โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

Moody’s ปรับลดเรทติ้งสหรัฐฯ ครั้งแรกในรอบ 108 ปี หนี้พุ่ง-ขาดดุล-การเมืองป่วน ฉุดความเชื่อมั่น โบรกฯ ชี้หุ้นไทยอาจได้ผลดี แต่แค่ระยะสั้น

Wealthy Thai

อัพเดต 21 ต.ค. 2568 เวลา 01.49 น. • เผยแพร่ 19 พ.ค. 2568 เวลา 08.31 น.

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2025 Moody’s ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของรัฐบาลสหรัฐฯ จากระดับ Aaa ลงมาอยู่ที่ระดับ Aa1 ซึ่งนับเป็นการปรับลดครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1917
โดยเหตุผลหลักในการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือครั้งนี้ ได้แก่:
1. หนี้สาธารณะที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งขณะนี้อยู่ที่ 36 ล้านล้านดอลลาร์ โดย Moody’s คาดว่าอาจแตะระดับ 134% ของ GDP ภายในปี 2035
2. การขาดดุลงบประมาณอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2024 ขาดดุลราว 6.4% ของ GDP ซึ่ง Moody’s คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 9% ภายในปี 2035 จากภาระดอกเบี้ยที่สูงขึ้น รายจ่ายสวัสดิการที่เพิ่มขึ้น และรายได้ภาษีที่ยังอยู่ในระดับต่ำ
3. ความติดขัดทางการเมือง โดยเฉพาะการอภิปรายในสภาคองเกรสเกี่ยวกับร่างกฎหมาย “One Big Beautiful Bill Act” ที่ผลักดันโดยพรรค Republican ซึ่งมีข้อเสนอให้ลดภาษีราว 3.8 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วง 10 ปีข้างหน้า แต่คาดว่าจะเพิ่มภาระขาดดุลของรัฐบาลกลางกว่า 2.5 ล้านล้านดอลลาร์
โดยหลังการปรับลดอันดับ ตลาดฟิวเจอร์สของดัชนีหุ้นสหรัฐฯ เช่น S&P 500, Dow Jones และ Nasdaq-100 ปรับตัวลดลง 0.5% ถึง 1% ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเล็กน้อย และราคาทองคำพุ่งขึ้น 1.4% สะท้อนถึงความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น ในเวลาเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีเพิ่มขึ้นแตะระดับ 4.48%
ด้านมุมมองนักวิเคราะห์ แม้แต่ละที่จะมองผลกระทบจากการปรับลดครั้งนี้ต่างกัน แต่มุมมองเหล่านี้สามารถสรุปได้เป็น 3 ประเด็นหลัก ได้แก่
1. ผลกระทบต่อหุ้นสหรัฐฯ มีแนวโน้มอยู่ในวงจำกัด
Barclays Plc มองว่าการปรับลดอันดับของ Moody’s ไม่น่าจะนำไปสู่การเทขายสินทรัพย์สหรัฐฯ หรือเปลี่ยนแปลงกระแสเงินลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ เช่นเดียวกับ PGIM Fixed Income ที่มองว่าโอกาสที่นักลงทุนสถาบันจะเทขายพันธบัตรสหรัฐฯ นั้นมีน้อย เพราะได้มีการปรับเปลี่ยนนโยบายการลงทุนไว้แล้วตั้งแต่ปี 2011 ที่ S&P เคยปรับลดอันดับสหรัฐฯ
2. สินทรัพย์ทางเลือก เช่น ทองคำ มีโอกาสได้รับความสนใจมากขึ้น
KCM Trade ชี้ว่าการปรับลดอันดับเครดิตของสหรัฐฯ โดย Moody’s และปฏิกิริยาหลีกเลี่ยงความเสี่ยงของตลาด ได้ทำให้ราคาทองคำฟื้นตัว ขณะที่ Franklin Templeton Investment Solutions วิเคราะห์ว่า ต้นทุนหนี้ของสหรัฐฯ จะยังคงเพิ่มขึ้น เมื่อนักลงทุนรายใหญ่ฃเริ่มเปลี่ยนจากพันธบัตรสหรัฐฯ ไปถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยอื่น ๆ แทน
3. ตลาดเกิดใหม่อาจได้รับประโยชน์บ้าง
โดย Bloomberg รายงานว่า ธนาคารชั้นนำของ Wall Street เริ่มเห็นนักลงทุนพิจารณาจัดสรรเงินลงทุนใหม่ โดยให้ความสนใจกับตลาดเกิดใหม่มากขึ้น นอกจากนี้ AInvest ยังรายงานว่า ค่าเงินบาทและสกุลเงินในเอเชียหลายสกุลแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้นต่อปัจจัยพื้นฐานในภูมิภาคนี้
อย่างไรก็ตาม สำหรับตลาดหุ้นไทย บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) มองว่าตลาดหุ้นเอเซีย รวมถึงไทย อาจตอบรับเชิงบวก แต่ก็มองเป็นเพียงระยะสั้นเพราะภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังมีความเสี่ยงจากการค้าและตลาดหุ้นไทยก็มีความเสี่ยงจากปัจจัยพื้นฐานที่อ่อนแอทั้งเศรษฐกิจและกำไรบริษัทจดทะเบียน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...