โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรียกร้องเอเชีย-แปซิฟิกมีประกันสังคมที่คำนึงถึงเพศสภาพ

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 27 พ.ย. 2567 เวลา 15.34 น. • เผยแพร่ 27 พ.ย. 2567 เวลา 08.17 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

มะนิลา 27 พ.ย. – ธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือเอดีบี (ADB) เรียกร้องให้รัฐบาลในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ดำเนินความริเริ่มหลากหลายอย่าง เพื่อให้ภูมิภาคนี้มีประกันสังคมที่คำนึงถึงเพศสภาพ

สำนักข่าวฟิลิปปินส์หรือพีเอ็นเอ (PNA) ของทางการฟิลิปปินส์รายงานว่า ราเชล มารี แอนน์ บาซาส เจ้าหน้าที่ด้านเพศสภาพของเอดีบีได้นำเสนอรายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคมประกันสังคมอาเซียน (ASSA) ครั้งที่ 41 ที่เมืองปารันยาเก ในเขตมหานครมะนิลาเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน เธอขอให้รัฐบาลในเอเชีย-แปซิฟิกสร้างความตระหนักเรื่องประโยชน์ที่สตรีในชนบทและชุมชนด้อยโอกาสจะได้รับจากประกันสังคม, ให้ผู้ชายมีส่วนร่วมในการเลี้ยงดูบุตร ตัดสินใจเรื่องการเงิน และป้องกันการใช้ความรุนแรงเพราะเพศสภาพ, ขยายโอกาสในการเข้าถึงบริการรับเลี้ยงเด็กและการศึกษาก่อนวัยเรียน และให้การสนับสนุนทางการเงินแก่สตรีที่ตกอยู่ในสถานการณ์เปราะบาง

บาซาสกล่าวว่า เอดีบีได้เผยแพร่ผลการศึกษาในปี 2558 ว่า ประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนามีการใช้จ่ายด้านประกันสังคมให้แก่ผู้ชายมากกว่าผู้หญิง สตรีในเอเชีย-แปซิฟิกโดยรวมได้รับความคุ้มครองน้อยกว่าผู้ชาย นอกจากนี้สตรีในภูมิภาคนี้ยกเว้นเอเชียเหนือและเอเชียกลางยังได้รับความคุ้มครองจากการประกันสังคมน้อยกว่าผู้ชายด้วย ขณะนี้เวลาผ่านมาเกือบ 10 ปี ช่องว่างทางเพศสภาพที่กระทบต่อประกันสังคมและการมีพื้นที่ในสื่อก็ยังคงมีอยู่ ตามที่รายงานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศหรือไอแอลโอ (ILO) ปี 2567 เรื่องประกันสังคมของโลกระบุว่า ประกันสังคมในเอเชีย-แปซิฟิกยังคงสะท้อนถึงความไม่เสมอภาคทางเพศสภาพอย่างมีนัยสำคัญ

เจ้าหน้าที่ด้านเพศสภาพของเอดีบียกโครงการในฟิลิปปินส์ขึ้นเป็นตัวอย่างว่า โครงการปันตาวิด ปามิเลียง ปิลิปิโน โปรแกรมหรือโฟร์พี (Pantawid Pamilyang Pilipino Program: 4Ps) ที่เป็นโครงการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์และยุทธศาสตร์การลดความยากจนแห่งชาติของรัฐบาลได้ช่วยลดช่องว่างทางเพศสภาพในเรื่องประกันสังคม โครงการนี้มีการแจกเงินอย่างมีเงื่อนไขให้แก่ครอบครัวยากจนเป็นเวลาสูงสุด 7 ปี เพื่อยกระดับด้านสุขภาพ โภชนาการและการศึกษา โดยได้ลดช่องว่างทางเพศสภาพด้วยการดูแลสุขภาพมารดา การให้ความรู้แก่สตรี และการให้ผู้ชายเข้ามีส่วนร่วม นอกจากนี้ฟิลิปปินส์ยังเตรียมแก้กฎหมายให้มารดาลาคลอดได้สูงสุด 105 วันด้วย.-814.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...