โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตม. ขึ้นblacklist “บังแจ๊ค” ห้ามเข้าประเทศ10ปี

INN News

เผยแพร่ 26 พ.ค. 2565 เวลา 06.53 น. • INN News

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ขึ้น blacklist บังแจ๊ค ห้ามเข้าประเทศ 10 ปี ในคดี Over Stay 450 วัน ถูกศาลสั่งเนรเทศพ้นไทย เมื่อปลายปี 2559 - ตำรวจปส.ไม่พบหลักฐาน2นักค้ายาเชือมโยง บังแจ๊ค

มีรายงานว่า จากการตรวจสอบประวัติ และข้อมูลย้อนหลังของ Mr. ZULQARNAIN HAIDER RAJA อายุ 35 ปี หรือ บังแจ็ค หรือ สัญชาติปากีสถาน พบว่าบังแจ๊ค ถูกเคยตำรวจจับกุมดำเนินคดีข้อหา OverStay หรือ อยู่ในราชอาณาจักรเกินกฎหมายกำหนด 450 วัน เมื่อหลายปีที่ผ่านมา

หลังถูกจับเจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งฟ้องต่อศาล และศาลมีคำสั่งเนรเทศออกนอกราชอาณาจักรไทย เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.2559 และอนุญาตให้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยได้อีกครั้งในวันที่ 24 ธ.ค.2569 หรือ ครบ 10 ปีหลังถูกเนรเทศ

ปัจจุบันจึงเหลือเวลากว่า 4 ปี ที่ บังแจ็ค จะเดินทางกลับเข้ามาประเทศไทยได้ หากเข้ามาก่อนวันที่ 24 ธ.ค.2569 ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจะถูกปฏิเสธการเข้าเมืองโดยทันทีหรือถ้าหากตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมแล้วพบว่ามีหมายจับก็จะถูกควบคุมตัวจับตามหมายจับทันที

ทั้งนี้ หากบังแจ๊ค ปฏิบัติตามเงื่อนไข จะกลับเข้ามาประเทศไทยหลังครบ 10 ปี ตามคำสั่งเนรเทศ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายแล้ว โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อาจหยิบยกพฤติการณ์ในอดีตของ บังแจ๊ค ขึ้นมาพิจารณา และปฏิเสธการเข้าเมือง ตามกฎหมายเข้าเมือง (มาตรา 12 อนุ7)

เนื่องจากเป็นบุคคลที่มีพฤติการณ์น่าเชื่อว่าเป็นบุคคลเป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อย และความมั่นคงของประเทศมีรายงานด้วยว่า กรณีที่บังแจ๊ค กล่าวอ้างว่ารู้จักกับนายไซซะนะ แก้วพิมพา นักค้ายาเสพติดชาวลาว ที่ถูกตำรวจปราบปรามยาเสพติดจับกุมขณะเดินทางเข้าสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อปี 2560 นั้น

จากการสอบถามตำรวจปราบปรามยาเสพติดชุดจับกุมไม่พบว่าบังแจ๊คมีความเชื่อมโยงหรือเกี่ยวข้องกันทางคดียาเสพติดกับ นายไซซะนะแต่อย่างใด เช่นเดียวกับกรณีที่ บังแจ๊คอ้างว่ารู้ข้อมูลการฟอกเงินของ นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง ผู้ต้องหาที่ตำรวจจับปี2561 ก็ไม่มีพยานหลักฐานเชื่อมโยงกัน แต่การออกมากล่าวอ้างพาดพิงถึงบุคคลทั้งสองมีวัตถุประสงค์หรือต้องการอะไรนั้นจะต้องมีการสืบสวนต่อไป

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...