โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“บลจ.กรุงไทย” คัดเน้นๆ 11 “กองทุนรวมลดหย่อนภาษี” หลากสไตล์ ลุย 4 สินทรัพย์เด่น “โอกาสรับผลตอบแทน” พร้อม “เซฟภาษี” ส่งท้ายปี 2024 !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 28 พ.ย. 2567 เวลา 02.36 น.

โดย: บลจ.กรุงไทย
ช่วงสุดท้ายปลายปีได้เวียนมาบรรจบครบอีกครั้ง เป็นเทศกาลของ “กองทุนรวมลดหย่อนภาษี” ถึงเวลาช้อปกองทุนที่ใช่ เพิ่มโอกาสของผลตอบแทน พร้อมเซฟภาษีไปแบบ “2 in 1”
โดยปี 2024 นี้ เป็นปีแรกที่สามารถ “ลดหย่อนภาษี” ได้สูงสุดถึง 800,000 บาท เป็นของ ThaiESG-เงื่อนไขใหม่” ที่เพิ่มเป็น “ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน และไม่เกิน 300,000 บาท” และกองทุน RMF” + “SSF+ การลงทุนเพื่อการเกษียณอื่น ๆ” รวมกันอีก “ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน และไม่เกิน 500,000 บาท”นั่นเอง
และปีนี้ยังเป็นปีสุดท้ายในการลดหย่อนภาษีสำหรับกองทุน “SSF” อีกด้วย !!!
สำหรับใครที่มีภาระ “ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา” ที่ต้องเสียแล้ว กลุ่ม “กองทุนรวมลดหย่อนภาษี” เป็นอีกทางเลือกที่ควรจะลงทุน
เพราะ “ภาษีที่ประหยัดได้…ทำให้เงินในกระเป๋าเหลือเพิ่มขึ้น” นั่นเอง มากน้อยขึ้นกับ “ฐานภาษี” ของนักลงทุนแต่ละคน ตั้งแต่ 5 – 35% ซึ่งจะทำให้เสียภาษีลดลง ช่วยให้เงินในกระเป๋าเหลือเพิ่มขึ้นด้วย !!!
ใครที่ยังไม่รู้จะลงทุนกองทุนไหนดีนั้น วันนี้ ทาง “บลจ.กรุงไทย” (KTAM) ได้คัดเน้นๆ 11 “กองทุนรวมลดหย่อนภาษี” ดาวเด่น ตั้งแต่เสี่ยงต่ำ-ปานกลาง-สูง จาก “4 สินทรัพย์” หลากสไตล์มาฝากกัน

กลุ่ม “กองทุนตราสารหนี้” มุ่งรับประโยชน์จาก “ดอกเบี้ยขาลง”…มี 3 กองทุนแนะนำ ครบ 3 ประเภท (RMF/SSF/ThaiESG)

มาเริ่มกับกลุ่ม “กองทุนตราสารหนี้” ซึ่งกองทุนที่คัดมาในครั้งนี้จะเหมาะสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ “ปานกลางค่อนข้างต่ำ” แต่คาดหวังผลตอบแทนที่ดีกว่าเงินฝาก แม้ว่าการมาของ Donald Trump” ประธานาธิบดีคนที่47 ของสหรัฐ จะทำให้ตลาดเปลี่ยนมุมมองต่อทิศทางดอกเบี้ยไปบ้าง คือ คาดว่า “ธนาคารกลางสหรัฐ” (Fed) จะลดดอกเบี้ยน้อยลงในปีหน้าเหลือเพียง 3 ครั้ง จากเดิมที่คาดว่าจะลงประมาณ 4 – 5 ครั้ง แต่โดยภาพรวมทิศทางดอกเบี้ยก็ยังอยู่ในแนวโน้มขาลงอยู่นั่นเอง
นี่ยังรวมถึงแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายโลกที่เป็น ‘ขาลง’ หลังจากที่คงในระดับสูงมานาน ขณะที่ดอกเบี้ยนโยบายในประเทศไทยเองน่าจะอยู่ในทิศทางทรงตัว และมีโอกาสปรับลดลงในอนาคต ทำให้ Yield ในประเทศน่าจะปรับในทิศทางเดียวกับ Yield ต่างประเทศด้วย จึงมองเป็นโอกาสสำหรับการลงทุนในตราสารหนี้ที่ Yield ระดับนี้ ที่ยังเป็นระดับที่น่าสนใจและมีโอกาสได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาลงในอนาคตอีกด้วย (ที่มา: ktam.co.th, กองทุนแนะนำ พร้อมปัจจัยสนับสนุน)
สำหรับ 3 กองทุนที่คัดมาแนะนำ มีครบทั้ง 3 ประเภทประกอบด้วย

