โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เวนิสตะวันตก ความเป็นตะวันตกที่มาไม่ถึงตะวันออก (1)

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 02 พ.ค. 2567 เวลา 10.37 น. • เผยแพร่ 02 พ.ค. 2567 เวลา 10.32 น.
Venice historical regatta (1950s) โดย Giorgio de Chirico แสดงที่ Museo Carlo Bilotti. กรุงโรม

ถึงแม้เวนิสจะเป็นแรงบันดาลใจให้เมืองเวนิสตะวันออกมากมาย รวมทั้งเวนิสตะวันออกแบบไทยๆ อย่างกรุงเทพฯ

แต่จะมีสักกี่เวนิสตะวันออกกัน ที่จะเอาจริงเอาจังกับการเรียนรู้ ซึมซับ รับเอาจิตวิญญาณชาวตะวันตกแบบเวนิส

เรื่องราวของเวนิสที่เป็นที่รู้จักกันในสังคมไทยส่วนหนึ่งมาจากพระราชนิพนธ์เรื่อง เวนิสวาณิช ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ที่ทรงถ่ายทอดมาจากบทละคร The Merchant of Venice ของวิลเลียม เช็กสเปียร์ (William Shakespeare, 1564-1616)

บทละครนี้เล่าเรื่องพ่อค้ากับสหายที่มีกิจการค้าขายทางเรือแล้วไปเป็นหนี้นายทุนเงินกู้ชาวยิวจนคดีความกัน ท้ายที่สุดก็มีการขึ้นศาลต่อสู้คดีกัน

สิ่งที่น่าสนใจคือ เช็กสเปียร์เองนั้นไม่เคยได้เดินทางไปเวนิสด้วยตนเองเลย

เขาไม่เคยไปที่ไหนในอิตาลีเลยด้วยซ้ำ หากแต่เขาได้แต่งบทละครที่มีอิตาลีเป็นสถานที่ดำเนินเรื่องถึงอย่างน้อย 9 เรื่อง

มากพอๆ กับเรื่องที่มีอังกฤษเป็นสถานที่ดำเนินเรื่อง และมากถึง 1 ใน 3 ของบทละครทั้งหมดของเขา

เวนิสวาณิชเป็นหนึ่งในนั้น ที่รู้จักกันดีอื่นๆ ก็เช่น โรมิโอกับจูเลียต โอเธลโล

ไม่ว่าจะด้วยอะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้รัชกาลที่ 6 ทรงเลือก เวนิสวาณิช มาถ่ายทอดเป็นไทย

สาระที่ผมคิดว่าน่าสนใจส่วนหนึ่งคือ

ข้อแรก การที่ เวนิสวาณิช เล่าถึงความเป็นนักแสวงโชคด้านการค้าทางทะเลของชาวเวนิส

ข้อสอง การเล่าถึงชาวยิวในเวนิสยุคร่วมสมัยกับเช็กสเปียร์เอง คือช่วงศตวรรษที่ 16 อันเป็นช่วงที่ชาวยิวในเวนิสมิได้มีอิสระแบบกลุ่มชนอื่นๆ ที่นับถือศาสนาคริสต์หรืออิสลาม ชาวยิวที่เป็นตัวละครสำคัญตัวหนึ่งในเรื่องนั้นต้องเป็นผู้หนึ่งที่ถูกกักกันอยู่ใน “เก็ตโต”

และข้อสาม การที่ระบบการปกครองของเวนิสนั้นเป็นสาธารณรัฐ ทำให้การฟ้องร้องดำเนินคดีทำผ่านกระบวนการยุติธรรมที่มิได้อยู่ใต้อำนาจเบ็ดเสร็จของกษัตริย์

ถ้าพูดแบบวิชาการสักหน่อยแล้ว แท้ที่จริง เวนิสวาณิช มีฉากหลังเป็นพหุสังคมหลากชนชาติ (plural society) อันเนื่องมาจากการเป็นเมืองการค้า (mercantilism) และมีระบอบการเมืองการปกครองแบบสาธารณรัฐ (republic) ความเป็นเวนิสด้านการค้านำมาซึ่งความเป็นเมืองพหุชาติพันธุ์ไปโดยปริยาย

เวนิสเป็นตัวอย่างของ “คตินิยมพลเมืองโลก” (cosmopolitanism) ที่เปิดกว้างต่อผู้คนอันหลากหลาย

