โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

ทำความรู้จัก “ฟิล์มติดรถยนต์” แต่ละประเภท ควรเลือกอย่างไรให้เหมาะสมกับรถคุณ

Car2day

อัพเดต 27 ก.ค. 2565 เวลา 11.22 น. • เผยแพร่ 27 ก.ค. 2565 เวลา 09.08 น. • Car2Day

ด้วยสภาพอากาศในประเทศไทย ไม่ว่าจะฤดูไหนก็ร้อนไม่แพ้กันเลย หากคุณเป็นคนนึงที่ใช้รถและชอบติดฟิล์มราคาถูก ไม่ได้มาตรฐาน หรือแพงแล้วแต่ก็ยังไม่ได้มาตรฐาน ขึ้นทุกครั้งร้อนอบอ้าวแทบจะเป็นลมทุกครั้ง แถมยังทำให้อุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในรถเสียหาย วันนี้ลองมาทำความรู้จักกับฟิล์มติดรถยนต์ หรือ ฟิล์มกรองแสงที่เหมาะสมกับการใช้ของงานของคุณกันดูค่ะ ว่ามีกี่ประเภท ควรเลือกใช้แบบไหนได้บ้าง

ฟิล์มกรองแสงรถยนต์ มีอยู่ทั้งหมด 4 ประเภทด้วยกัน โดยจะแบ่งกันตามวิธีการผลิตฟิล์มกรองแสง

1. ฟิล์มรถยนต์แบบย้อมสี(Deep Dye or Chip Dye Window films)
เป็นฟิล์มรถยนต์ที่ราคาถูกและตามมาด้วยคุณภาพที่แย่ที่สุด ฟิล์มกรองแสงประเภทนี้ตอนติดใหม่ ๆ จะมีสีที่เข้มแต่หลังจากนั้นไม่นานสีจะค่อนข้างจางเร็ว หมดอายุเร็ว สักพักจะกลายเป็นสีม่วงเข้มเหมือนรถยนต์รุ่นเก่า ๆ สมัยก่อนที่มักนิยมใช้ ฟิล์มรถยนต์แบบย้อมสีนี้ จะทำได้เพียงแค่ลดแสงจ้าจากภายนอกเท่านั้น ไม่ได้กันความร้อนและรังสียูวีแต่อย่างใด

2. ฟิล์มรถยนต์แบบฉาบไอโลหะ (Metallized Evaporation Window Films)
ฟิล์มรถยนต์แบบฉาบไอโลหะ หรือ ที่ภาษาตลาดฟิล์มกรองแสงบ้านเราเรียกว่า “ฟิล์มปรอท” ฟิล์มรถยนต์แบบฉาบปรอทนี้จะสามารถกันความร้อนได้ดีมากพอสมควร ในราคาที่ไม่แพงมาก ผิวฟิล์มจะมีความมันเงาสามารถสะท้อนคล้ายกับส่องกระจกได้เลย ภายนอกจะไม่สามารถมองเข้ามาในรถได้ แต่ภายในสามารถที่จะมองออกไปได้ชัดเจนหรือไม่นั้นขึ้นอยู่แต่ละคุณภาพของบริษัทที่ผลิต ซึ่งก็เป็นที่นิยมในตลาดรถยนต์บ้านเรา แต่ในสมัยนี้ฟิล์มที่มีลักษณะเช่นเดียวกันอย่าง ฟิล์มนาโนเซรามิก ที่กันความร้อนได้ดีมากขั้น อายุการใช้งานและคุณภาพดีขึ้นตามยุคสมัย

3. ฟิล์มรถยนต์แบบเคลือบอนุภาคโลหะ( Metal Sputtering Window Films )
กระบวนผลิตการจะคล้าย ๆ ฟิล์มกรองแสงแบบสีปรอท แต่จะฉาบโลหะด้วยวิธี sputtering แต่ตัวเนื้อฟิล์มจะเงาน้อยกว่า ผลที่ได้คือจะได้ฟิล์มติดรถยนต์แบบใสที่คุณภาพกันร้อนสูง แต่ก็ตามมาด้วยราคาที่สูงเช่นเดียวกัน ฟิล์มยี่ห้อดังที่ใช้วิธีการนี้ในการผลิตคือ ฟิล์ม V-kool

4. ฟิล์มรถยนต์แบบนาโน( Nano-Super IR Window Films )
เป็นฟิล์มที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ ใช้อนุภาคนาโน เช่น อนุภาคเซรามิก ฝังเข้าไปในเนื้อฟิล์มแทนการฉาบด้วยโลหะ ฟิล์มรถยนต์ประเภทนาโนจะสามารถป้องกันรังสีอินฟราเรดหรือรังสีความร้อนได้โดยเฉพาะ และมีความทนทานกว่าฟิล์มรถยนต์ทั่ว ๆ ไป อายุการใช้งานนานเกิน 10 ปี และมีราคาค่อนข้างสูง แต่ถ้าให้มองถึงคุณภาพที่สามารถใช้ได้ในระยะยาวก็คือว่าคุ้มแก่การลงทุน

