'กัณวีร์' ย้ำ พูดคุยสันติภาพชายแดนใต้ ต้องทำต่อ ให้สิทธิเสรีภาพของประชาชนเป็นตัวนำ
‘กัณวีร์’ ย้ำ 11 ปี การพูดคุยสันติภาพชายแดนใต้ รัฐบาลต้องทำต่อและคิดนอกกรอบ ให้สิทธิเสรีภาพของประชาชนเป็นตัวนำ ให้กำลังใจ ‘ฉัตรชัย’ หัวหน้าคณะพูดคุยพลเรือนคนแรก หลังมีกระแสเลื่อยขาเก้าอี้
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ นายกัณวีร์ สืบแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม กล่าวถึงการสร้างสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งวันนี้ เป็นวันครบรอบ 11 ปีที่เริ่มมีการพูดคุยเพื่อสันติภาพในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อวันที่ 28 ก.พ.2556 มีการลงนามในข้อตกลงทั่วไประหว่างคณะพูดคุยเพื่อสันติภาพไทยนำโดย พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร และอุสตาส ฮัสซัน ตอยิบ ขบวนการ BRN ซึ่งหลังจากนั้นมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็มีการพูดคุยมาอย่างต่อเนื่อง
นายกัณวีร์กล่าวว่า ประเทศไทยเริ่มต้นกระบวนการสันติภาพได้ 11 ปีแล้ว แต่ชัดเจนว่าผลลัพธ์ในช่วงที่ผ่านมาไม่สามารถใช้กลไกเดิมในการแก้ปัญหาได้ จึงถึงเวลาต้องคิดนอกกรอบ ให้ได้ว่าจะใช้กลไกเดิมหรือไม่พัฒนากลไกใหม่ รัฐบาลต้องตีให้แตกว่ารากเหง้าของปัญหาคืออะไร นั่นคือปัญหาเรื่อง ‘สิทธิเสรีภาพของประชาชน’ ที่ยังไม่เคยได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เราควรจะพัฒนาให้ประชาชนในพื้นที่มีสิทธิเสรีภาพมีพื้นที่กลางในการแสดงออกโดยไม่หวาดหวั่นผลกระทบจากกฎหมายพิเศษที่จะมาปรับใช้เพราะประชาชนในพื้นที่ถูกดำเนินคดีความมั่นคงเป็นจำนวนมาก รวมถึงคดีที่มีการฟ้องปิดปากควรต้องเริ่มต้นกลัดกระดุมเม็ดแรกให้ถูกต้องจากจุดนี้
“รัฐบาลจำเป็นต้องยกระดับเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติให้ได้ เพราะที่ผ่านมาในกระบวนการพูดคุยเราใช้หน่วยราชการ ทั้งส่วนกลางและในพื้นที่ ในกระบวนการพูดคุย 11 ปีที่ผ่านมาน่าจะเป็นคำตอบแล้วว่าการพูดคุยไปไม่ถึงไหนเพราะฉะนั้นถึงเวลาต้องตระหนักว่าเราไม่ควรมองฝ่ายเจรจามีสถานะต่ำกว่าเรา จึงเสนอให้ฝ่ายการเมืองต้องเป็นผู้นำในการพูดคุย แล้วนำภาคประชาชน ภาคประชาสังคมเข้ามามีส่วนร่วม ให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจริงๆ เข้ามามีบทบาทในคณะพูดคุย เพื่อบอกว่าพวกเขาต้องการอะไร เราไม่ควรใช้ส่วนราชการอย่างเดียวในการพูดคุยแต่ส่วนราชการก็มีความสำคัญในฐานะหน่วยงานสนับสนุน หากฝ่ายการเมืองเป็นผู้นำในการพูดคุยจะทำให้รัฐบาลตัดสินใจได้ทันที” นายกัณวีร์กล่าว
นายกัณวีร์กล่าวด้วยว่า นายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง นายฉัตรชัย บางชวด รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะพูดคุยที่เป็นพลเรือนคนแรก และแม้ในคำสั่งไม่ได้เขียนว่ารองเลขาธิการ สมช. เป็นหัวหน้าคณะพูดคุย แต่นายฉัตรชัย เป็นข้าราชการพลเรือนและจำเป็นต้องรับคำสั่งจากเลขาธิการ สมช.อีกครั้งหนึ่ง เพราะฉะนั้นจะเห็นความลักลั่น ทำให้การพูดคุยไม่น่าจะเห็นผลหากเกิดข้อตกลงระหว่างคณะพูดคุยทั้งสองฝ่าย นายฉัตรชัยก็ต้องรายงาน เลขาธิการ สมช. แล้วเลขาธิการ สมช. ต้องรายงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ แล้วจึงรายงานคณะรัฐมนตรีอีกต่อหนึ่งอีก และล่าสุดยังมีกระแสการเล่นเกมเลื่อยขาเก้าอี้หัวหน้าคณะพูดคุย ที่เป็นลูกหม้อ สมช. ซึ่งต้องให้กำลังใจนายฉัตรชัย พี่ของน้องๆ สมช.
