โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พี่น้องคุยกัน AP Open House ชีวิตจริงยิ่งกว่าทฤษฎี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 ก.ค. 2566 เวลา 05.14 น. • เผยแพร่ 15 ก.ค. 2566 เวลา 05.14 น.

“ผมไปพบความลับของเด็กฝึกงาน แล้วเกิดความสงสาร เนื่องจากเห็นน้อง ๆ ถูกรุ่นพี่ใช้งานสารพัด โดยไม่ได้ความรู้ เหมือนฝึกงานแล้วไม่ได้อะไร เผลอ ๆ ออกจากบริษัทน้อง ๆ เหล่านี้ยังว่าบริษัทตามหลัง จุดนี้เอง ทำให้ผมคิดว่าถ้าฝึกงานแล้วไม่ได้อะไร ก็คงไม่มีประโยชน์ต่อทั้งตัวน้องและบริษัท”

คำกล่าวเบื้องต้นคือคำพูดของ “อนุพงษ์ อัศวโภคิน” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) ที่กล่าวกับน้อง ๆ นิสิต-นักศึกษาทั่วประเทศจำนวน 40 คน ในโครงการ AP Open House 2023 ในกิจกรรม “พี่น้องคุยกัน”

มี 2 พี่ใหญ่ อย่าง “อนุพงษ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ “พิเชษฐ วิภวศุภกร” กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) มาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองอย่างเป็นกันเอง

ทั้งนี้เพราะ “เอพี ไทยแลนด์” เชื่อว่า…การให้ที่ดีที่สุดคือการให้ความรู้

มูลเหตุนี้ จึงทำให้บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แถวหน้าของไทย เล็งเห็นถึงความสำคัญในการเปิดโอกาสให้นิสิต-นักศึกษาทั่วประเทศมีโอกาสฝึกงาน และเรียนรู้งานจากบริษัทที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ เพื่อให้น้อง ๆ เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ และพร้อมออกสู่โลกการทำงานจริง

กอปรกับอีกความเชื่อว่า…ฝึกงานทั้งที ต้องดีที่สุด เพราะชีวิตจริงยิ่งกว่าทฤษฎี

กล่าวกันว่าความเชื่ออย่างหลังนี้เอง ที่ทำให้บริษัทนำมาเป็นคำโปรยของ AP Open House โปรแกรมฝึกงานที่ได้รับการยอมรับจากนิสิต นักศึกษาทั่วประเทศว่าโดนใจเป็นที่สุด ซึ่งปีนี้นับเป็นปีที่ 8 แล้วที่เอพี ไทยแลนด์ เปิดบ้านชวนน้อง ๆ นิสิต-นักศึกษาทั่วประเทศมาเรียนรู้ชีวิตทำงานจริง

สำหรับปีนี้มีน้อง ๆ ทั้งสิ้น 40 คน จากผู้สมัคร 3,000 กว่าคน เข้ามาเรียนรู้กระบวนการทำงานด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างใกล้ชิดกับผู้เชี่ยวชาญตัวจริง พร้อมมอบโอกาสพานักศึกษาที่ได้รับคัดเลือกไปศึกษาดูงานประเทศญี่ปุ่น โดยไม่มีค่าใช้จ่ายอีกด้วย

ที่ผ่านมาโครงการ AP Open House พาน้อง ๆ นิสิต-นักศึกษาจากมหา’ลัยต่าง ๆ ไปศึกษาดูงานที่ประเทศญี่ปุ่นมาหลายรุ่นแล้ว

“อนุพงษ์” เริ่มเล่าให้ฟังก่อนว่า ผมเชื่อว่าน้อง ๆ หลายคนเมื่อเรียนจบมาจะมีความงง ๆ ว่าเราต้องการทำงานอะไร บางอุตสาหกรรมมองข้างนอกช่างสวยหรู แต่พอเข้าไป กลับไม่ใช่ดั่งฝัน ทำให้เสียเวลาไปเป็นปีกับสิ่งที่ไม่ชอบ จึงอยากจัดโปรแกรม AP Open House ขึ้นมาให้น้อง ๆ ทดลองเจอกับการทำงานจริง