- “RMF2: กองทุนเปิดกรุงไทยตราสารหนี้เพื่อการเลี้ยงชีพ” อยู่ในกลุ่ม Mid Term General Bond” ความเสี่ยง “ระดับ 4” (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ) ที่เน้นลงทุนในพันธบัตร และ/หรือตราสารหนี้ในประเทศ
- “KTFIXPLUS-SSF: กองทุนเปิดกรุงไทยตราสารหนี้ พลัส (ชนิดเพื่อการออม) อยู่ในกลุ่ม Mid Term General Bond” ความเสี่ยง “ระดับ 4” (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ) ที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้ทั้งในและต่างประเทศ โดยจะลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ “ไม่เกิน 50%” ของ NAV
- “KTESGSI-ThaiESG: กองทุนเปิดกรุงไทย ตราสารภาครัฐ ESG ชนิดไทยเพื่อความยั่งยืน” อยู่ในกลุ่ม Long Term General Bond” ความเสี่ยง “ระดับ 3” (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ) ที่เน้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรหรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV

กลุ่ม “กองทุนหุ้นไทย” ราคาไม่แพง-มีโมเมนตัมเชิงบวก…ต้อง “ThaiESG”

มาต่อกันที่กลุ่ม “กองทุนหุ้นไทย” สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงที่สูงได้ เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีกว่าจากการลงทุนในหุ้น ปีนี้ ตลาดหุ้นไทย” ปรับตัวดีขึ้นหลังจากความเสี่ยงหลายด้านคลี่คลายไป รวมถึงการมีเม็ดเงินใหม่เข้ามาช่วยสนับสนุนตลาดหุ้นไทย ไม่ว่าจาก “นักลงทุนต่างชาติ” หรือ “กองทุนวายุภักษ์ หนึ่ง”
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากต่างประเทศอย่างทิศทางดอกเบี้ยขาลงของฝั่งสหรัฐ และยุโรป ทำให้อาจเริ่มมีเม็ดเงินลงทุนเคลื่อนย้ายเข้าสู่ตลาดเอเชีย และอาเซียน รวมถึงไทยด้วยเช่นกัน
ซึ่งในเชิง Valuation (P/E) ตลาดหุ้นไทยยังถือว่า “ไม่แพง” มี P/E ในอนาคตช่วง 12 เดือนข้างหน้า ที่ 14.7 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 15.4 เท่า ในขณะที่กำไรบริษัทจดทะเบียนมีแนวโน้มโตขึ้นเป็น 13% ในปี2025 จากปีนี้ที่คาดว่าจะโตเพียง 3% เท่านั้น (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 15 พ.ย. 24) อีกทั้งเศรษฐกิจของไทยก็มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น โดย “กองทุนการเงินระหว่างประเทศ” (IMF) คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะโตเพิ่มขึ้นเป็น 2.9% ในปี2025 จากปีนี้ที่คาดว่าจะโต 2.8%
นั่นจึงทำให้ “หุ้นไทย” ยังคงน่าสนใจ โดยเฉพาะกลุ่ม “หุ้นยั่งยืน” กองทุนที่แนะนำ ได้แก่

- “KTAG-ThaiESG: กองทุนเปิดกรุงไทย ESG A Grade ชนิดไทยเพื่อความยั่งยืน” อยู่ในกลุ่ม Equity General” ความเสี่ยง “ระดับ 6” (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน หุ้นไทย” ทุกขนาดทั้งขนาดใหญ่ กลาง เล็ก ที่มี SET ESG Ratings” ระดับ A ขึ้นไป โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV

กลุ่ม “กองทุนผสม” สไตล์ Aggressive Allocation เพิ่มความยืดหยุ่นลุย “หุ้นไทย” ระยะยาว…กับ “RMF”

