โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผลตรวจล่าสุดพบสารหนูทั้ง 15 จุดเกินมาตรฐานทั้งในแม่น้ำกก-สาย-โขง

The Reporters

อัพเดต 10 มิ.ย. 2568 เวลา 12.02 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2568 เวลา 12.02 น.

ผลตรวจล่าสุดพบสารหนูทั้ง 15 จุดเกินมาตรฐานทั้งในแม่น้ำกก-สาย-โขง คพ.ชี้ชัด มาจากเหมืองต้นน้ำ ผู้เชี่ยวชาญหวั่นกระจายสู่วงกว้างขึ้น เชื่อเข้าสู่ห่วงโซ่อาหาร

วันนี้ (10 มิ.ย. 68) เฟซบุ๊กของกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานผลการตรวจคุณภาพน้ำ ‘แม่น้ำกก’ ครั้งที่ 4 โดยได้กำหนดจุดตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมเพื่อตรวจวัดคุณภาพน้ำและตะกอนดิน ในแม่น้ำกก 15 จุด และลำน้ำสาขาที่ไหลลงแม่น้ำกก แม่น้ำฝาง แม่น้ำลาว แม่น้ำกรณ์ แม่น้ำสรวย และแม่น้ำสาย 3 จุด แม่น้ำโขง 2 จุด จากการเก็บตัวอย่างคุณภาพน้ำระหว่างวันที่ 26 - 30 พฤษภาคม 2568 พบว่า “สารหนู” (As) เกินมาตรฐาน 0.010 มิลลิกรัมต่อลิตร (มก./ล.) ทั้ง 15 จุด ดังนี้

1.ชายแดนไทย-พม่า ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ มีค่าสารหนู 0.016 (มก./ล.)

2.สะพานมิตรภาพแม่นาวาง-ท่าตอน ต.ท่าตอน อ.แม่อาย มีค่าสารหนู 0.017 มก./ล.

3.สะพานสองดินแดนบ้านแม่สลัก อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ มีค่าสารหนู 0.015 มก./ล.

4.บ้านจะเด้อ หมู่ 6 ต.ดอยฮาง อ.เมือง จ.เชียงราย มีค่าสารหนู 0.022 มก./ล.

5.สะพานมิตรภาพแม่ยาว-ดอยฮาง อ.เมือง จ.เชียงราย มีค่าสารหนู 0.022 มก./ล.

6.บ้านโป่งนาคำ ต.ดอยฮาง อ.เมือง จ.เชียงราย มีค่าสารหนู 0.023 มก./ล.

7.สะพานข้ามแม่น้ำกก ต.ดอยฮาง อ.เมือง จ.เชียงราย มีค่าสารหนู 0.016 มก./ล.

8.สะพานแม่ฟ้าหลวง ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย มีค่าสารหนู 0.018 มก./ล.

9.สะพานเฉลิมพระเกียรติ1 ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย มีค่าสารหนู 0.020 มก./ล.

10.ฝายเชียงราย ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย มีค่าสารหนู 0.022 มก./ล.

11.สะพานริมกก-เวียงเหนือรวมใจ อ.เวียงชัย จ.เชียงราย มีค่าสารหนู 0.020 มก./ล.

12.สะพานโยนกนาคนคร ต.แม่ข้าวต้ม อ.เมือง มีค่าสารหนู ต่ำกว่า 0.015 มก./ล.

13.ต.ท่าข้าวเปลือก อ.แม่จัน มีค่าสารหนู ต่ำกว่า 0.015 มก./ล.

14.ต.หนองป่าก่อ อ.ดอยหลวง มีค่าสารหนู ต่ำกว่า 0.015 มก./ล. 15. ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน มีค่าสารหนู ต่ำกว่า 0.013 มก./ล.

ส่วนแม่น้ำสาขาที่ไหลลงแม่น้ำกก (แม่น้ำฝาง แม่น้ำกรณ์ แม่น้ำลาว และแม่น้ำสรวย) คุณภาพน้ำมีค่าเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด

สำหรับแม่น้ำสาย สารหนู (As) เกินมาตรฐาน ทั้ง 3 จุด ดังนี้ 1. บ้านหัวฝาย ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย มีค่าสารหนู 0.027 มก./ล. 2. สะพานมิตรภาพแม่น้ำสายแห่งที่ 2 อ.แม่สาย จ.เชียงราย มีค่าสารหนู 0.038 มก./ล. 3. บ้านป่าซางงาม ม.6 ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย จ.เชียงราย มีค่าสารหนู 0.031 มก./ล.

