เฟด เผยจะชะลอหั่นดอกเบี้ยในปี 2568-2570 พร้อมเพิ่มเป้าหมายเงินเฟ้อ
เฟด เผยจะลดดอกเบี้ยน้อยลง ในปี 2568 ถึง 2570 ลดลงจากเดิม พร้อมปรับเพิ่มเป้าหมายเงินเฟ้อสหรัฐ สูงขึ้นกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้า
วันที่ 18 ธันวาคม 2567 สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับลดแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย โดยคาดการณ์ว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปี 2568 ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้
ตามการคาดการณ์ค่ามัธยฐานที่ปรับปรุงใหม่ของเฟด เจ้าหน้าที่คาดว่า อัตราดอกเบี้ยเงินกู้อ้างอิงจะลดลงสู่ระดับ 3.9% ภายในสิ้นปี 2568 ซึ่งสอดคล้องกับช่วงเป้าหมาย 3.75% ถึง 4% ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงจากการการคาดการณ์เมื่อเดือนก.ย. ว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 4 ครั้งหรือ 1%
ในการประชุมนโยบายในวันพุธ (18 ธ.ค.) ซึ่งเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของปี เฟดได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยการกู้ยืมข้ามคืนลงสู่ช่วงเป้าหมายที่ 4.25% ถึง 4.5%
แผนภูมิ Dot-Plot ซึ่งสะท้อนถึงความคาดหวังของสมาชิกแต่ละคน แสดงให้เห็นว่าสมาชิกคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟด 14 คนจาก 19 คน ระบุว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 2 ครั้ง ในอัตรา 0.25% ในปี 2568 ในขณะที่เจ้าหน้าที่เพียง 5 คนเท่านั้น ที่ระบุว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมาก 2 ครั้ง ในปี 2568
เจ้าหน้าที่ยังคาดการณ์ว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเพิ่มเติมอีก 2 ครั้ง ในปี 2569 และ 1 ครั้งในปี 2570 โดยในระยะยาว FOMC ประเมินว่าอัตราดอกเบี้ยกองทุนของรัฐบาลกลางจะอยู่ที่ระดับ 3% ซึ่งเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการคาดการณ์เมื่อเดือนก.ย. ที่ระดับ 2.9% ซึ่งสะท้อนถึงแนวโน้มขาขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปในปีนี้
FOMC ยังได้ปรับเพิ่มการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อ โดยมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญในปัจจุบัน คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ที่ระดับ 2.4% และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจะอยู่ที่ระดับ 2.8% ในปี 2568 ซึ่งสูงกว่าการประมาณการเมื่อเดือนก.ย.ที่ระดับ 2.3% และ 2.6%
FOMC ปรับเพิ่มการคาดการณ์การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ตลอดทั้งปี ในปี 2568 ขึ้น 0.5% สู่ระดับ 2.5% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากการคาดการณ์ในเดือนก.ย. อย่างไรก็ตาม คาดว่าการเติบโตของ GDP จะลดลงเหลืออัตรา 1.8% ในระยะยาวในปีต่อ ๆ ไป
ทั้งนี้ เฟดยังได้ปรับปรุงการคาดการณ์อัตราการว่างงานเช่นกัน โดยเจ้าหน้าที่ได้ปรับลดประมาณการลงสู่ระดับ 4.2% จากที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ที่ระดับ 4.4%
อ้างอิง : cnbc.com