GMM Music ตั้งเป้า IPO ภายใน 2 ปี เปลี่ยนผ่านสู่ IP business หลัง Tencent-TME เข้าถือหุ้น 10%
"GMM Music" ตั้งเป้า IPO ภายใน 2 ปี เปลี่ยนผ่านสู่ IP business หลัง Tencent-TME เข้าถือหุ้น 10% คาดรายได้เพิ่มขึ้น 2 เท่าในปี 2573
วันที่ 17 กรกฎาคม 2567นายฟ้าใหม่ ดํารงชัยธรรม ประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท จีเอ็มเอ็ม มิวสิค จำกัด (มหาชน) หรือ GMM Music กล่าวว่า GMM Music วางกลยุทธ์ขยายความร่วมมือกับผู้นำธุรกิจเพลงชั้นนำในตลาดโลก ไปสู่การเป็น IP business โดยแผนการร่วมลงทุนนี้ Tencent และ TME เข้าร่วมลงทุน คิดเป็นมูลค่าราว 70 ล้านดอลลาร์สำหรับหุ้น 10% ในGMM Music ประเมินเป็นมูลค่าของบริษัทที่ 700 ล้านดอลลาร์
โดย Tencent และ TME จะเข้ามาช่วยเร่งอัตราการเติบโตของGMM Music อย่างมีนัยสำคัญ เพื่อให้พร้อมเปิดรับโอกาสทางธุรกิจในยุคใหม่ รวมถึงช่วยเพิ่มขีดความสามารถของบริษัท และขยายไปสู่ตลาดที่ใหญ่ขึ้นทั่วเอเชียพร้อมร่วมกันผลักดันแผนการ IPO ของบริษัท โดยวางแผน IPO ภายใน 2 ปี
"ในตลาดระดับโลกโดยเฉพาะอุตสาหกรรมเพลง เรากำลังก้าวไปสู่สิ่งที่เรียกว่า ยุค Music Second Wave หมายถึง สภาพการณ์ที่ตลาดเพลงกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก เพราะ การเติบโตของ Digital Streaming จะเห็นได้ว่ามูลค่าของอุตสาหกรรมเพลงทั่วโลก คาดว่าจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นสองเท่า หรือราว 1.31 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2573 ซึ่งเป็นตัวเลขจากงานวิจัยของ Goldman Sachs สอดคล้องกับการเติบโตของGMM MUSIC ที่มีรายได้เติบโตขึ้นเป็นจำนวนหลายพันล้านบาท ซึ่งเป็นสองเท่าจากปี 2558"
ขณะที่การคาดการณ์ล่วงหน้าในอีก 6 ปี รายได้ของบริษัทจะเพิ่มขึ้นอีก 2 เท่าในปี 2573 จะเห็นได้ว่าตลาดเพลงเติบโตรวดเร็วมาก โดยเฉพาะประเทศไทยที่บริการสตรีมมิ่งเพลง รวมทั้ง Music Subscription กำลังได้รับความนิยม และเติบโตอย่างมาก ทำให้ที่ผ่านมาเราเติบโตได้ประมาณ 30% เทียบกับปีที่ผ่านมาด้วย Music IP ที่มากที่สุด
สำหรับภาพรวมในเอเชียเองก็มีการเติบโตที่เร็วกว่าตลาดโลก โดยมีการเติบโตปีละประมาณ 15% เมื่อเทียบกับตลาดโลกที่เติบโตปีละประมาณ 10% เพื่อรองรับการเติบโตดังกล่าว GMM Musicได้วางกลยุทธ์ขยายความร่วมมือกับผู้นำธุรกิจเพลงชั้นนำในตลาดโลก เพื่อขยายสู่ตลาดเอเชียและตลาดนานาชาติ โดยเฉพาะ จีน คือ หนึ่งในตลาดเป้าหมายของเรา เนื่องจากเป็นตลาดที่มีศักยภาพและมีโอกาสที่ใหญ่มาก ซึ่ง Tencent และ TME ถือเป็นผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งในตลาดจีน จึงร่วมมือที่จะขยายโอกาสทางธุรกิจไปสู่ตลาดใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม นอกจากนี้ยังมีพันธมิตรในอีกหลายประเทศในเอเชีย
ทั้งนี้ที่ผ่านมาGMM Music ได้ร่วมมือกับ YG Entertainment จากเกาหลีในการจัดตั้ง YGMM และ LDH จากญี่ปุ่นในการจัดตั้ง G&LDH เพื่อขยายตลาดธุรกิจ IP ไปสู่ภูมิภาคเอเชียให้มากขึ้น
อนึ่ง GMM Grammy ประกอบธุรกิจมาเป็นระยะเวลากว่า 40 ปี มี catalog เพลงกว่า 50,000 เพลง ซึ่งในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนผ่านจาก media business ไปสู่การเป็น IP business เพื่อขยายธุรกิจเพลงและธุรกิจดิจิทัล ที่เป็นแรงผลักดันสำคัญในการเติบโตของอุตสาหกรรมเพลงยุคใหม่ ตลอดจนการต่อยอดธุรกิจเพลงสู่ตลาดโลก