ส่วนแม่น้ำโขง สารหนู (As) เกินมาตรฐาน ทั้ง 2 จุด ดังนี้ 1. ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย มีค่าสารหนู 0.018 มก./ล. 2. ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย มีค่าสารหนู 0.014 มก./ล.

ในรายงานของ คพ.ระบุว่าจากการวิเคราะห์ข้อมูล 1) ผลคุณภาพน้ำบริเวณที่ติดกับพรมแดนของเมียนมา ทั้งแม่น้ำกกและแม่น้ำสาย จะมีค่าความขุ่นสูงผิดปกติทุกจุดตรวจวัด และพบค่าโลหะหนักสารหนูสูง ซึ่งเป็นพารามิเตอร์ที่สะท้อนถึงการทำกิจกรรมการทำเหมืองอย่างชัดเจน

2) ค่าสารหนูที่พบในแม่น้ำโขง สันนิษฐานว่าอาจจะได้รับผลกระทบมาจากแม่น้ำสายที่มาบรรจบกับแม่น้ำรวก และไหลลงสู่แม่น้ำโขง แต่ทั้งนี้ อาจจะต้องมีการตรวจสอบคุณภาพน้ำที่ไหลจากแม่น้ำโขงที่มาจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเพื่อให้ข้อมูลมีความสมบูรณ์มากขึ้น

3) เนื่องจากการตรวจวัดคุณภาพน้ำครั้งที่ 4 เป็นช่วงเข้าฤดูฝนตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2568 สภาพน้ำมีความขุ่นค่อนข้างสูง กระแสน้ำแรง และมีการเปิดประตูระบายน้ำของฝายเชียงรายเพื่อการชลประทานและป้องกันอุทกภัย ทำให้เกิดการกวนตะกอนบริเวณฝาย ตะกอนแขวนลอยถูกชะล้างจากต้นน้ำและพัดพาอย่างรวดเร็ว จึงอาจมีผลทำให้สารหนูในแม่น้ำกกและแม่น้ำสาย มีค่าเกินมาตรฐานคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดินทุกจุดตรวจวัด

ทั้งนี้ กรมควบคุมมลพิษ มีแผนตรวจวัดคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่องเพื่อเปรียบเทียบผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำและใช้เป็นข้อมูลประกอบการในการแก้ไขปัญหาในแม่น้ำและบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อการนำน้ำไปใช้ประโยชน์ของประชาชน โดยได้เก็บตัวอย่างคุณภาพน้ำ ครั้งที่ 5 ระหว่างวันที่ 9 - 13 มิถุนายน เมื่อผลการตรวจวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติการแล้วเสร็จ คพ.จะประชาสัมพันธ์แจ้งให้ทราบต่อไป

สมพร เพ็งค่ำ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาระบบประเมินผลกระทบทางสุขภายโดยชุมชน ( Community Health Impact Assessment Platform หรือCHIA Platform) กล่าวว่าตลอดลำน้ำกกพบการปนเปื้อนของสารหนูเกินค่ามาตรฐาน แม้ว่าที่หัวน้ำใน ต.ท่าตอน มีแนวโน้มลดลง แต่กลางน้ำกลับพบค่าสารหนูสูงขึ้น เนื่องจากการเปิดฝายเชียงราย ทำให้ตะกอนไหลออกมา การไหลของตะกอนสำคัญมาก ฝายที่ดักตะกอนไว้ทำให้เกิดความเสี่ยงมากกว่าเดิม ผู้ใช้น้ำมีโอกาสรับมลพิษสูงกว่าให้แม่น้ำไหลปกติ และเสี่ยงต่อสุขภาพอนามัย

สมพรกล่าวว่า ระบบบำบัดน้ำมีความจำเป็นมาก ประปาภูมิภาคต้องตรวจสอบถี่ขึ้นเพื่อให้มั่นใจว่าได้มาตรฐาน ประปาหมู่บ้านต้องเร่งตรวจ เพราะแนวโน้มเป็นแบบนี้ น้ำเพื่อการเกษตรหากใช้ตรงจากแม่น้ำ ต้องดูว่าปลูกพืชอะไร ตรวจเช็คและบำบัดก่อนทำเกษตร เมื่ิอรู้ว่าหน้าฝายมีความเสี่ยง เป็นความเสี่ยงมากกว่าปกติเพราะเปิดบานระบายน้ำ

