โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เคสแรกของโลก พบพยาธิตัวกลมเลื้อยในสมองคน หลังมีอาการไอแห้ง เป็นไข้ ตัวร้อน

สยามนิวส์

เผยแพร่ 30 ส.ค. 2566 เวลา 09.01 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
เรื่องราวนี้มีที่มาจากทีมแพทย์จากโรงพยาบาลแคนเบอร์รา ในประเทศออสเตรเลีย ได้มีการพบพยาธิตัวกลม พันธุ์โอฟิดัสการิส รอเบิร์ตซี แบบยังมีชีวิต อยู่ในสมองหญิงวัย 64 ปีคนหนึ่ง หลังจากผ่าตัดสมอง คาดว่าอยู่ในสมองนานกว่า 2 เดือน

เรื่องราวนี้มีที่มาจากทีมแพทย์จากโรงพยาบาลแคนเบอร์รา ในประเทศออสเตรเลีย ได้มีการพบพยาธิตัวกลม พันธุ์โอฟิดัสการิส รอเบิร์ตซี แบบยังมีชีวิต อยู่ในสมองหญิงวัย 64 ปีคนหนึ่ง หลังจากผ่าตัดสมอง คาดว่าอยู่ในสมองนานกว่า 2 เดือน

นายแพทย์ซานจายา เซนานายาเก ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อจากโรงพยาบาลแคนเบอร์รา กล่าวว่า การพบพยาธิตัวกลมสายพันธุ์ดังกล่าวในสมองมนุษย์เป็นกรณีแรกของโลก และอาจเป็นกรณีแรกในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมด้วยซ้ำ เนื่องด้วยผู้ป่วยคนนี้ เธอมีอาการไอแห้ง มีไข้ ตัวร้อนตอนกลางคืน ก่อนมีอาการปวดท้องและท้องเสียนานถึง 3 สัปดาห์ จึงต้องไปนอนโรงพยาบาลเมื่อปลายเดือน ม.ค. 2564

จนเมื่อปี 2565 ก็มีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ขี้หลงขี้ลืมและซึมเศร้า ทำให้ต้องส่งตัวต่อไปยังโรงพยาบาลแคนเบอร์รา แพทย์ได้ทำการไปสแกน MRI พบว่าสมองมีความผิดปกติบางอย่างและต้องได้รับการผ่าตัด หลังจากผ่าตัด ก็พบพยาธิตัวดังกล่าว ทำให้แพทย์กลุ่มหนึ่งที่โรงพยาบาลแห่งนี้ระดมสมองกันสืบหาว่าเป็นพยาธิตัวกลมสายพันธุ์ใดกันแน่ และหาว่าจะรักษาคนไข้รายนี้ต่อไปอย่างไร

ปกติแล้วพยาธิตัวกลมพันธุ์โอฟิตัสการิส รอเบิร์ตซี จะพบได้ในงูเหลือม การที่ผู้ป่วยรายนี้อาศัยใกล้ทะเลสาบที่เป็นแหล่งอาศัยของงูเหลือมพันธุ์คาร์เป็ตไพธอนนี้ ก็เป็นไปได้ว่าจะไปสัมผัสไข่พยาธิผ่านพืชท้องถิ่น เช่น ผักโขมนิวซีแลนด์ ที่เป็นส่วนประกอบในอาหารบางเมนู อย่างไรก็ตาม ทีมแพทย์ก็ยังคงจับตาดูคนไข้รายนี้อย่างใกล้ชิด

ข้อมูล The Telegraph

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...