โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลุงแท็กซี่ป่วยอัมพฤกษ์ หอบสังขารตามหาลูกจนพบ แต่ลูกสั่งรปภ.กันไว้ ไม่ให้เข้า

Khaosod

อัพเดต 07 ส.ค. 2566 เวลา 10.48 น. • เผยแพร่ 07 ส.ค. 2566 เวลา 09.51 น.

ลุงแท็กซี่ป่วยอัมพฤกษ์ หอบสังขารตามหาลูกจนพบ แต่ลูกสั่งรปภ.กันไว้ ไม่ให้เข้า ลูกชายคนเล็กขี่รถบิ๊กไบก์ผ่านไปต่อหน้า กลับไม่เหลียวแลพ่อเลย

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 7 ส.ค.2566 ตำรวจ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งจาก รปภ.ของหมู่บ้านแห่งหนึ่งให้ช่วยมาเชิญตัวผู้ป่วยรายหนึ่งซึ่งนั่งรถเข็นมากับรถยนต์คันหนึ่ง ต้องการจะเข้าไปในหมู่บ้านเพื่อขอพบลูกชาย แต่ทางฝ่ายนิติหมู่บ้านได้สอบถามไปยังลูกชายของผู้ป่วยรายนี้ กลับได้รับแจ้งกลับมาว่า ไม่สะดวกที่จะออกมาพบ พร้อมกำชับ รปภ.หมู่บ้านว่าห้ามชายคนดังกล่าวเข้าไปวุ่นวายในหมู่บ้านโดยเด็ดขาด

ทำให้เจ้าหน้าที่ รปภ.ต้องตัดสินใจทำตามคำสั่งลูกบ้านด้วยการโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาเชิญตัวชายป่วยรายนี้ ออกจากหมู่บ้านไป โดยเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวมายังโรงพักเพื่อหาทางช่วยเหลือ เบื้องต้นทราบชื่อคือนายธนภัทร อายุ 59 ปี อาชีพขับแท็กซี่ เพิ่งล้มป่วยเป็นอัมพฤษ์ได้เพียง 2 อาทิตย์และไปรักษาตัวตามสิทธิการรักษาอยู่โรงพยาบาลในจังหวัดพิษณุโลก

โดยนายธนภัทรได้ว่าจ้างเหมารถให้เดินทางมาตามหาบ้านของลูกชายคนเล็กที่พักอาศัยอยู่ย่านบางบัวทอง จ.นนทบุรี ด้วยความหวังที่ว่าจะให้ลูกชายช่วยดูแล หลังจากที่ล้มป่วยเป็นอัมพฤษ์ครึ่งซีก โดยนายธนภัทธ ได้ออกเดินทางมาพร้อมกับภรรยาใหม่ที่เพิ่งอยู่กินกันมาได้ประมาณ 4 ปี ซึ่งก่อนหน้าที่นายธนภัทรล้มป่วยลงได้ตระเวนขับรถแท็กซี่อยู่ย่านปากน้ำ จ.สมุทรปราการ

นายวินัย วัดพาน อายุ 32 ปี คนขับรถรับจ้างที่พามาส่ง กล่าวว่า นายธนภัทธได้ว่าจ้างให้ตนขับรถจากจ.พิษณุโลกมาตามหาบ้านลูกชายคนเล็กที่อยู่แถวอ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี หลังจากที่แกล้มป่วยลงได้เพียง 2 อาทิตย์ ด้วยความรู้จักมักคุ้นกัน ตนจึงขับรถพาแกมาหาบ้านของลูกชาย โดยออกเดินทางตั้งแต่ 2 ทุ่มของเมื่อวานนี้มาถึงที่บางบัวทองประมาณตี 3

หลังจากนั้นจึงได้แวะจอดอาศัยนอนกันในปั๊มน้ำมันเพื่อรอให้ถึงเช้าก่อนที่จะเดินทางไปพบลูกชายแกในตอนเช้า แต่ปรากฏว่าเมื่อไปถึงที่หน้าหมู่บ้านแล้ว ทาง รปภ.ให้จอดรถอยู่ที่ด้านนอกเพื่อรอติดตามกับทางเจ้าของบ้านก่อน แต่ทางลูกชายอ้างว่าไม่สะดวกออกมาพบ และให้ตนพาพ่อของเขาเดินทางกลับไปได้เลย แต่ทางลุงไม่ยอมกลับจะรอพบจนกว่าลูกชายจะออกมา จนกระทั่งเวลาประมาณเกือบ 8 โมงเช้าลูกชายคนเล็กของลุงแกขี่รถบิ๊กไบก์ออกมา ตนจึงเรียกให้จอดเพื่อพูดคุยกัน

แต่ลูกชายแกไม่ยอมรับอ้างว่าจะรีบไปทำงานไม่สะดวกดูแล ให้ตนพาพ่อเขากลับไปได้เลย จากนั้นเขาก็ขี่รถบิ๊กไบก์ออกไปโดยไม่สนใจพ่อของเขาที่นั่งอยู่ในรถ ก่อนที่สักพักต่อมาทาง รปภ.จะเดินมาแจ้งให้พวกตนกลับออกจากหมู่บ้านไป เพราะลูกชายของลุงโทรมาแจ้งว่า ห้ามคนกลุ่มนี้เข้าไปวุ่นวายในหมู่บ้านโดยเด็ดขาด แต่ลุงก็ยังไม่ยอมกลับ