หากคุณกำลังมองหาฟิล์มรถยนต์คุณภาพดี ราคาจับต้องได้สามารถติดต่อได้ที่ Line@ : Car2day

วิธีการเลือกฟิล์มติดกระจกรถยนต์

เนื่องจากฟิล์มติดกระจกรถยนต์มีหลายประเภท ซึ่งมีคุณสมบัติก็จะแตกต่างกันออกไป ดังนั้น เรามาดูประสิทธิภาพในการป้องกันความร้อนจากแสงแดดของฟิล์มติดกระจกแต่ละประเภทกันก่อน

เช็กความสามารถในการตัดแสงของฟิล์มติดกระจกรถยนต์ ในการเลือกฟิล์มติดกระจกรถยนต์ การตรวจสอบอัตรากรองแสงคือส่วนสำคัญอย่างนึง โดยเราสามารถแบ่งรังสีจากดวงอาทิตย์ออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ รังสีอินฟราเรด (Infrared), แสงที่ตามองเห็น (Visible Light) และรังสี UV (Ultraviolet Light)

  • ฟิล์มติดกระจกที่ป้องกันรังสีอินฟราเรดและแสงที่ตามองเห็น

เนื่องจากรังสีอินฟราเรดมีส่วนทำให้อุณหภูมิภายในรถสูงขึ้น จึงควรเลือกใช้ฟิล์มติดกระจกรถยนต์ที่สามารถกันรังสีอินฟราเรดได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูร้อนที่อุณหภูมิจะสูงที่สุด ซึ่งคุณสมบัติในการป้องกันรังสีอินฟราเรดนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของแอร์ในรถให้เย็นเร็ว รวมถึงป้องกันไม่ให้เรซินบริเวณแผงคอนโซลรถเสื่อมสภาพได้อีกด้วย โดยเลือกฟิล์มติดกระจกรถยนต์ที่มี ค่าป้องกันรังสีอินฟราเรดตั้งแต่ 95% ขึ้นไป และยิ่งหากมีค่าสัมประสิทธิ์การบังแดดต่ำกว่า 0.8 ลงไป ก็จะยิ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้มากขึ้นอีกด้วย และนอกจากรังสีอินฟราเรดแล้ว การป้องกันความร้อนจาก “แสงที่ตามองเห็น” (Visible Light) โดย ใช้ฟิล์มที่มีสีเข้ม ก็จะสามารถช่วยได้ หากติดฟิล์มติดกระจกรถยนต์ที่มีสีเข้มมากเกินไปก็อาจทำให้การมองเห็นภายนอกรถในเวลากลางคืนไม่ชัดเจน เพราะฉะนั้นควรเลือกความเข้มตามความเหมาะสมของสายตาจะดีที่สุด

  • เช็คค่าป้องกันรังสี UV ที่ส่งผลต่อผิวและดวงตา

รังสี UV คือ รังสีจากดวงอาทิตย์ที่ส่องมายังผิวโลกในฤดูต่าง ๆ โดยมีหลายระดับ โดยช่วงเวลาเที่ยงจะสูงสุด อีกทั้งการสะท้อนต่อผิววัตถุก็มีส่วนเพิ่มปริมาณรังสีจากพื้นผิวที่ต่างกัน โดยพบว่าถ้าเป็นผิวหิมะสามารถสะท้อนได้ถึง 60 – 80% หาดทรายประมาณ 15% ผิวน้ำทะเลประมาณ 5% ด้วยปัจจัยดังกล่าวทำให้รังสียูวีทำลายดวงตาได้ต่างกัน ดังนั้นคุณจึงควรมองหาฟิล์มติดกระจกรถยนต์ที่สามารถป้องกันหรือกรองรังสี UV ได้ ซึ่งแม้ว่าในปัจจุบันจะมีฟิล์มติดกระจกรถยนต์ที่มีค่าป้องกันรังสี UV ได้สูงถึง 99% อยู่เป็นจำนวนมาก

นอกจากรังสี UV จะส่งผลต่อสุขภาพแล้ว ยังอาจส่งผลต่อวัสดุภายในรถของคุณได้ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะแผงคอนโซล พวงมาลัย อุปกรณ์ที่เป็นพลาสติกต่าง ๆ ภายในรถ ทำให้เสื่อมสภาพได้ง่าย อีกทั้งรังสียูวียังทำให้สีของเบาะรถซีดจางลงได้อีกด้วย ควรเลือกฟิล์มที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันสูง จะดีที่สุด

หากคุณกำลังมองหาฟิล์มรถยนต์คุณภาพดี ราคาจับต้องได้สามารถติดต่อได้ที่ Line@ : Car2day