ต่อเนื่องกับ “ตลาดหุ้นไทย” แต่เป็นกองทุน RMF” ที่เป็น “กองทุนผสม” สไตล์ Aggressive Allocation” ที่มีการกระจายลงทุนในทรัพย์สินที่หลากหลาย แต่จะเน้นลงทุนในหุ้นและสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยง (เช่น Property Fund/ REITS/ infrastructure เป็นต้น) “มากกว่า 65%” ของ NAV ซึ่งจะเป็นสัดส่วนที่น้อยกว่า “กองทุนหุ้น” ทั่วไปที่จะลงทุนในหุ้น“ตั้งแต่ 80%” ของ NAV นั่นจึงตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการลงทุนในหุ้นไทยแต่ไม่ต้องการความเสี่ยงมากระดับ “กองทุนหุ้น” ได้เป็นอย่างดี
ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการลงทุนเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนให้เหมาะสมกับภาวะตลาดในขณะนั้นๆ โดยทีมงาน “ผู้จัดการกองทุน” ที่มากประสบการณ์จะเป็นผู้ดูแลในการปรับน้ำหนักการลงทุนให้ แต่ในภาวะตลาดปกติแล้วก็จะเน้นลงทุนใน “หุ้นไทย” เป็นสำคัญ โดยกองทุนที่โดดเด่นที่คัดมาฝากกัน ได้แก่

- “RMF1: กองทุนเปิดกรุงไทยผสมเพื่อการเลี้ยงชีพ อยู่ในกลุ่ม Aggressive Allocation”ความเสี่ยง “ระดับ 5” (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง) ที่เน้นกระจายการลงทุนในหุ้น ตราสารหนี้ เงินฝาก หรือทรัพย์สินอื่น ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด

กลุ่ม “กองทุนต่างประเทศ” โอกาสเพิ่มผลตอบแทนที่ดี…กับ 3 คู่ “RMF-SSF”

ส่งท้ายกันด้วยกลุ่ม “กองทุนต่างประเทศ” ใน 3 ธีมที่จะช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดี ประกอบด้วย

1) “หุ้นสหรัฐ” เศรษฐกิจสหรัฐยังเติบโตได้ดี ภาพตลาดแรงงานที่ยังค่อนข้างแข็งแกร่ง ทิศทางดอกเบี้ยเป็นวงจรปรับตัวลดลง ผลประกอบการของหลาย Sector ยังสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาด การกลับมาของ “Donald Trump”ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐยังคงน่าสนใจจากนโยบายหลักในเรื่อง Make America Great Again” ดังนั้น หากตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลดลงเรามองว่าเป็นโอกาสที่ดีที่จะเข้าสะสมหุ้นสหรัฐเพื่อการเติบโตระยะยาว โดยกองทุนที่แนะนำมี 2 กองทุน ในรูปแบบของ RMF” และ SSF” ได้แก่
- KT-US RMF: กองทุนเปิดเคแทม ยูเอส โกรท อิควิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ”
- “KT-US-SSF: กองทุนเปิดเคแทม ยูเอส โกรท อิควิตี้ ฟันด์ ชนิดเพื่อการออม”
“ทั้ง 2 กองทุน อยู่ในกลุ่ม US Equity”ความเสี่ยง “ระดับ 6” (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทในสหรัฐที่มีขนาดใหญ่ มีแนวโน้มในการเติบโตดี มีคุณภาพสูง ผ่านกองทุนหลัก ‘AB American Growth Portfolio’ ที่บริหารจัดการโดย AllianceBernstein (Luxembourg) S.a r.l” 2) “หุ้นโลกพื้นฐานดี-ผันผวนต่ำ” เศรษฐกิจโลกน่าจะเข้าสู่ภาวะ Soft Landing โดยทาง “กองทุนการเงินระหว่างประเทศ” (IMF) คาดว่าเศรษฐกิจจะโต 3.2% ทั้งในปี 2024 และ2025 (ที่มา: World Economic Outlook, October 2024) ขณะที่ดอกเบี้ยเป็นขาลง ทำให้ “ตลาดหุ้นทั่วโลก” จะยังมีโอกาสเติบโตต่อไปในระยะยาว
อย่างไรก็ตามความกังวลเรื่อง “ภาวะถดถอย” (Recession) ยังจะปะทุกลับมาเป็นครั้งคราว อีกทั้งมูลค่าตลาดหุ้น (Valuation) โดยรวมก็ไม่ได้ถูกนัก ทำให้ตลาดน่าจะมีความผันผวนเพิ่มขึ้นเป็นระยะๆ การลงทุนจึงอาจต้องเตรียมรับมือกับความผันผวนที่จะเกิดขึ้นด้วย เช่น การลงทุนในหุ้นที่มีความผันผวนต่ำ (Low Volatility) จะทำให้สามารถฝ่าตลาดที่ผันผวนได้อย่างราบรื่นโดยยังคงโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีเอาไว้ได้ โดยกองทุนที่แนะนำมี 2 กองทุน ในรูปแบบของ RMF” และ SSF” ได้แก่
- “KT-WEQ RMF: กองทุนเปิดเคแทม เวิลด์ อิควิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ”
- “KT-WEQ-SSF: กองทุนเปิดเคแทม เวิลด์ อิควิตี้ ฟันด์ ชนิดเพื่อการออม”
“ทั้ง 2 กองทุน อยู่ในกลุ่ม Global Equity”ความเสี่ยง “ระดับ 6” (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนในหุ้นปัจจัยพื้นฐาน มีความผันผวนต่ำ และมีความเสี่ยงในการปรับตัวลงที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตในระดับที่ตํ่า โดยลงทุนในหุ้นที่อยู่ในประเทศพัฒนาแล้วเป็นหลัก รวมถึงกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ ผ่านกองทุนหลัก ‘AB Low Volatility Equity Portfolio’ ที่บริหารจัดการโดย AllianceBernstein (Luxembourg) S.a r.l.”
3) “อสังหาริมทรัพย์โลก” เป็นอีกกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความน่าสนใจจากปัจจัยบวกหลายประการ แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาลงจะช่วยให้ต้นทุนในการกู้ยืมของผู้พัฒนาโครงการลดลงด้วย ทำให้ดึงดูดกลุ่มนักลงทุนที่มองหาสินทรัพย์ที่จ่ายเงินปันผลได้สม่ำเสมอ ที่ผลประกอบการจะดีขึ้นจากต้นทุนการเงินที่ลดลง ในขณะที่เดียวกันในช่วงที่ดอกเบี้ยปรับตัวลดลง ก็จะทำให้ Yield ของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ดูดีขึ้นโดยเปรียบเทียบ ขณะที่ความต้องการอสังหาริมทรัพย์ยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในหลายกลุ่ม เช่น กลุ่มโลจิสติกส์และอุตสาหกรรมที่เติบโตตามธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และกลุ่มเพื่อการดูแลสุขภาพ-ผู้สูงอายุ ที่เติบโตตามความต้องการที่เพิ่มขึ้น เป็นต้น
โดยกองทุนที่แนะนำมี 2 กอง ในรูปแบบของ RMF” และ SSF” ได้แก่

