วันอนามัยโลก 7 เม.ย. วิจัยระบุ "เชื้อดื้อยา" ในปศุสัตว์ เป็นวิกฤตของไทย
งานวิจัยองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกระบุ ภาครัฐไทยยังขาดการควบคุมการใช้ยาปฏิชีวนะในฟาร์มสัตว์อุตสาหกรรมที่มากเกินจำเป็น จึงทำให้เกิดวิกฤต “ซูเปอร์บั๊ก” ส่งผลเสียต่อสุขภาพคนและสัตว์
วันที่ 7 เมษายน 2565 ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า วันอนามัยโลก (World Health Day) ตรงกับวันที่ 7 เมษายนของทุกปี เป็นวันเฉลิมฉลองวันครบรอบการก่อตั้งองค์การอนามัยโลก (World Health Organization : WHO) ในปี พ.ศ. 2491 และให้ถือเป็นวันที่ประเทศสมาชิกขอ WHO รณรงค์ให้ประชาชนตระหนักเห็นถึงความสำคัญของสุขภาพ
ในแต่ละปีจะมีการเลือกหัวข้อที่เน้นให้เป็นประเด็นสำคัญ โดยหัวข้อสำหรับวันอนามัยโลกปี 2565 คือ “โลกของเรา สุขภาพของเรา” (Our Planet, Our Health) เพื่อส่งเสริมการเคลื่อนไหวเพื่อสร้างสังคมที่มุ่งเน้น เกี่ยวกับความเป็นอยู่ที่ดี
ทั้งนี้ องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (World Animal Protection) ได้เผยงานวิจัยล่าสุดผ่านรายงาน “ภัยคุกคามสุขภาพที่ซ่อนไว้ในระบบปศุสัตว์เชิงอุตสาหกรรม” เนื่องในวันอนามัยโลก ชี้ชัดว่าการทำฟาร์มสัตว์อุตสาหกรรมส่งผลกระทบต่อสุขภาพมนุษย์อย่างมหาศาล โดยสาระสำคัญพูดถึงฟาร์มสัตว์อุตสาหกรรมกำลังทำให้มนุษย์ป่วย ซึ่งเชื่อมโยงให้เห็นถึงภัยของ “ซูเปอร์บั๊ก” (Superbug) หรือ “เชื้อดื้อยา” (แบคทีเรียก่อโรคที่ต้านยาปฏิชีวนะเกือบทุกชนิด) ที่กำลังเป็นวิกฤตของประเทศไทย รวมถึงภัยด้านสุขภาพอื่น และสถานการณ์นี้ก็จะเลวร้ายลงไปอีก หากความต้องการบริโภคเนื้อสัตว์ขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
รายงานภัยคุกคามสุขภาพที่ซ่อนไว้ในระบบปศุสัตว์เชิงอุตสาหกรรมฉบับนี้เผยให้เห็นว่า รัฐบาลทั่วโลกเพิกเฉยต่อปัญหาสุขภาพมนุษย์ที่เกิดจากฟาร์มสัตว์อุตสาหกรรม และความทุกข์ทรมานของสัตว์ในฟาร์มนับพันล้านตัว
โดยภายในปี พ.ศ. 2573 การบริโภคเนื้อสัตว์จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 18 ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ความต้องการบริโภคเนื้อสัตว์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ต้องแลกมาด้วยชีวิตสัตว์นับหลายพันล้านตัวที่ต้องเผชิญกับความเครียด จากการถูกตัดตอนอวัยวะและต้องอยู่ในกรงที่คับแคบมาทั้งชีวิต โดยในแต่ละปีร้อยละ 70 ของสัตว์ฟาร์มจำนวน 80,000 ล้านตัว ทั่วโลกนั้น ถูกเลี้ยงและถูกฆ่าในระบบฟาร์มสัตว์อุตสาหกรรมอย่างโหดร้าย
รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นตามแนวคิด 5 ประการที่ “ระบบอาหารส่งผลกระทบด้านลบต่อสุขภาพ” ในรายงาน “Food Systems Delivering Better Health” โดยองค์การอนามัยโลก เมื่อปี พ.ศ. 2564 นอกจากนี้ ในรายงานยังชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของผลเสียต่อสุขภาพที่เกิดจากการทำฟาร์มสัตว์อุตสาหกรรมโดยตรง ซึ่งยังหมายรวมถึงประเด็นวิกฤติ “เชื้อดื้อยา” ในประเทศไทย ที่ภาครัฐของไทยยังคงขาดการบังคับใช้กฎหมายเพื่อควบคุมการใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันโรค ตลอดจนขาดการยกระดับมาตรฐานการเลี้ยงสัตว์ในฟาร์มให้สูงขึ้น
