ROMOMO ร้านที่กำลังเป็นไวรัลในจีน โมเดลการขาย ‘ตุ๊กตาแฮมเบอร์เกอร์จีน’ ยอดขายพุ่ง 2 แสนชิ้น
TODAY Bizview
อัพเดต 04 ธ.ค. 2567 เวลา 11.39 น. • เผยแพร่ 03 ธ.ค. 2567 เวลา 10.54 น. • workpointTODAYคำว่า ‘ครีเอทีฟ’ ไม่ได้จำกัดแค่บางอุตสาหกรรมอีกต่อไป หลังจากที่มีกระแสไวรัลของร้านหนึ่งที่ชื่อว่า ‘ROMOMO’ ร้านที่จำลองมาจากร้านขายแฮมเบอร์เกอร์จิ๋วสไตล์จีน โดยเมนูนี้เรียกกันว่า ‘roujiamo’ อาหารว่างสตรีทฟู้ดขายดีเมนูหนึ่งของคนจีน
ทำไม ROMOMO ถึงอยู่ในสปอร์ตไลต์ที่นักการตลาดหลายคนจับตา? เพราะว่าสไตล์การขาย การดึงดูดลูกค้า และรูปแบบการสร้างยอดขายที่ตอนนี้ทะลุเกิน 200,000 ชิ้นไปแล้ว เมื่อเทียบกับสเกลร้านเล็กจิ๋วริมทาง หรือบางคนที่จับกระแสนี้อยู่ก็ขายเฉพาะแค่ในออนไลน์ แต่ยอดขายต่อวันกลับขึ้นแตะหลายหมื่นชิ้น
แล้ว ROMOMO คือร้านอะไร จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นได้อย่างไร และไวรัลขนาดไหน TODAY Bizview สรุปให้ในบทความนี้
[ ร้านขายตุ๊กตาของกินก็ใส่ครีเอทีฟได้ ]
ปรากฎการณ์ของ ROMOMO เกิดขึ้นในประเทศจีนได้ไม่นาน ประมาณช่วงเดือนมิถุนายน แต่เพิ่งมาเป็นกระแสในโซเชียลช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อน เพราะความน่ารักและแปลกใหม่จนคนในโลกโซเชียล โดยเฉพาะใน TikTok พูดถึงและแชร์กันแบบล้นทะลัก
‘จาง ป๋อ’ (Zhang Bo) นักออกแบบให้กับร้าน ROMOMO ซึ่งเขาให้สัมภาษณ์ทั้งสื่อจีนและต่างประเทศว่า จุดเริ่มต้นคืออยากให้คนรู้จักเมนูของว่างของคนจีน ก็คือ roujiamo ว่าเป็นเมนูสตรีทฟู้ดที่ขายดีและก็ได้รับความนิยมมาก แต่เขารู้สึกว่า อยากจะนำเสนอเมนูนี้ในรูปแบบใหม่ ไม่ใช่ในฐานะ ‘ของกิน’ อย่างที่คุ้นเคย
เขาทำให้ roujiamo กลายเป็นตุ๊กตาที่มีชีวิต มีตา มีแขนขาเล็กๆ หน้าเปื้อนยิ้ม เพื่อทำให้ผู้คนเข้าถึงง่ายและอยากรู้จักเจ้าสิ่งนี้ โดยร้าน ROMOMO เริ่มนำตุ๊กตาแฮมเบอร์เกอร์จีนขนาดเล็กเท่าฝ่ามือ และนำมาขายเหมือนขงกินจริงๆ ตั้่งแต่สับหมูและยัดไส้, การราดน้ำซอส ไปจนถึงการใส่ห่อกระดาษเหมือนจริง
เขาเลือกสร้างประสบการณ์ให้ลูกค้าแบบใหม่ ด้วยการเพิ่มกระบวนการของ ‘เชฟ’ และการถามลูกค้าที่ต่อคิวซื้อด้วยคำถามเหมือนจริง เช่น
- คุณต้องการเนื้อติดมันหรือไม่?
