โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“สมศักดิ์” รับจบ! อุ้ม ทักษิณ วีโต้มติแพทยสภาลงโทษหมอ

INN News

อัพเดต 31 พ.ค. 2568 เวลา 08.30 น. • เผยแพร่ 31 พ.ค. 2568 เวลา 02.00 น. • INN News

ภายหลังคณะกรรมการเสนอความเห็นสภานายกพิเศษเพื่อพิจารณา ตามมาตรา 25 แห่ง พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 ได้มีการประชุมไป 3 ครั้ง และส่งสรุปความเห็นแต่ละคน ให้กับนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะสภานายกพิเศษ เพื่อพิจารณากรณีการส่ง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ ชั้น 14 ซึ่งก่อนหน้านี้ทางแพทยสภาได้มีการลงโทษหมอ ทั้งการตักเตือนและการพักใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ

ล่าสุด นายสมศักดิ์ ได้มีการทำหนังสือส่งถึงแพทยสภาเรียบร้อยแล้ว โดยในหนังสือของ นายสมศักดิ์ ซึ่งวีโต้มติแพทยสภา ได้อ้างหลักการพื้นฐานในการพิจารณาว่า "หลักจริยธรรมทางการแพทย์มีเจตนารมณ์สําคัญ เพื่อให้การรักษาและการดูแลผู้ป่วยมีความถูกต้อง ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และเป็นธรรม และสร้างความ ไว้วางใจระหว่างผู้ป่วยกับแพทย์ และการกําหนดความรับผิดชอบและหน้าที่ของแพทย์ที่มีต่อผู้ป่วย

ดังนั้นการตีความและการวินิจฉัยพฤติการณ์การกระทําของผู้ประกอบวิชาชีพใดว่าผิดต่อข้อกําหนดว่าด้วยจริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือไม่ เพียงใดจึงต้องนําข้อเท็จจริง อันเกี่ยวกับความเสียหายหรือผลกระทบอย่างใดอย่างหนึ่งของผู้ป่วยมาใช้ในการพิจารณาและวินิจฉัยเสมอ

หากไม่แล้วการพิจารณาและวินิจฉัยดังกล่าวย่อมมีลักษณะเป็นการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบด้วยกฎหมายกล่าวโทษในฐานะคู่กรณีในการพิจารณาทางปกครองอย่างเต็มที่โดยเฉพาะสิทธิในการโต้แย้ง และแสดงหลักฐานและสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาโดยเจ้าหน้าที่ที่มีความเป็นกลาง"

การที่ สมศักดิ์ เทพสุทิน วีโต้มติแพทยสภา ท่ามกลางเสียงข้อครหาจากบุคลากรทางการแพทย์ ที่อาจถูกมองว่าใช้ดุลยพินิจมิชอบ เพื่อเอื้อประโยชน์ในทางการเมือง หรือไม่

ขณะที่ก่อนหน้านี้ นายทักษิณ เคยให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่แพทยสภามีมติลงโทษแพทยสภา 3 คน ว่า แพทยสภามีหน้าที่ดูเรื่องจริยธรรมของแพทย์ บางทีแพทยสภาก็ไม่มีจริยธรรมเสียเองก็มี โดยระบุว่า บางคนไลน์กลุ่มหลุดออกมา แพทยสภาบางคนด่าตน อยู่ในไลน์กลุ่ม ซึ่งหลังจากนั้นก็มีข้อความไลน์ของกลุ่มแพทยสภาหลุดออกมา ว่ามีลักษณะวิพากษณ์วิจารณ์ นายทักษิณ เพื่อมีเจตนาให้สังคมมองว่า แพทยสภาเองก็มีอคติในการวินิจฉัยกรณี ชั้น 14 รพ.ตำรวจ

การวีโต้ของนายสมศักดิ์ ครั้งนี้ ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมทางการเมืองที่หลายคนออกมาแสดงความคิดความเห็นในหลากหลายแง่มุม

นายสุริยะใส กตะศิลา คณบดีวิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กว่า วีโต้แพทยสภา ระวัง!ซ้ำรอย นิรโทษกรรมสุดซอย โดยเรื่องดังกล่าวเป็นสิ่งที่สังคมไม่สามารถเพิกเฉยได้ เพราะนอกจากจะเป็นการ ลดทอนความเป็นอิสระขององค์กรควบคุมจริยธรรมวิชาชีพแล้ว ยังอาจถูกตีความได้ว่า เป็นความพยายามใช้กลไกภาครัฐ ปกป้องหรืออุปถัมภ์ผลประโยชน์ของบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยมิชอบ

ขณะที่ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ระบุว่าความสง่างามของนายสมศักดิ์ ที่ใช้กระบวนการวีโต้กลับมา เราทุกคนทราบว่า นายสมศักดิ์อยู่พรรคอะไร นายทักษิณมีอำนาจ มีอิทธิพลต่อใคร และเป็นพ่อของนายกรัฐมนตรี ก็ยิ่งเป็นการซ้ำเติม ให้กรณีชั้น 14 เป็นเรื่องของการช่วยเหลือพวกพ้อง ต้องยอมรับว่า กระบวนการช่วยเหลือนายทักษิณ ไม่อายฟ้าดิน ไม่ได้สนใจว่าประชาชนจะมองต่อปรากฏการณ์นี้อย่างไร และทำให้เกิดมาตรฐานที่เลวร้ายต่อไปเรื่อย ๆ

กระแสสังคมโหมแรง ต่อการตัดสินใจของนายสมศักดิ์ ในครั้งนี้ เพราะมองว่าเป็นการโอบอุ้ม นายทักษิณ หรือไม่ และสปอตไลท์ จับจ้องไปที่ แพทยสภา ทันที

ซึ่งหลังจากนี้ ต้องติดตามกระบวนการตัดสินคดีจริยธรรมของแพทยสภา และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ที่มีความรับผิดตามกฎหมาย 3 ประเด็น ซึ่งแพทยสภา ได้นัดประชุม ในวันที่ 12 มิ.ย.2568

สำหรับขั้นตอนการพิจารณาโทษแพทย์รักษา นายทักษิณ หลัง นายสมศักดิ์” วีโต้คำสั่งแพทยสภา

หากสภานายกพิเศษ เห็นด้วยกับมติแพทยสภา ให้ออกคำสั่งตามบทลงโทษ

หากสภานายกพิเศษ เห็นแย้งกับมติแพทยสภา กรรมการแพทยสภา ลงมติใหม่ เงื่อนไขต้องได้เสียง 2 ใน 3 จากที่ประชุมทั้งหมด โดยกรรมการแพทยสภามี 70 คน ต้องได้เสียงมากกว่า 47 เสียง หากเสียงถึงจะทำเป็นคำสั่งแพทยสภา พร้อมบทลงโทษ ผู้ถูกกล่าวหายื่นขอเพิกถอนคำสั่งกับศาลปกครองได้ แต่หากเสียงไม่ถึง ตั้งกรรมการสอบสวนในประเด็นที่วีโต้ใหม่

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...