โดยไม่จำเป็นต้องชอบอุตสาหกรรมนี้ก็ได้ ขอแค่ได้ความรู้กลับไป เราบอกกับพนักงานของเราอย่างกำชับเลยว่า ถ้าน้องอยากรู้เรื่องอะไร เรายินดีเปิดให้ดู และให้ความรู้ทั้งหมด

เบื้องต้นในกิจกรรมพี่น้องคุยกัน “อนุพงษ์” และ “พิเชษฐ” เล่าถึงประสบการณ์ และแนวคิดการทำงานตลอดระยะเวลา 32 ปี พร้อมเผยเรื่องราวหลังบ้าน และเคล็ดลับความสำเร็จของบริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) ที่ไม่เคยมีใครรู้มาก่อนให้น้อง ๆ นิสิต-นักศึกษาฟังอย่างกันเอง ทั้งแง่คิดต่าง ๆ หรือหลักการจัดการใจคน ที่จะเป็นต้นทุนสำคัญเมื่อน้อง ๆ ก้าวเข้าสู่ชีวิตการทำงานจริง

“ย้อนกลับไป 6-7 ปีที่แล้ว ตอนนั้นยอดขายของ AP ติดกับดักอยู่ที่ 2 หมื่นล้านบาทเป็นเวลาหลายปี ไม่ขยับไปไหน ประกอบกับปัญหาการเมืองในออฟฟิศก็คุกรุ่นขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนั้นผมจำได้เลย ผมเกือบจะรีไทร์แล้ว เพราะผมอึดอัดพี่พิเชษฐ

ในวันที่พี่พิเชษฐเข้าประชุม ผมไม่เข้า ทุกวันตื่นเช้ามาก็ไม่อยากทำงาน เพราะว่าเราโดนเกมการเมืองในบริษัท ตอนนั้นพี่พิเชษฐก็รู้สึกเช่นกัน อยากจะรีไทร์เหมือนกัน ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้า เราทำงานเพราะสนุก แต่ทำไมไม่รู้ ตอนนั้นพวกเราถึงรู้สึกเบื่อที่จะมาทำงาน”

แต่ก็เบื่อได้ไม่นาน

เพราะ “อนุพงษ์” ไปพบหนังสือเล่มหนึ่งมีชื่อว่า “The Outward Mindset” หนังสือเล่มนี้ไม่เพียงเปลี่ยนความคิดของ “อนุพงษ์” หากยังเปลี่ยนความคิดของ “พิเชษฐ” ด้วย เพราะเนื้อหาของหนังสือพูดถึงวิธีการมองผู้อื่น สอนให้เรารู้จักมุมมองใหม่ ๆ สำรวจกรอบความคิดแบบมองออก, การคำนึงถึงคนอื่น และการเปลี่ยนแปลงกรอบความคิดให้กว้างขึ้น

นอกจากนั้น “The Outward Mindset” ยังอธิบายเรื่องเมื่อยามเกิดปัญหาขึ้นมา เราจะเจอคนสองแบบอยู่เสมอ แบบแรกมองเห็นแต่ความยุ่งยาก ส่วนแบบที่สองมองเห็นแต่โอกาส แต่อะไรที่ทำให้คนสองแบบนี้แตกต่างกัน คำตอบง่าย ๆ คือ…mindset

“อนุพงษ์” และ “พิเชษฐ” ถึงบางอ้อ และที่สุดจึงนำมาสู่การทรานส์ฟอร์มองค์กรในที่สุด

ถึงตรงนี้ “พิเชษฐ” กล่าวเสริมว่า The Outward Mindset นับเป็นวัฒนธรรมองค์กรหลักที่ปลูกฝังแนวความคิดให้กับพนักงาน AP ทุกคน ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำงาน เพราะหลักคิดของหนังสือเล่มนี้คือไม่ได้มองปัญหาจากแค่มุมมองของตัวเอง แต่ให้ลองมองจากคนคนนั้นที่เราทำงานด้วยจริง ๆ