- คุณต้องการราดซอสแบบฉ่ำหรือไม่
ประสบการณ์เหล่านี้เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้คนยอมต่อคิวนานกว่า 1 ชั่วโมงเพื่อซื้อตุ๊กตาที่ ROMOMO และสัมผัสสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อน
[ ขายได้ 2 แสนชิ้น ไลฟ์คนดูทะลุ 50,000 ทุกวัน ]
เจ้าแห่งการไลฟ์ขายสินค้า หรือการตลาดบนอีคอมเมิร์ซแบบเลือดสาดต้องยกให้ ‘จีน’ ที่ผ่านมาเราน่าจะเห็นวิธีการไลฟ์ขายเสื้อผ้าของแม่ค้าพ่อค้าคนจีนที่มีมือถือต่อหน้าวางเรียงกันเป็นสิบๆ เครื่อง ปิดยอดขายกันไปหลักล้านบาท
อย่าง Xin Youzhi ยอดนักขายผู้ก่อตั้ง Xinxuan Group บริษัทอีคอมเมิร์ซชื่อดังของจีนที่ไลฟ์ขายของและทำสถิติมาแล้ว 9,500 ล้านบาทภายใน 12 ชั่วโมง
แนวคิดหรือการสร้างกิมมิคในการขายสไตล์คนจีน ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจมาก อย่างร้าน ROMOMO ที่เปิดร้านได้ไม่นานและมีคนต่อคิวหน้าร้านเกิน 1 ชั่วโมงทุกวัน ก็ยังไลฟ์สดขายสินค้าเพื่อกระตุ้นยอดขายทุกวัน
โดยพนักงานของ ROMOMO จะไลฟ์บนแพลตฟอร์มไลฟ์สตรีม ซึ่งมียอดเข้าชมมากกว่า 50,000 ครั้งต่อวันติดกันช่วง 2-3 เดือนมานี้
คอมเมนต์ในโซเชียลส่วนใหญ่ในจีนพูดคล้ายๆ กันว่า “มันน่ารักและราคาไม่แพง เห็นแล้วทำให้นึกถึงสมัยก่อนที่เล่นครัวตอนเด็กกับเพื่อนๆ”
ราคาตุ๊กตาแฮมเบอร์เกอร์จิ๋วเริ่มต้น 49 หยวน หรือราว 231 บาท ลูกค้าสามารถ add on อื่นๆ หรือท็อปปิ้งที่ใส่ในแฮมเบอร์เกอร์ได้ เช่น พริกเขียว, มันฝรั่งทอด และใบผักกาดหอม ซึ่งทางร้านก็จะทำตามขั้นตอนทุกอย่างเหมือนของจริง เป็นการเพิ่มอรรถรสในการดูที่นานขึ้น สร้างความรู้สึกฟินให้กับลูกค้าที่ยอมจ่ายได้
มีการสำรวจจาก Zhiyan Consulting ระบุว่า ตลาดวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ในจีนกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยมูลค่าตลาดอยู่ที่ประมาณ 16,380 ล้านเหรียญในปี 2023 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเกือบ 14%
โดยบอกว่า การที่กระแสของร้าน ROMOMO บูมขึ้นไม่ใช่แค่ในจีน แต่คลิปที่เป็นไวรัล สื่อต่างชาติที่ให้ความสนใจกำลังสะท้อนว่า ตลาดนี้กำลังเป็นที่ต้องการทั่วโลก การตลาดที่สร้างสรรค์ วิธีการขายสินค้าที่ออกนอกกรอบ และที่เห็นได้ชัดอีกอย่างคือ คนกำลังโหยหาความรู้สึกและประสบการณ์ในวัยเด็กที่เคยสัมผัส
ทั้งยังมีข้อมูลชี้ว่า คนรุ่นหลังปี 2000 กลายเป็นกลุ่มผู้บริโภคของเล่นหรือตุ๊กตาของกินรายใหญ่ที่สุดในจีน โดยคิดเป็น 43% ของผู้ซื้อทั้งหมด ขณะที่คนรุ่นหลังปี 1990 อยู่ที่ 36% เป็นอันดับ 2 ที่ยอมจ่ายให้กับประสบการณ์นี้
ซึ่งก็ตรงกับผลวิจัยของ McKinsey & Company ที่บอกว่า คนเจน Z ในจีนมีความสนใจสินค้าและบริการที่ให้คุณค่าทางอารมณ์และจิตใจมากที่สุด
กระแสนี้จากจีนเป็นส่วนหนึ่งที่หยิบมาแชร์เพราะมองว่า ธุรกิจในไทยก็สามารถปรับใช้ได้เหมือนกัน โดยเฉพาะกลยุทธ์ที่ใช้ความน่ารัก ซึ่งตอนนี้ดูจากกระแสนิยมหลายๆ อย่าง ตั้งแต่ น้องเนย Butterbear, หมูเด้ง มาจนถึงน้องเอวาที่เชียงใหม่ ก็น่าจะส่งสัญญาณอะไรบางอย่างให้กับมาร์เก็ตเตอร์ได้เพื่อวางกลยุทธ์สำหรับปี 2568
อ้างอิง:
https://english.news.cn/20241111/ddcb717b70404d25a236c4c997e3f066/c.html
https://www.thinkchina.sg/society/guojiajia-craze-why-chinas-youth-are-spending-big-playing-house