ติดตั้งฟิล์มรถยนต์ สแกนที่นี่

การเลือกสีและคุณสมบัติของฟิล์มติดกระจกรถยนต์ให้เหมาะกับการใช้งาน

  • ฟิล์มติดกระจกรถยนต์สีควันบุหรี่และสีดำ หากใครต้องการความเป็นส่วนตัวภายในรถ โดยไม่ต้องการให้ผู้อื่นภายนอกสามารถมองเข้ามาได้ แนะนำให้ติดฟิล์มติดกระจกรถยนต์สีควันบุหรี่หรือสีดำ เพราะจะช่วยให้มองเห็นภายในรถได้ยาก แล้วยังสามารถใช้ป้องกันการโจรกรรมได้อีกด้วย ถ้าฟิล์มอย่างดีก็สามารถมองเห็นภายนอกได้ชัดเจนอีกด้วย อย่างไรก็ตาม หากฟิล์มติดกระจกรถยนต์มีความเข้มสูง ก็อาจมืดเกินไปสำหรับการขับขี่ตอนกลางคืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่ไม่มีเสาไฟ ดังนั้น ระดับความเข้มจึงไม่ควรเกิน 60%
  • ฟิล์มติดกระจกรถยนต์แบบใส ความชอบส่วนบุคคล อาจจะไม่ได้อยากให้ใครมามองเห็นภายในรถสักเท่าไรเพียงแต่ต้องการวิสัยทัศน์ในการขับรถให้ชัดเจน ก็ขอแนะนำฟิล์มติดกระจกรถยนต์แบบใส ถึงแม้ฟิล์มจะมีความโปร่งใส แต่ก็สามารถทำหน้าที่เป็นฉนวนป้องกันความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดอุณหภูมิที่สูงขึ้นภายในรถจากแสงแดดที่ส่องเข้ามาได้ และแน่นอนว่าฟิล์มประเภทนี้ก็สามารถปกป้องคุณจากรังสี UV ได้เช่นกัน หมดห่วงเรื่องอันตรายจากรังสี UV ได้ และเนื่องจากฟิล์มติดกระจกรถยนต์แบบใสมีค่าแสงส่องผ่านสูง จึงช่วยให้คุณมองเห็นด้านนอกได้ง่ายกว่าฟิล์มติดกระจกรถยนต์สีควันบุหรี่หรือสีดำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลากลางคืนหรือบริเวณที่ไม่มีแสงไฟส่องสว่าง
  • ฟิล์มติดกระจกรถยนต์นิรภัย ฟิล์มติดกระจกรถยนต์นิรภัย ในปัจจุบัน เริ่มมีการใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยฟิล์มติดกระจกนิรภัยนั้น มีคุณสมบัติแตกต่างจากฟิล์มประเภทอื่น ๆ คือมีความหนาและแข็งแรงทนทาน ซับแรงกระแทกได้ มีความยืดหยุ่นสูง จึงช่วยป้องกันไม่ให้ได้รับอันตรายจากเศษกระจกหากมีการแตกตัวหรือเกิดการกระแทกจากอุบัติเหตุได้ แต่ข้อเสียนั้นก็คือ ไม่สามารถป้องกันรังสีอินฟราเรดหรือรังสี UV ได้มากเท่ากับฟิล์มประเภทอื่น ๆ แต่หากเราเน้นความปลอดภัยเป็นหลัก อันนี้ก็เป็นตัวเลือกนึงที่เหมาะสม
  • ฟิล์มติดกระจกรถยนต์แบบสี สำหรับคนที่ชอบแต่งรถ ชอบฟิล์มแบบตะกั่ว หรือมีเฉดสีรุ้ง โฮโลแกรม ต่าง ๆ ก็สามารถเลือกใช้ได้เช่นกัน โดยคุณสมบัติของฟิล์มชนิดนี้ก็สามารถป้องกันรังสิอินฟราเรดและรังสี UV ได้ไม่ต่างกันฟิล์มของชนิดนั้น ๆ เพียงแค่จะมีสีสันขึ้นมาอีกนิดนึง

สรุปแล้วควรติดฟิล์มประเภทไหนดี ?? ฟิล์มกรองแสงแบบนาโน หรือฟิล์มเซรามิก ในปัจจุบัน ถือว่าเป็นฟิล์มกรองแสงที่ทันยุคทันสมัยที่สุด และสามารถป้องกันความร้อนได้ดีเลยทีเดียว เพียงแค่มีราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับฟิล์มรถยนต์ประเภทอื่น ๆ แต่ถ้าอยากได้ฟิล์มราคาถูกแต่กันร้อนได้ดี แนะนำเป็นฟิล์มปรอท จะสามารถสะท้อนแสงและป้องกันความร้อนได้ดีในราคาที่ประหยัด

หากคุณกำลังมองหาฟิล์มรถยนต์คุณภาพดี ราคาจับต้องได้สามารถติดต่อได้ที่ Line@ : Car2day

ติดตั้งฟิล์มรถยนต์ สแกนที่นี่

บทความอื่น ๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...