โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

มีผลบังคับแล้ว กฎหมายการวางสินไถ่คุ้มครองประชาชนในสัญญาขายฝากที่ดินเกษตรกรรมและที่อยู่อาศัย

สวพ.FM91

อัพเดต 09 ก.ค. 2566 เวลา 18.20 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2566 เวลา 18.20 น.

มีผลบังคับแล้ว กฎหมายการวางสินไถ่คุ้มครองประชาชนในสัญญาขายฝากที่ดินเกษตรกรรมและที่อยู่อาศัย

(8 ก.ค.66) น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว่า ราชกิจจานุเบกษาได้ประกาศระเบียบกรมที่ดินว่าด้วยการวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ ณ สำนักงานที่ดิน ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย (ฉบับที่ 2 ) พ.ศ. 2566 เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยให้มีผลบังคับทันที โดยระเบียบกรมที่ดินฉบับนี้ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบฉบับเดิม ให้สอดคล้องกับหลักการมาตรา 18 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 ซึ่งบัญญัติให้ทรัพย์สินที่ขายฝากตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ขายฝากตั้งแต่เวลาที่ผู้ขายฝากได้ชำระสินไถ่หรือวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่
นอกจากนี้ กำหนดว่าเมื่อผู้ขายฝากได้ชำระสินไถ่หรือวางสินไถ่ ณ สำนักงานที่ดิน โดยสละสิทธิถอนทรัพย์ที่ได้วางไว้แล้ว และเจ้าพนักงานที่ดินมีคำสั่งรับวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ พร้อมกับได้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ซื้อฝากทราบเพื่อมารับเงินอันเป็นสินไถ่และนำหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินมาจดทะเบียนไถ่จากขายฝาก ทั้งนี้ หากพ้นกำหนดระยะเวลา 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง หรือพ้นกำหนดระยะเวลา30 วัน นับแต่วันที่ถือว่าได้รับแจ้ง แต่ผู้ซื้อฝากไม่มาโดยไม่ติดต่อหรือแจ้งเหตุขัดข้อง หรือมาแต่ไม่ส่งมอบหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินที่ขายฝาก ให้เจ้าหน้าที่สามารถออกใบแทนเพื่อจดทะเบียนไถ่จากขายฝากให้แก่ผู้ขายฝากได้
การเริ่มมีผลบังคับของระเบียบกรมที่ดินว่าด้วยการวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ฯ เป็นการบรรลุการแก้ไขปัญหาการขายฝากที่ไม่เป็นธรรมให้แก่ประชาชน ตามที่รัฐบาลได้ให้ความสำคัญ เพื่อเพิ่มความเป็นธรรม คุ้มครองประชาชนไม่ให้ถูกเอาอัดเราเปรียบจากการใช้ช่องว่างทางกฎหมาย

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...