นอกจากการอยู่ตรงกลางระหว่างเอเชียกับยุโรปแล้ว เวนิสยังเป็นดินแดนเชื่อมต่อระหว่าง 3 ศาสนาสำคัญของโลกสมัยใหม่

ได้แก่ ศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม และศาสนายิว

ว่ากันเฉพาะชาวยิว ก่อนหน้าศตวรรษที่ 14 ชาวยิวไม่ได้รับอนุญาตให้พำนักที่เวนิส

หากแต่เมื่อบทบาทด้านการค้าของชาวยิวเอื้อต่อประโยชน์ของเวนิสมากขึ้น เวนิสจึงยินยอมให้เกิดชุมชนชาวยิวขึ้น เพียงแต่พวกเขาต้องถูกจำกัดบริเวณอยู่ในย่านหนึ่ง

ชุมชนชาวยิวที่เวนิสจึงนับได้ว่าเป็นชุมชนชาวยิวที่เป็นที่มาของพื้นที่กักกันชาวยิวแห่งแรกในโลกที่เรียกในภาษาเวนิสว่า “เก็ตโต” (ghetto) ตั้งแต่ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 16

คำว่าเก็ตโตมาจากคำว่า “เจ็ตโต” (getto) ในภาษาเวนิส ที่หมายถึงการหล่อโลหะ เนื่องจากถิ่นนั้นเป็นที่ทิ้งและหลอมโลหะของเมือง ชาวยิวเองก็ประกอบอาชีพหล่อโลหะเช่นกัน

แต่เมื่อชาวยิวถูกกักบริเวณที่นั่น แล้วชาวยิวกลุ่มแรกที่มาอยู่คือชาวยิวเยอรมัน ที่ออกเสียงแบบเวนิสไม่ได้ จึงแผลงคำนี้เป็น “เก็ตโต”

แล้วคำนี้จึงกลายมาเป็นคำเรียกที่กักกันชาวยิว จนภายหลังภาษาอังกฤษแบบอเมริกันก็รับคำนี้ไปใช้หมายถึงย่านที่พักอาศัยของคนจนเมือง

แรกทีเดียวในต้นศตวรรษที่ 16 เก็ตโตเป็นอาณาบริเวณจำกัด ก่อนการล่มสลายของสาธารณรัฐเวนิสใน ค.ศ.1797 ย่านที่พักของชาวยิวแห่งนี้มีการปิดทางเข้าออกในยามวิกาล โดยมีพวกคริสเตียนคอยลอยเรือควบคุมการเข้าออกอยู่ในคลองรายรอบชุมชนชาวยิว

การกักกันนี้เนื่องมาจากข้อตกลงระหว่างเมืองเวนิสกับศาสนจักรคริสต์ ที่ต้องการกีดกันอำนาจของชาวยิวด้วยเงื่อนไขทางศาสนา

ชาวยิวในเวนิสหลั่งไหลมาจากหลายถิ่นในยุโรปในหลายรุ่นด้วยกัน เช่น ชาวยิวอัชเกน มาจากดินแดนที่กลายเป็นประเทศเยอรมนีและฝรั่งเศส

พวกเขาเป็นกลุ่มแรกที่ตั้งถิ่นฐานที่เวนิสนับตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 14

จากนั้นชาวยิวจากฝรั่งเศสก็อพยพตามมา หลังจากนั้นชาวยิวจากในอิตาลีตอนกลางและเหนือ ซึ่งมีฐานะทางเศรษฐกิจไม่ดีนัก ก็ย้ายเข้ามาอยู่ในเก็ตโตเช่นกัน กลุ่มที่ค่อนข้างมีอิทธิพลทางการค้ามากกว่า ทว่า ย้ายเข้ามาในภายหลัง คือชาวยิวลิแวนต์ (Levant คือดินแดนเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก) และชาวยิวจากสเปน

ชาวยิวทั้ง 5 กลุ่มต่างอาศัยอยู่ในย่านเก็ตโตและต่างก็มีสุเหร่ายิว (synagogue) ของชาวยิวแต่ละกลุ่มถึง 5 แห่งด้วยกัน

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เวนิสตะวันตก ความเป็นตะวันตกที่มาไม่ถึงตะวันออก (1)

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...