“อดีตหัวหน้าคณะพูดคุยท่านหนึ่งที่เป็นอดีตนายทหารออกมาให้ความเห็นว่า เราเพลี่ยงพล้ำ พลาดท่าเสียที BRN (คู่เจรจา) เพราะเราใช้ agenda based คือเอาประเด็นไปตกลง แทนที่จะใช้ area based คือการตีกระชับพื้นที่ให้มีพื้นที่ “ปลอดภัย” หรือ “มั่นคง” ให้มากที่สุด แล้วแนวร่วมฝั่งคู่เจรจาจะลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ จนหมดไปในที่สุด แต่ 11 ปีที่ผ่านมา อาจเห็นผลแล้วว่า การสร้างสันติภาพของรัฐบาลทหารไม่สามารถสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนได้ และต้องยอมรับว่าต้องหาแนวทางใหม่ที่รัฐบาลเพื่อไทยต้องกล้าคิดนอกกรอบด้วย”
“เราจำเป็นต้องออกจากกรอบให้ได้ เช่นสมัย พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัน เป็นนายกรัฐมนตรี มีกรณีเขมร 4 ฝ่าย หลายฝ่ายบอกว่าอย่าไปคุยกับฝ่ายที่สี่คือฝ่ายที่มีฮุนเซน แต่พอ พล.อ.ชาติชาย บอกว่าจะไปคุยกับฮุนเซน เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า พล.อ.ชาติชายถูกเรียกคุยหลายครั้ง ทั้งฝั่งรัฐบาลจีนและสหรัฐฯ ว่าทำไมถึงคิดออกจากกรอบขนาดนั้น แต่ถึงวันนี้ประเทศกัมพูชาเป็นอย่างไรเมื่อดึงการมีส่วนร่วมของฝ่ายที่ 4 ที่นำโดยฮุนเซน ทำให้กัมพูชาเกิดสันติภาพในเขมร 4 ฝ่าย ดังนั้นเมื่อมามองถึงความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือปาตานี กรอบต่างๆที่ใช้ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันไม่สามารถส่งผลสัมฤทธิ์ แล้วเราจะสร้างมรรคผลอย่างไร ดังนั้นจำเป็นต้องหลุดกรอบให้ได้”
นายกัณวีร์กล่าวว่า รัฐบาลพรรคเพื่อไทยควรใช้จังหวะนี้เป็นโอกาสในการดึงการมีส่วนร่วมของประชาชน ให้กลับมาเชื่อมั่นในระบบรัฐสภาและฝ่ายบริหาร และหากรัฐบาลพลเรือนชุดนี้ที่นำโดยพรรคเพื่อไทยทำสำเร็จ จะเป็นผลงานในระดับโลกที่ทุกคนจับตามองว่าประเทศไทยจะแก้ปัญหาและสร้างสันติภาพแบบไทยๆ ให้เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ได้อย่างไร ประกอบกับโอกาสที่นายทักษิณ ชินวัตร ได้รับการพักโทษและกลับมาอยู่ในประเทศไทยแล้ว จะเป็นการฟื้นความเชื่อมั่นของพรรคเพื่อไทยให้กับพี่น้องประชาชนอีกด้วย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘กัณวีร์’ ย้ำ พูดคุยสันติภาพชายแดนใต้ ต้องทำต่อ ให้สิทธิเสรีภาพของประชาชนเป็นตัวนำ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th