โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

สามเกลอ อาหารไทยหลายเมนูขาดไม่ได้ ฝรั่งไม่เข้าใจ บ้างดมแล้วร้องยี้

เส้นทางเศรษฐี

อัพเดต 29 ก.ค. 2567 เวลา 04.32 น. • เผยแพร่ 29 ก.ค. 2567 เวลา 03.39 น.

สามเกลอ อาหารไทยหลายเมนูขาดไม่ได้ ฝรั่งไม่เข้าใจ บ้างดมแล้วร้องยี้

จะกินแกงไม่ว่าแกงจืดแกงเผ็ดมันต้องร้อน ไม่ร้อนไม่อร่อย ผมมีเพื่อนคนหนึ่งเวลาไปร้านอาหารต้องสั่งบริกรว่า “เอาแกงร้อนๆ นะ ไม่ร้อนไม่กิน” ได้แกงร้อนๆ มาก็มานั่งเป่าทีละคำกว่าจะได้กิน

แต่ “แกงร้อน” ไม่ได้หมายถึง “แกงอะไรก็ได้ที่ร้อนๆ”

“แกงร้อน” นี้คือแกงจืดวุ้นเส้นที่ผัดรากผักชี กระเทียม พริกไทย กับน้ำมันแล้วใส่เครื่องแกงจืดวุ้นเส้นลงไปผัดค่อยเติมน้ำปรุงรส แกงจืดที่ไม่จืดลักษณะนี้เขาเรียกวิธีการว่า “การตีน้ำมันกระเทียม” มันจะหอมกว่าแกงจืดปกติ

ผมเคยไปกินข้าวบ้านเพื่อนที่มีเชื้อสายจีน เขาแกงจืดโดยเจียวกระเทียมให้หอมแล้วเอาเนื้อสัตว์ลงผัด ค่อยเติมน้ำซุป วันนั้นเขาแกงกับถั่วงอกหัวโตหรือถั่วเหลืองเพาะ ถั่วงอกหัวโตต้องต้มกับน้ำซุปนานกว่าจะนุ่ม แกงจืดแบบนี้จะมีมันลอยหน้าหอมกลิ่นกระเทียม บางบ้านยังเติมน้ำมันกระเทียมเจียวหน้าแกงอีกหน่อย คล้ายกับข้าวต้มหมูสับ ที่บ้านผมต้องหั่นผักกาดหอมรองก้น ใส่ข้าวต้มหมูสับข้าวเละๆ น้ำเยอะหน่อย และโรยด้วยกระเทียมเจียว พริกไทยป่นเยอะๆ ร้อนๆ กินแล้วเหงื่อแตกดีนัก

ไทยเราชอบ “รากผักชี กระเทียม พริกไทย” มักเรียกกันว่า “สามเกลอ” ใส่ในอาหารไทยหลายอย่าง เช่น หมูสับที่เอ่ยถึงเอาคลุกสามเกลอปรุงรสเกลือเล็กน้อย นำไปต้มเป็นหมูสับ หรือนำไปชุบแป้งฝุ่นทอดกินกับขนมปังเป็นแฮมเบอร์เกอร์แบบไทยๆ ให้หมูทอดมีความนุ่มนวลควรใส่หอมใหญ่สับลงเล็กน้อย มันหมูสับอีกนิดหนึ่ง

สามเกลอ ยังนำไปใส่ผสมกับหมูสับทำอาหารประเภทหลนกลายเป็น “หน้าตั้ง” ของข้าวตังทอด ซึ่งให้รสชาติความหอมที่แตกต่างจากหลนปกติซึ่งไม่มีสามเกลอ ไส้เปาะเปี๊ยะทอดก็เช่นเดียวกัน ขาดสามเกลอไม่ได้ ไส้ของสาคูไส้หมูถ้าขาดสามเกลอไปจะขาดความอร่อยไปเยอะ

สังเกตว่าอาหารเหล่านี้มักจะมีเชื้อสายมาจากอาหารจีน อย่างแกงจืด สาคูไส้หมู เปาะเปี๊ยะทอด แต่อาหารจีนปัจจุบันเราไม่เคยเจอว่าเขาใส่สามเกลอเลย ดังนั้น คิดเข้าข้างคนไทยได้ว่าพ่อครัวแม่ครัวไทยแต่โบราณเป็นผู้ประยุกต์ใส่สามเกลอเข้าไปในอาหารต่างๆ ผมจึงยกให้ว่า “อาหารไทยเป็นอาหารฟิวชัน” มาตั้งแต่โบราณกาลก่อนคำว่า “อาหารฟิวชัน” จะบังเกิดขึ้นซะอีก