“และไม่ใช่คิดแค่เพียงว่าจุดมุ่งหมายของเราคืออะไร ลองคิดในมุมเขาดูว่าปัญหา และอุปสรรคของเขาคืออะไร ที่สำคัญ แนวคิดดังกล่าวไม่ใช่เพียงการทำงานเท่านั้น แต่ยังนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันของทุกคนได้เช่นกัน

ผลลัพธ์จึงไม่ใช่แค่พนักงานทำงานได้ดีขึ้น แต่หมายรวมถึงความสุขที่เพิ่มขึ้นด้วย เมื่อพนักงานมีความสุขที่จะมาทำงาน บรรยากาศการทำงานก็จะดี ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มขึ้นตามมา”

“สำหรับน้อง ๆ การเรียนหนังสือหนัก อาจทำให้เราเครียด แต่สิ่งที่เครียดกว่าคือการมีเพื่อนที่เราไม่ชอบ หรือบางครั้งพบอาจารย์ที่ไม่เข้าใจเรา ซึ่งสองปัจจัยเป็นเหตุแห่งความทุกข์ของตัวเราเอง แต่หนังสือ The Outward Mindset กลับช่วยทำให้เรามองคนอื่นเปลี่ยนไป เริ่มเอาใจเขามาใส่ใจเรามากขึ้น และคนอื่นยังคงเป็นคนเดิม แต่เราจะทุกข์น้อยลง”

“อนุพงษ์” พยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของ “พิเชษฐ” พร้อมอธิบายเสริมว่า ปกติเรามักตัดสินคนอื่นด้วยประสบการณ์ของเรา แต่ The Outward Mindset จะสอนให้เรามองคนให้เป็นคน อย่ามองเป็นวัตถุ การที่เราโกรธใครสักคน หรือมีปัญหากับใครสักคนจะต้องหา 3 ข้อดังนี้ให้เจอคือ

1) ความต้องการ (need) หาความต้องการของอีกฝ่าย 2) หาจุดมุ่งหมาย (objective) ของการกระทำของเขาว่าเขาต้องการสิ่งนั้นไปเพื่ออะไร และ 3) หาความท้าทาย (challenge) และทำความเข้าใจปัญหาที่เขากำลังเผชิญ

“หลายคนบอกการเอาใจเขามาใส่ใจเรา แปลว่าเราต้องอ่อนแอ และยอมตามเขา ความจริงไม่ใช่อย่างนั้นเลย ถ้าคุณเอาหลักคิดนี้ไปประยุกต์ใช้กับทุกเรื่องในชีวิต จะรู้ว่าการเอาใจเขามาใส่ใจเรานั้น เมื่อเราเริ่มต้นด้วยการทำความเข้าใจเขา พูดกับเขาอย่างสงบ ภายใต้หลัก 3 ข้อข้างต้น ความโกรธจะลดลง ความเข้าใจจะมากขึ้น ไม่ใช่ว่าเราต้องยอมเขาเสมอไป แต่เราจะพูดกับเขาได้ว่า ทำไมเราถึงทำให้ไม่ได้ มีเหตุผลอะไรบ้าง ด้วยความใจเย็นขึ้น”

เมื่อน้อง ๆ นิสิต-นักศึกษาฟังถึงตรงนี้ ทุกคนจึงปรบมือพร้อมกันอย่างเข้าใจ

และทุกคนต่างชื่นชอบ session พิเศษ “พี่น้องคุยกัน” จากสองพี่ใหญ่แห่งบ้านเอพี เป็นอย่างมาก จนทำให้ตลอดช่วงบ่ายของวันนั้น ต่างเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุขของทุกคน มากกว่าวิชาความรู้ ความเข้าใจถึงความเป็น “นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์” ในแบบฉบับของเอพีแล้ว น้อง ๆ ยังได้ “วิชาชีวิต” ขั้นเทพติดตัวกลับไปอีกด้วย

ซึ่งไม่ธรรมดาเลย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...