“มีความจำเป็นต้องตรวจบ่อน้ำตื้น ที่ชาวบ้านขุดใช้ ใกล้แม่น้ำ ซึ่งชาวบ้านแถบนี้มีใช้กันมาก เป็นน้ำผิวดินที่เชื่อมกับแม่น้ำ ปกติทรายจะกรองตามธรรมชาติ แต่เมื่อแม่น้ำปนเปื้อนสารโลหะหนัก น้ำที่ซึมในบ่อน้ำตื้นใกล้แม่น้ำจึงมีความเสี่ยง ต้องตรวจและจัดการระบบบำบัด”สมพรกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าน้ำที่ใช้ทำนา จะทำอย่างไร สมพรกล่าวว่า ต้องดูเป็นจุด ๆ ไป ควรต้องมีชุดตรวจ test kit ให้ชาวบ้านใช้ หากตรวจพบค่าสารโลหะหนักสูงเกินมาตรฐานก็ต้องส่งแล็บ การที่ตัวเลขเกินค่ามาตรฐาน จะมากหรือน้อย แต่หากชาวบ้านอาศัยตรงนี้ การใช้น้ำ การสัมผัสทุกๆ วันคือการสะสมในร่างกาย สะสมไปเป็นพิษเรื้อรัง อาจจะยังไม่รู้สึกอะไรในวันนี้ แต่เวลาผ่านไปก็อาจเกิดอาการเจ็บป่วยได้

“ควรมีการแจกชุดตรวจ test kit ให้ชาวบ้าน เพื่อให้ทราบทันที แล้วให้ชาวบ้านให้รายงานพิกัดเพื่อให้ทางการทราบ เป็นการคัดกรองเบื้องต้น เมื่อรายงานเข้ามาในระบบของราชการก็จะทราบข้อมูลพื้นที่ความเสี่ยง และสามารถจัดการได้ทันท่วงที หากปนเปื้อนสูงก็ต้องหาน้ำมาให้ชาวบ้านใช้ก่อนทันที พื้นที่มลพิษครั้งนี้กว้างมาก ต้องให้ชุมชนมีส่วนร่วมด้วย” สมพร กล่าว

ผศ.ดร.เสถียร ฉันทะ อาจารย์วิทยาศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย กล่าวว่าการตรวจครั้งที่ 1 ถึงครั้งล่าสุดนี้ จะเห็นว่าการปนเปื้อนของสารหนูในแม่น้ำทั้ง 3 แห่งมิได้เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นแม้แต่น้อย ตัวเลขผลการตรวจพบสารหนูยังคงเกินค่ามาตรฐานที่ประกาศไว้ของคุณภาพน้ำผิวดินที่กำหนดสารหนูในแหล่งน้ำต้องไม่เกิน 0.01 ml/L

ผศ.ดร.เสถียรกล่าวว่า ผลการตรวจพบดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ประการแรก สารหนูที่ปนเปื้อนในแหล่งน้ำหรือระบบนิเวศแม่น้ำทั้งแม่น้ำกก น้ำสาย และแม่น้ำโขงจุดที่ตรวจนั้นสารหนูได้แพร่กระจายไปทั่วทุกแห่งตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และท้ายน้ำ หมายความระบบนิเวศแม่น้ำทั้งหมดปนเปื้อนสารหนูทั้งหมดแล้ว สิ่งที่น่ากังวลคือการใช้น้ำของประชาชนในการอุปโภคบริโภค สันทนาการ และการเกษตรกรรมเป็นสิ่งที่น่าห่วงใยอย่างยิ่ง หากประชาชนสัมผัสกับการใช้น้ำโดยตรง ซึ่งเสี่ยงต่อการได้รับสารหนูเข้าสู่ร่างกายและเกิดการสะสมเรื้อรัง ซึ่งจะมีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยในอนาคตตามมาอย่างแน่นอน