ทาง รปภ.จึงโทรแจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเชิญตัวไปที่โรงพักเพื่อหาทางช่วยเหลือ ตนรู้สึกสงสารลุงจับใจ เหมือนเห็นน้ำตาแกจะไหลที่รู้ว่าลูกชายปฏิเสธไม่รับพ่อมาอยู่ด้วย ทั้งๆที่แกมีลูกชายอยู่ 2 คน ส่วนคนโตไม่สามารถติดต่อได้และไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน

น.ส.ลัดดาวัลย์ อายุ 38 ปี ภรรยาใหม่ กล่าวว่า ลุงได้ขอย้ายเข้ามาอยู่ในทะเบียนบ้านของตนที่จังหวัดพิษณุโลกเพื่อจะไปทำเรื่องดาว์นรถออกมาขับ โดยที่แกก็ขับรถอยู่แถวสมุทรปราการ ไม่ได้ไปพักอาศัยอยู่ที่พิษณุโลก จนกระทั่งต่อมาแกเกิดอาการน็อกเบาหวาน เส้นเลือดตีบ ตนกับพ่อแม่ก็ต้องหารถลงรับตัวแกขึ้นไปรักษาอาการที่โรงพยาบาลในจ.พิษณุโลกตามสิทธิการรักษาอยู่ประมาณ 2 อาทิตย์

ซึ่งทางบ้านตนไม่สะดวกที่จะรับภาระดูแลแกต่อไปได้เพราะทุกคนต้องทำงาน ตนจึงถามกับแกว่าแกอยากจะไปอยู่ไหน แกก็บอกว่าอยากกลับไปอยู่กับลูกชาย อยากกลับไปหาลูก ตนจึงตัดสินใจหยิบยืมเงินเหมารถจากพิษณุโลกพาแกมาตามหาบ้านลูกชายคนเล็กของแก จนกระทั่งมาเจอกันและทางลูกชายลุงก็ยืนยันว่านี่คือพ่อของเขาจริง แต่เขาไม่เอา ให้ตนพากลับไปด้วย

น.ส.ลัดดาวัลย์ กล่าวอีกว่า ทั้งๆที่ตนก็ไม่ใช่ญาติอะไรของลุง ยังรู้สึกจุกอกขนาดนี้ ถ้าเป็นตนเจอเหตุการณ์แบบนี้เข้า ลูกที่เลี้ยงมาแท้ๆ ยังทำแบบนี้ได้ แค่เขาถึงเวลาเจ็บป่วยช่วงสุดท้ายของชีวิต หวังจะมีลูกมาดูแลกลับถูกลูกผลักไส ไม่เอา ตนยังรู้สึกเสียใจมากเลย ตนไม่รู้มาก่อนว่าลุงแกมีปัญหาอะไรกับครอบครัวแกมาก่อนหรือไม่ ตนไม่รู้เพราะไม่เคยถามเป็นเรื่องส่วนตัวของแก รู้แต่ว่าลุงรักลูกชายแกทั้งสองคนมากเพราะมีอัลบั้มรูปของลูกชายแกทั้งสองคนพกติดตัวไว้ตลอดเวลา

นายธนภัทร ลุงขับแท็กซี่ที่ป่วยเป็นอัมพฤษ์ครึ่งซีก พอพูดสื่อสารได้ กล่าวด้วยน้ำตาคลอว่า สาเหตุที่ตนเลือกขอกลับไปอยู่กับลูกนั้นเป็นเพราะทางนี้จะพลอยลำบากกับตนไปด้วย ตนเลยอยากกลับไปอยู่กับลูกมากกว่า ที่ผ่านมาตนก็ดูแลส่งเสียลูกเรียนจนจบการศึกษาทั้ง 2 คน แต่หากลูกไม่ยอมรับตน ตนก็ไม่โกรธ ไม่ผิดหวังใดๆกับลูก

ด้าน พ.ต.อ.พฤฒ จำรูญศาสน์ ผกก.สภ.บางบัวทอง ได้ประสานกับทางนางนวรัตน์ ศักดิ์โชตินนท์ ผอ.ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.นนทบุรี และเจ้าหน้าพัฒนาสังคม จ.นนทบุรี เข้าให้ความช่วยเหลือนายธนภัทร เกียรติ์วราวุฒิ ลุงโชเฟอร์แท็กซี่ที่ล้มป่วยเป็นอัมพฤกษ์เข้าไปอยู่ในความดูแลของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งก่อน หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายคือฝ่ายลูกชายที่ไม่ยอมรับพ่อไปอยู่ด้วยกับทางฝ่ายครอบครัวใหม่ที่ไม่สะดวกดูแล เพื่อหาทางติดต่อกับทางลูกชายคนโตต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...