยมาก ๆ ราคาพุ่งขึ้นไปเหยียบไร่ละแสนบาท แต่ ณ วันนี้ราคาตกลงไปมากเหลือเพียงไร่ละ 2 หมื่นบาท เรียกได้ว่าตกต่ำลงมาจนถึงขนาดนั้น ตอนนี้เฉลี่ยขึ้นมาบ้าง ผมคาดว่าส่วนใหญ่น่าจะอยู่ที่ 3-4 หมื่นบาทต่อไร่ประมาณนี้”

ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ประกอบการแปรรูปไม้ยางพาราทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่รวมกันกว่า 100 แห่ง มีทั้งเป็นโรงเลื่อยไม้ โรงอบ โรงงานทำเฟอร์นิเจอร์ ทำไม้แผ่น เป็นต้น โดยในจังหวัดตรังมีกิจการอยู่ไม่น้อยกว่า 30 แห่ง และบริษัท เมกก้าวู้ด ก็เป็นหนึ่งในนั้น ซึ่งมี 2 โรงงาน ตั้งอยู่ที่คลองเต็ง อ.เมือง และ อ.นาโยง จ.ตรัง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...