โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

นำ 14 สำนวนเพิ่มคดี “แอม ไซยาไนด์” ส่งฟ้องอัยการ

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 26 พ.ย. 2567 เวลา 11.29 น. • เผยแพร่ 26 พ.ย. 2567 เวลา 04.10 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 26 พ.ย. – ตร.กองปราบฯ นำ 14 สำนวนเพิ่มคดี “แอม ไซยาไนด์” ส่งฟ้องอัยการ มั่นใจเอาผิดเหมือน “ก้อย” ได้

พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อม พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รองผู้บังคับการกองปราบปราม นำทีมคณะพนักงานสอบสวนคดี นำสำนวนคดีนางสรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือ “แอม ไซยาไนด์” ผู้ต้องหาในคดีวางยาผู้อื่น อีก 14 คดี จำนวนหน้าสำนวนกว่า 3 หมื่นแผ่น ส่งให้พนักงานอัยการกองคดีอาญา สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก เพื่อพิจารณาสั่งฟ้อง มีผู้เสียชีวิต 13 คน รอดชีวิต 1 คน ช่วงระยะเวลาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2558 ศพแรกพื้นที่ สน.ทองหล่อ จนถึงปี 2566 ศพสุดท้าย 12 มีนาคม 2566 นายจามร หรือ แด้ ที่ จ.อุดรธานี

พล.ต.ท.ธนายุตม์ เปิดเผยว่า วันนี้มั่นใจในพยานหลักฐานที่พนักงานสอบสวนรวบรวมมา มีมติเห็นควรสั่งฟ้อง “แอม ไซยาไนด์” ที่มีพฤติกรรมโหดเหี้ยมเลือดเย็น ฆ่าผู้เสียชีวิตหลายราย และพยายามฆ่าผู้เสียหายอีก 1 ราย ที่ญาติช่วยเหลือไว้ได้ทัน ซึ่งเรื่องดังกล่าวพนักงานสอบสวนได้นำคำพิพากษาคดีของนางสาวก้อย มาประมวลถึงเหตุการณ์ มีแผนประทุษกรรมคล้ายกันที่เจตนาต้องการฆ่าคนอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งพฤติกรรมลงมือเพียงคนเดียว ที่มีการวางแผนอย่างแยบยลในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ มีการฆ่าต่อเนื่อง ในพื้นที่ตำรวจภูธร ภาค 7 จำนวน 11 คดี, ภาค 4 จำนวน 2 คดี และนครบาล 1 คดี รวมผู้เสียชีวิต 14 ราย และบาดเจ็บสาหัส 1 คน ตั้งแต่ปี 2558 -2566 นานกว่า 8 ปี พร้อมย้ำแม้จะไม่มีประจักษ์พยานที่เห็นว่า แอม วางไซยาไนด์กับเหยื่อ แต่มั่นใจพยานหลักฐานโดยเฉพาะหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ไม่สามารถหลอกลวงได้ จะนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำต่างกรรมต่างวาระ อยู่ที่ดุลพินิจของศาลเป็นผู้พิจารณา

สำหรับการอุทธรณ์เป็นสิทธิของผู้ต้องหาที่สามารถทำได้ จนถึงชั้นฎีกา ซึ่งชุดทำคดีได้ปรึกษากับอัยการที่เป็นทนายด้วย จึงเพิ่มความมั่นใจได้ เพราะคดีดังกล่าวในส่วนของญาติผู้เสียชีวิตรอคอยความเป็นธรรม เนื่องจากต้องสูญเสียบุคคลที่รักไปอย่างไม่รู้เหตุการณ์

สำหรับทนายพัช ที่ศาลมีคำพิพากษาในคดีที่ร่วมกับแอม ไซยาไนด์ นำกระเป๋าทรัพย์สินของกลางไปซ่อนเร้นและศาลมีคำพิพากษาไปแล้วนั้น จากพยานหลักฐานพบว่า ทนายพัชมีส่วนรู้เห็นในการช่วยเหลือจำเลยให้พ้นผิด รวมทั้งอดีตสามีที่เป็นตำรวจที่ถูกคำพิพากษาเช่นกัน ตอนที่ตนดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ได้สอบวินัยให้ออกจากราชการไว้ก่อน ส่วนปัจจุบันขอตรวจสอบรายละเอียดสถานะใด ย้ำแม้มีการดำเนินคดีทางวินัยแล้วทางคดีอาญา หากศาลตัดสินก็จะมีการลงโทษแน่นอน

ด้าน พ.ต.อ.เอนก ทีมคณะพนักงานสอบสวนคดี เปิดเผยว่า คดีนี้ถือเป็นคดีประวัติศาสตร์ที่มีการฆ่าต่อเนื่องนานหลายปี น่าจะฆาตกรรมต่อเนื่องมากที่สุดในโลก ทั้งนี้จะนำคำพิพากษาในคดีก้อย ที่ศาลสั่งประหารชีวิต มาประกอบเพิ่มในสำนวนคดีเหล่านี้ด้วย ส่วนแผนประทุษกรรมของก้อย มักอาศัยความไว้เนื้อเชื่อใจเพื่อเข้าหาเหยื่อและตีสนิท โดยมีความใจเย็นมากหากลงมือไม่สำเร็จ ก็จะหาวันเวลาที่เหมาะจึงลงมือฆ่า จึงทำให้เหยื่อไม่รู้ตัว

ส่วนทนายพัช ย้ำมีบทบาทยุยงส่งเสริม ล้ำเส้น แนะนำผู้ต้องหาในเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ให้เอากระเป๋าของกลางไปซ่อน มีหลักฐานชัดเจน ไม่มีการยัดข้อหาหมั่นไส้แน่นนอน

จากนั้นนายสัญจัย จันทร์ผ่อง อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา กล่าวหลังได้รับสำนวนจากตำรวจ 14 สำนวน ว่า จะมอบหมายให้อัยการพิจารณาสำนวนและดำเนินการในขั้นตอนต่อไป เมื่อสำนวนมีจำนวนมากจะต้องมีการพิจารณาที่จะจ่ายสำนวนให้แก่พนักงานอัยการในการพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง สำหรับผลคำพิพากษาในคดีแรกจะต้องดูเป็นรายคดีไป ยังบอกไม่ได้ว่าจะมีผลต่อคดีอื่นหรือไม่อย่างไร ต้องพิจารณาเป็นรายคดี. -416-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...