มีหลักฐานอยู่ในหนังสือสมัยต้นรัตนโกสินทร์ว่ามีการทำ “แกงร้อน” เลี้ยงแขกในวัง อาหารที่ใส่สามเกลอจึงอาจจะมีมาตั้งแต่ปลายอยุธยาโน่น เพราะเราคบหากับเมืองจีนมานานนม

เท่าที่ผมชิมอาหารมาหลายชาติยังไม่เคยเจอของชาติไหนใส่รากผักชี กระเทียม พริกไทย อย่างบ้านเรา อาจจะมีแต่ผมไม่รู้ แล้วเจ้าสามเกลอนี้ เมื่อโขลกสด กลิ่นออกเหม็นเขียวยิ่งเก็บไว้หน่อยจะมีกลิ่นเขียวตุๆ คล้ายกลิ่นขี้เต่า ฝรั่งมาดมเป็นยี้ แต่พอเอาไปโดนความร้อนมันหอมอย่างไม่น่าเชื่อ

สูตรของแกงร้อน ที่เผยแพร่กันมีความเหมือนและแตกต่างกันบ้างเล็กน้อย ต่างกันที่สามเกลอ บางคนใช้หอมแดงแทนกระเทียม เพิ่มกะปิ ไปคล้ายเครื่องต้มส้มคือ รากผักชี หอมแดง กะปิ โขลก แต่ผมว่าเอาสูตรสามเกลอ รากผักชี กระเทียม พริกไทยเม็ด โขลก หอมอร่อยกว่า

วิธีการทำแกงร้อนง่ายๆ

เริ่มจากหั่นรากผักชี 2 ช้อนโต๊ะ ใช้ตั้งแต่รากมาถึงส่วนโคนต้น

กระเทียมไทยหั่น 1 ช้อนโต๊ะ

พริกไทยเม็ด 1 ช้อนชาครึ่ง

เนื้อหมูหั่นสไลซ์แบนๆ 1/2 ถ้วย หรือหมูสับผสมสามเกลอปั้นก้อน

วุ้นเส้นแช่น้ำ 1 ถ้วย

เห็ดหูหนูแห้งแช่น้ำ หรือ เห็ดหูหนูสด 1/2 ถ้วย

ดอกไม้จีนแช่น้ำ 1/4 ถ้วย

ฟองเต้าหู้แช่น้ำ 1/2 ถ้วย

น้ำซุป 4 ถ้วย

น้ำปลา 2-3 ถ้วย

ไข่ไก่ 1 ฟอง

ต้นหอมหั่นท่อน 1/4 ถ้วย

ขึ้นฉ่ายหั่นท่อน 1/4 ถ้วย

โขลกสามเกลอ แล้วเอาไปผัดกับเครื่องแกงทั้งหมดให้หอม เทน้ำใส่ย้ายใส่หม้อต้มสักพัก พอเดือดดีปรุงรสน้ำปลาอย่างเดียวพอ ต่อยไข่ใส่ลงไป 1 ฟอง คนให้แตก หรือเป็นลูกก็ได้ โรยผัก เสิร์ฟร้อนๆ

แกงร้อนอีกแบบเป็นแกงร้อนกะทิ เปลี่ยนน้ำเปล่าเป็นกลางกะทิ คือหัวกะทิ 2 ถ้วย น้ำเปล่า 2 ถ้วย

ถ้ามีกระเทียมเจียวโรยหน้าแกงอีกทีก็เก๋ดี เป็นแกงที่ซดร้อนๆ แล้วหอมอร่อยเผ็ดพริกไทย คล่องคอนัก

ข้อเสียของแกงร้อนคือ ต้องเสิร์ฟร้อนๆ เท่านั้น ห้ามเสิร์ฟเย็นเด็ดขาด มันไม่สมชื่อ “แกงร้อน”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สามเกลอ อาหารไทยหลายเมนูขาดไม่ได้ ฝรั่งไม่เข้าใจ บ้างดมแล้วร้องยี้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.sentangsedtee.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...