หุ้นไทยวันนี้ แกว่งไซด์เวย์ในกรอบ 1,180-1,200 จุด ไร้ปัจจัยใหม่ จับตาครม.เคาะแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ
หุ้นไทยวันนี้ 20 พ.ค. นักวิเคราะห์คาดแกว่งไซด์เวย์ในกรอบ 1,180-1,200 จุด ขาดปัจจัยใหม่มีผลต่อดัชนี หลังมูดี้ส์ประกาศลดเครดิตสหรัฐ ตลาดสหรัฐยืนได้แดนบวกอ่อน ๆ ระยะสั้นอาจลดความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับ sentiment โลกได้ ขณะที่การประชุมคณะกรรมการนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเมื่อวานนี้มีมติเลื่อนโครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ตออกไปและจะกระตุ้นการลงทุนภาคอื่น ๆ ซึ่งต้องติดตามรายละเอียดต่อไป โดยคาดว่าจะมีการพิจารณาในการประชุมครม.
วันที่ 20 พฤษภาคม 2568 บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET มีโอกาสรีบาวด์สั้นหลังลงมาที่แนวรับ เป็นการชะลอการลงหลังลงมาต่อเนื่ องใกล้แนวรับสําคัญ 1,185/1,180 อย่างไรก็ดี หากหลุดต่ำกว่ามีโอกาสปรับลงต่อ คาดว่าการรีบาวด์ยังจํากัดอยู่ที่แนวต้าน 1,195/1,205 การประชุมบอร์ดนโยบายเศรษฐกิจ ยังไม่มีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจสําคัญๆใหม่ รอความชัดเจน 2-3 สัปดาห์หน้า แต่ตลาดลงมาต่อเนื่องรับรู้ปัจจัยลบในระยะสั้นไประดับหนึ่งมีโอกาสชะลอการลงสั้น
ช่วงสั้นมอง SET มีโอกาสพักตัวรอหาปัจจัยหนุนใหม่และความคืบหน้าการเจรจากการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ หลังดัชนีได้ปรับตัวขึ้นไปตอบรับสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ผ่อนคลายลงในระดับหนึ่ง จนทําให้ SET ปรับขึ้นมายืนเหนือ 1,200 จุด ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่า 3% เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นในภูมิภาคก่อนเกิดเหตุการณ์ ปธน. ทรัมป์ประกาศภาษีศุลกากรตอบโต้ประเทศคู่ค้าแล้ว
อย่างไรก็ดีหากดัชนีปรับลงหรือพักตัวลงมาที่ระดับ 1,155/1,120-1,100 มองจะเปนโอกาสเข้าซื้อสะสม สําหรับนักลงทุนระยะยาว หลังประเมินว่าสถานการณ์สงครามการค้าโลกที่เลวร้ายสุดได้ผ่านไปแล้วในแง่ของระดับภาษีที่สูงสุด รวมทั้งอยู่ระหว่างการประกาศข้อตกลงทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศคู่ค้าต่างๆ ในระยะถัดไป ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงคงแนะนําให้ “Selective Buy”
นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดวันนี้ตลาดน่าจะแกว่งไซด์เวย์ โดยตลาดหุ้นต่างประเทศเช้านี้บวกอ่อน ๆ ขณะที่ภาพรวมตลาดยังขาดปัจจัยใหม่ขับเคลื่อนดัชนี สำหรับปัจจัยต่างประเทศเมื่อวานนี้นักลงทุนจับตาการตอบสนองของตลาดหุ้นสหรัฐ หลังมูดี้ส์ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งตลาดหุ้นสหรัฐยืนแดนบวกได้อ่อน ๆ ประเด็นดังกล่าวในระยะสั้นอาจลดความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับ Sentiment โลกได้
ขณะที่ปัจจัยในประเทศระยะนี้ ยังไม่ได้เห็นแรงขับเคลื่อนใหม่ ซึ่งการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจเมื่อวานนี้มีมติเลื่อนโครงการแจกเงินดิจิทัล เฟส 3 และ 4 ออกไป และจะกระตุ้นโครงการที่เกี่ยวกับการลงทุนอื่น ๆ ซึ่งยังต้องติดตามรายละเอียดต่อไป โดยจะยังไม่ได้มีผลต่อตลาดหุ้น
แนะวันนี้ติดตามการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งคาดว่าจะมีการพิจารณาแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจจากเม็ดเงิน งบประมาณ 1.57 แสนล้านบาท รวมทั้งการพิจารณาร่างงบประมาณปี 69 โดยให้กรอบแนวรับ 1,180 จุด และแนวต้าน 1,200 จุด
บล.พาย ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1,170 – 1,200 จุด ทั้งนี้ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนยังแนะลดพอร์ตการลงทุนเช่นเดิมเพราะยังมองไม่เป็นปัจจัยเชิงบวกทั้งพื้นฐานและกระแสเงินทุน แต่อย่างไรก็ตามระยะสั้นนักลงทุนอาจเลือกเก็งกำไรในหุ้น Defensive อาทิ โรงพยาบาล (BDMS) หุ้นที่ผลประกอบการ 1Q25 รายงานมาโดดเด่น (CPALL AMATA WHA OSP)