ผู้เชี่ยวชาญรายนี้กล่าวว่า ประการที่สอง ผลการตรวจทำให้เราทราบว่าแม่น้ำทั้งสามแห่งนั้นต้องมีการกระทำการอย่างหนึ่งใดโดยเร่งด่วนในการแจ้งเตือนประชาชนที่ใช้น้ำ และต้องมีแนวทางให้ประชาชนได้มีการตรวจสอบคุณภาพน้ำเบื้องต้นก่อนนำน้ำจากแม่น้ำไปใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเอาน้ำดิบจากแม่น้ำไปผลิตน้ำประปาหมู่บ้าน และการนำน้ำจากแม่น้ำไปใช้ในการทำการเกษตรโดยเฉพาะการทำนาที่สัมผัสกับน้ำอยู่ตลอดเวลา รัฐต้องเร่งให้ความรู้ประชาชนและเสริมศักยภาพสนับสนุนชุดตรวจคุณภาพน้ำเบื้องต้น (kit Test) แก่ประชาชนหรือชุมชนริมแม่น้ำที่นำน้ำจากแม่น้ำมาใช้ประโยชน์เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นจากการรับสารหนูที่ปนเปื้อนในแม่น้ำ

ข้อสังเกตประการที่สาม ผศ.ดร.เสถียรกล่าวว่า มาตรการเร่งด่วนในการฟื้นฟูปรับปรุงคุณภาพน้ำ ในขณะที่ยังไม่สามารถจัดการแหล่งกำเนิดมลพิษที่ต้นทางได้ ทั้งรูปแบบและวิธีการที่ต้องเร่งศึกษาได้แก่ วิธีการทางกายภาพ ทางเคมีและทางชีวภาพ ที่เหมาะสมสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ และมีประสิทธิภาพและความคุ้มทุน จึงเป็นมาตรการเร่งด่วนเพื่อป้องกันมิให้การแพร่กระจายของสารโลหะหนักไปในพื้นที่ต่างๆที่กว้างไกลและต้องใช้ทรัพยากรในการบำบัดฟื้นฟูที่ยากมากขึ้นและใช้งบประมาณจำนวนมากขึ้น

นายประการที่สี่ ต้องดำเนินการแจ้งเตือนประชาชนเกี่ยวกับการนำเอาอาหารจากแหล่งน้ำที่มีการปนเปื้อนสารโลหะหนัก เช่น สัตว์น้ำ พวกกุ้ง หอย ปู ปลา และพืชที่อาศัยอยู่ในน้ำมาประกอบอาหาร เนื่องจากสารโลหะหนักเหล่านี้ได้แพร่กระจายและแทรกซึมเข้าสู่ระบบนิเวศและห่วงโซ่อาหาร แม้จะยังไม่มีรายงานข้อมูลที่ปรากฏแน่ชัดว่าสัตว์น้ำและพืชอาหารเหล่านี้มีผลการตกค้างของสารโหละหนักเป็นอย่างไร และผลการตรวจของศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ฯ เชียงรายที่ผ่านมา มีรายงานว่ายังไม่พบค่าเกินเกณฑ์มาตรฐาน แต่อาจจะเป็นเพราะระยะเวลาที่สารเหล่านี้กำลังทยอยสะสมเพิ่มขึ้น ระยะเวลาการสัมผัสของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้อยู่ในช่วงเวลาที่อาจยังตรวจไม่พบในปัจจุบัน ซึ่งคงต้องมีการดำเนินการเก็บตัวอย่างที่ต่อเนื่องเพื่อเฝ้าระวังและแจ้งเตือนให้ประชาชนทราบ

“ประการสุดท้าย ต้องส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยเฉพาะชุมชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำ และที่มีการใช้น้ำจากแม่น้ำที่ปนเปื้อน เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและแนวทางในการเฝ้าระวังและป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจากการใช้น้ำที่ปนเปื้อน การสนับสนุนการฟื้นฟูคุณภาพน้ำก่อนนำน้ำจากแม่น้ำไปใช้ประโยชน์ของชุมชน เช่น การจัดทำระบบบึงประดิษฐ์ก่อนนำน้ำไปใช้ทำการเกษตร การผลิตน้ำประปา โดยมีการดำเนินการควบคู่กับการที่ชุมชนมีการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำเบื้องต้นไปพร้อมๆกันด้วย” ผศ.ดร.เสถียร กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...