- “KT-PROPERTY RMF: กองทุนเปิดเคแทม เวิลด์ พร็อพเพอร์ตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ”
- “KT-PROPERTY-SSF: กองทุนเปิดเคแทม เวิลด์ พร็อพเพอร์ตี้ ฟันด์ ชนิดเพื่อการออม”
“ทั้ง 2 กองทุน อยู่ในกลุ่ม Fund of Property fund - Foreign” ความเสี่ยง “ระดับ 7” (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนในหุ้น หรือกองทรัสต์ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่มีการกำกับดูแล โดยมีรายได้หลักจากการเป็นเจ้าของ บริหารจัดการ และ/หรือพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลก ผ่านกองทุนหลัก ‘Global Property Equities Fund’ ที่บริหารจัดการโดย Henderson Fund Management (Luxembourg) S.A.”
สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าในช่วงโค้งสุดท้ายของปีจะลงทุนกองทุนไหนดี ทาง “บลจ.กรุงไทย” ได้คัดเน้นๆ 11 “กองทุนรวมลดหย่อนภาษี”ดาวเด่น ครบทุกประเภททั้ง “RMF-SSF-ThaiESG” ลุย 4 สินทรัพย์เด่น โอกาส “เพิ่มผลตอบแทน” พร้อม “เซฟภาษี” ส่งท้ายปี 2024 นี้ มาฝากกันให้เลือกลงทุนอย่างครบครันเลยทีเดียว
คำเตือน กองทุน KTFIXPLUS-SSF, KT-US RMF, KT-US-SSF, KT-WEQ RMF, KT-WEQ-SSF, KT-Property RMF และ KT-Property-SSF) มีความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ทั้งนี้ กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน (ยกเว้น KTFIXPLUS-SSF ที่มีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน) ในกรณีที่กองทุนไม่ได้มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจจะขาดทุนหรือจะได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ / ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนของกองทุน SSF, RMF และ ThaiESG และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ หากลงทุนไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด อาจต้องคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีและเสียเงินเพิ่ม
สนใจติดต่อบลจ.กรุงไทยwww.ktam.co.th หรือโทร 0-2686-6100 กด 9

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...