“โชคดี สมิทธิ์กิตติผล” ผู้จัดการโครงการสัตว์ฟาร์ม องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย กล่าวว่า การใช้ยาปฏิชีวนะที่มากเกินจำเป็นในฟาร์มเป็นผลจากการเลี้ยงสัตว์แบบไม่มีสวัสดิภาพที่ดี ส่งผลให้เกิดเชื้อดื้อยาขึ้นในฟาร์ม และปนเบื้อนออกมายังแหล่งน้ำสาธารณะ สิ่งแวดล้อม รวมถึงร่างกายมนุษย์
“โดยข้อมูลของการใช้ยาปฏิชีวนะแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดที่ 38.56 กรัม/คน/ปี ซึ่งสูงกว่าประเทศเนเธอร์แลนด์ถึง 6 เท่าที่ 6.57 กรัม/คน/ปี ซึ่งความเป็นจริงยาปฏิชีวนะควรใช้เพื่อรักษาสัตว์ที่ป่วยรายตัวเท่านั้น ไม่ใช่เพื่อป้องกันโรคแบบรวมกลุ่ม อันมีสาเหตุมาจากสวัสดิภาพที่ย่ำแย่”
“แจ็คคลิน มิลส์” (Jacqueline Mills) หัวหน้าฝ่ายสัตว์ฟาร์ม องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก กล่าวว่า ฟาร์มสัตว์อุตสาหกรรมกำลังทำให้เราป่วย หากมองอย่างผิวเผินแล้วเนื้อสัตว์ ปลา หรือผลิตภัณฑ์นม อาจดูเหมือนราคาถูก แต่เรามีต้นทุนที่ต้องจ่ายจากปัญหาสุขภาพที่ตามมา อีกทั้งรัฐบาลต้องจ่ายเงินจำนวนหลายล้านล้านเหรียญในแต่ละปีเพื่อบรรเทาความเสียหายเหล่านี้
“ต้องยุติวงจรความทุกข์ทรมานของสัตว์ที่อยู่ในระบบอาหารของเรา การสนับสนุนของรัฐบาลเพื่อทำให้เนื้อสัตว์มีราคาถูกนั้นเท่ากับเป็นการส่งสัตว์เข้าสู่วงจรการทำฟาร์มสัตว์อุตสาหกรรมที่โหดร้าย ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต่าง ๆ จะต้องให้ความสนใจกับผลกระทบต่อสุขภาพของคน สัตว์และโลกที่ดีกว่านี้
การทำฟาร์มสัตว์อุตสาหกรรมในอนาคตต้องหมดไป เราต้องหยุดการทำฟาร์มสัตว์อุตสาหกรรมไว้ชั่วคราว อุตสาหกรรมอาหารนั้นต้องมุ่งหน้าไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนและมีมนุษยธรรม โดยที่เราบริโภคอาหารที่ทำจากพืชเป็นหลัก และการทำฟาร์มสัตว์ต้องอยู่ในระบบที่มีสวัสดิภาพที่ดีและสัตว์ก็ต้องมีชีวิตที่ดีด้วย
เราต้องเปลี่ยนระบบเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดต่อสุขภาพของเรา โดยการเปลี่ยนแปลงนั้นรวมถึงการเน้นการสนับสนุนการทำฟาร์มที่ยั่งยืนและมีมนุษยธรรมแทนการทำฟาร์มสัตว์อุตสาหกรรม การทำให้ราคาอาหารที่มาจากพืชนั้นสามารถเข้าถึงได้ และสร้างทางเลือกใหม่ให้กับเกษตรกรหากไม่ต้องการทำฟาร์มสัตว์อุตสาหกรรมอีกต่อไป
องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก เรียกร้องให้รัฐบาลทั่วโลกหยุดสนับสนุนการทำฟาร์มสัตว์แบบอุตสาหกรรม พร้อมกับเสนอและบังคับใช้มาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ที่สูงขึ้น ตลอดจนการกำหนดนโยบายห้ามใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันโรคแบบรวมกลุ่มกับสัตว์ฟาร์ม เพื่อนำไปสู่การสร้างระบบอาหารที่มีมนุษยธรรมและยั่งยืน โดยผู้คนสามารถเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เพื่อโลกที่ดีกว่าสำหรับคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อมวันนี้ที่ www.worldanimalprotection.or.th/Ban-AMR” “แจ็คคลินกล่าว