โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

จำเป็นแค่ไหน โหมด Lockdown บน iOS ช่วยป้องกัน ‘แอปดูดเงิน’

Techhub

อัพเดต 02 ก.พ. 2567 เวลา 13.32 น. • เผยแพร่ 02 ก.พ. 2567 เวลา 13.32 น.

Lockdown Mode เป็นโหมดความปลอดภัยขั้นสูงสุดโดยเปิดตัวมาพร้อมกับ iOS 16, iPadOS 16 และ macOS Ventura ออกแบบมาเพื่อปกป้องผู้ใช้จากภัยคุกคามทางไซเบอร์ขั้นสูง อย่างกรณีของมัลแวร์ Pegasus ที่รัฐบาลบางประเทศ ซื้อมัลแวร์มาใช้ติดตามดูคนที่จะสร้างปัญหาให้พวกเขา (ส่วนตัวเชื่อว่าไอโหมดนี้ น่าจะเกิดขึ้น จากเหตุการณ์ Pegasus นั่นแหละ)

หากถามว่า มันมีความจำเป็นขนาดไหน ? ก็ต้องบอกว่า มันขึ้นอยู่กับความเสี่ยงที่ผู้ใช้แต่ละคนต้องเผชิญ หากเป็นผู้ใช้ที่มีความเสี่ยงสูงเช่น นักข่าว นักเคลื่อนไหว คนที่กุมความลับราชการ และเจ้าหน้าที่รัฐ ก็ควรจะเปิดใช้งานแหละ

แต่สิ่งที่ผมเจอคือ สื่อบางแห่งรวมทั้งหน่วยงานราชการ ต่างบอกว่าให้เปิดใช้งาน Lockdown Mode เพื่อป้องกัน “แอปดูดเงิน” ทำให้หลายคนเลือกจะเปิดใช้ โดยอาจไม่ได้ศึกษามันอย่างละเอียด หรือไม่ได้อ่านคำเตือนที่ห้อยเล็ก ๆ ไว้ตอนท้าย

ประโยชน์ของ Lockdown Mode คือมันสามารถปกป้องเราจากสปายแวร์ขั้นสูง โดยปิดใช้งานหรือจำกัดคุณสมบัติและการเชื่อมต่อบางประการของอุปกรณ์ ซึ่งรวมถึง
+ ป้องการติดตั้งแอปจากแหล่งที่ไม่รู้จัก
+ ป้องกันการเข้าถึงไฟล์แนบในข้อความ
+ ป้องกันการโทรวิดีโอ FaceTime จากบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาต
+ ป้องกันการเข้าถึงการเชื่อมต่อเครือข่าย Wi-Fi ที่ไม่รู้จัก

ก็ดูเหมือนจะปลอดภัยมากใช่ไหม แต่มันต้องแลกกับอะไรบ้างล่ะ
1.ไฟล์ที่แนบมากับข้อความรวมถึงลิงก์ จะถูกบล็อค ยกเว้นรูปภาพ วิดีโอ และเสียงบางประเภท ซึ่งหากมีแบรนด์ส่งโปรโมชั่น เพื่อให้เรากดลิงก์เข้าไปรับสิทธิ์ เราก็จะกดไม่ได้นะเออ
2.เข้าบางเว็บไม่ได้ โดยเฉพาะเว็บที่มีโค้ดซับซ้อน หรือเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเกินไป และอาจไม่ได้แสดงอักษรใด ๆ
3.ใช้งาน Facetime ไม่ได้ เว้นแต่คน ๆ นั้นจะเคยคุยกับเรา ก่อนจะเปิดใช้งาน Lockdown Mode
4.ภาพถ่ายที่แชร์ในอัลบั้ม จะถูกลบตำแหน่งออก และอัลบั้มที่แชร์จะถูกลบออกจากแอปรูปภาพด้วย
5.เชื่อมต่ออุปกรณ์แยกไม่ได้ จะต้องทำการปลดล็อค Lockdown Mode ก่อน หรือต้องมีการยืนยัน สแกนหน้าหรือรหัสผ่านตลอดเวลา
6.ไม่ต่อ Wi-Fi สาธารณะให้เอง หากตรวจพบว่า Wi-Fi นั้นไม่มีความปลอดภัย

ถ้าคิดว่า เปิดโหมดนี้แล้ว ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการชีวิต ก็เปิดใช้งานได้ครับ แต่หากเปิดเพราะกลัวแอปดูดเงิน ผมว่ามันไม่คุ้มที่ใช้ชีวิตให้มันยุ่งยากขึ้น ซึ่งตัวเราเอง ควรมีความรู้ในการป้องกันตัวเองด้วย ไม่ใช่หวังจะพึ่งพาแต่ระบบอย่างเดียว

สำหรับ iOS แล้ว ผมยังไม่เจอกรณีที่แฮกเกอร์สามารถโอนเงิน โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องกดอะไรที่ตัวเครื่องนะ (อันนี้เจอแต่ใน Android) ที่เจอคือ ถูกหลอกให้โอนเงิน หรือถูกหลอกให้ใส่ข้อมูลส่วนตัวลงในลิงก์ที่ส่งมามากกว่า

ต้องยอมรับว่า Apple มีระบบความปลอดภัยที่ค่อนข้างจะแข็งแกร่ง หากเทียบกับระบบอื่น สิ่งรวมถึงการอนุมัติแอปต่าง ๆ ก่อนจะขึ้นไปอยู่บน App store รวมทั้งการอัปเดตความปลอดภัยเป็นประจำ (ที่บังคับให้อัปเดต) ทำให้ช่วยป้องกันไม่ให้มัลแวร์แพร่กระจายไปยังอุปกรณ์ได้ง่าย ๆ

และในปัจจุบัน แม้ Apple จะถูกดันจาก EU อย่างหนัก ให้เปิดเสรีในการติดตั้งแอปพลิเคชั่นเหมือนกับ Android พูดง่าย ๆ คือ ติดตั้งแอปนอกนั่นแหละ แต่ตอนนี้ ยังใช้แค่บางประเทศเท่านั้น ในไทยเรา iOS ยังไม่สามารถติดตั้งแอปนอก App store ได้ ซึ่งหากทำได้ แฮกเกอร์คงบอก เสร็จตูล่ะ…..

สุดท้าย สำหรับคนที่เปิดใช้งานโหมดนี้แล้ว หากวันหนึ่ง พบปัญหาการใช้งานที่ไม่ลื่นไหล อย่าลืมไปปิดโหมดนี้ ก่อนจะรีเซ็ตเครื่องใหม่ล่ะ..


⭐️Techhub รวม How To , Tips เทคนิค อัปเดตทุกวัน

กดดูแบบเต็มๆ ที่ www.techhub.in.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...