ปลดล็อกธุรการ-ภารโรงสอบครูได้ 'สพฐ.' เปิดช่องลูกจ้างมีตั๋ว 241 เขตฯ รับครู ผช.กว่า 3.7 พันอัตรา
ปลดล็อกธุรการ-ภารโรงสอบครูได้ ‘สพฐ.’ เปิดช่องลูกจ้างมีตั๋ว-ชั่วโมงสอน 241 เขตพื้นที่ฯ รับสมัครครูผู้ช่วยกว่า 3.7 พันอัตรา
นายสุรินทร์ มั่นประสงค์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ (สพร.) เปิดเผยว่า ตนได้รับมอบหมายจาก ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการ กพฐ.ให้ชี้แจงรายละเอียดการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ 2567 หรือ ว16/2557 และในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ว17/2557 สังกัด สพฐ.ประจำปี 2567 โดยคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่ และ อ.ก.ค.ศ.สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ (สศศ.) ได้ประกาศอัตราว่างที่จะเปิดสอบคัดเลือกครูผู้ช่วย ตาม ว16 และ ว17 แบ่งเป็น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) 181 เขต สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) 59 เขต และ สศศ.รวมทั้งสิ้น 241 แห่ง รวมอัตราว่างที่เปิดรับ 3,796 อัตรา
นายสุรินทร์กล่าวต่อว่า สำหรับปฏิทินสอบ สมัคร วันที่ 5-11 เมษายน (ไม่เว้นวันหยุดราชการ) จากนั้นประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือกภายในวันที่ 22 เมษายน 2567 ดำเนินการประเมินประวัติและผลงาน วันที่ 24-29 เมษายน 2567 สอบข้อเขียน ภาค ก ความรอบรู้ และความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความประพฤติและการปฏิบัติของวิชาชีพครู และภาค ข ความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง ในวันที่ 4 พฤษภาคม 2567 สอบสัมภาษณ์ วันที่ 5 พฤษภาคม 2567 ประกาศผลการคัดเลือก ภายในวันที่ 7 พฤษภาคม 2567 และรายงานตัวเพื่อบรรจุและแต่งตั้ง วันที่ 14 พฤษภาคม 2567 อย่างไรก็ตามการสอบครั้งนี้ สพฐ. จะบริหารจัดการข้อสอบภาค ก และภาค ข ส่วนภาค ค สอบสัมภาษณ์ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีนโยบาย ให้จัดทำตัวชี้วัดและคะแนนการประเมินให้มีความเป็นวิทยาศาสตร์มากที่สุด โดยล่าสุดคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.)ได้อนุมัติเกณฑ์ประเมินภาค ค ตามที่ สพฐ.เสนอมาแล้ว ดังนั้น ผู้ที่จะสมัครคัดเลือกครั้งนี้ จะต้องทำเอกสารตามรายละเอียดตัวชี้วัดการประเมินภาค ค เพื่อประโยชน์ของตนเอง
นายสุรินทร์กล่าวต่อว่า สำหรับคุณสมบัติผู้สมัคร ว16 และ ว17 ปีนี้จะแตกต่างจากปีที่ผ่านมา ซึ่งนอกจากจะเปิดโอกาสให้พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ ครูสอนศาสนาอิสลาม หรือวิทยากรอิสลามศึกษา พนักงานจ้างเหมาบริการ ครูอัตราจ้างหรือลูกจ้างชั่วคราว ที่ปฏิบัติการสอนตามคำสั่งหรือสัญญาจ้างอย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกันมาไม่น้อยกว่า 3 ปีแล้ว สพฐ.ยังยกเว้นคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครเข้ารับการคัดเลือก ในสถานศึกษาสังกัด สศศ.จากเดิมต้องปฏิบัติการสอนไม่น้อยกว่า 3 ปี เหลือเพียง 2 ปี และปลดล็อกให้ธุรการโรงเรียนที่มีชั่วโมงสอน มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูสามารถสมัครสอบได้
“การที่ สพฐ.คลายล็อกครั้งนี้ เพื่อให้ธุรการที่ปฏิบัติการสอนได้มีสิทธิสอบ แต่ไม่ใช่ว่า ธุรการทุกคนจะมีสิทธิสอบ ดังนั้นจึงต้องดูคุณสมบัติตนเองว่า มีคุณสมบัติครบตามที่กำหนดหรือไม่ หากใครที่ยังไม่ครบ ก็สามารถเตรียมความพร้อมเพื่อสมัครสอบในอีก 3 ปีข้างหน้าได้ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า คงไม่มีผู้อำนวยการโรงเรียนรายใด ที่จะเอาตัวเองไปเสี่ยง ทำเอกสารหลักฐานเพื่อให้ธุรการมีขาดคุณสมบัติมีเอกสารครบ เพราะปัจจุบันมีการตรวจสอบที่เข้มงวดมาก ส่วนตำแหน่งอื่น เช่น ภารโรงที่มีวุฒิครู และมาช่วยปฏิบัติงานสอน หากคุณสมบัติเข้าเงื่อนไขนี้ ก็สามารถสมัครสอบได้ เพราะคุณสมบัติกำหนดไว้กว้างๆ เป็นพนักงานจ้างเหมา ลูกจ้างชั่วคราว หรือครูอัตราจ้าง ดังนั้นขอให้ผู้บริหารสถานศึกษาและเขตพื้นที่ฯ ช่วยกันดูรายละเอียด นอกจากนี้สพฐ. ยังประสานกับคุรุสภา ให้ตั้งศูนย์เฉพาะกิจช่วยเหลือผู้ที่ใบอนุญาตฯหมดอายุ ให้สามารถจัดทำเอกสารได้ภายใน 1 วัน โดยจะต้องเสียค่าจัดทำเอกสารเร่งด่วน 1,000 บาท เพื่อให้มีคุณสมัติสามารถสมัครสอบครูผู้ช่วยครั้งนี้ได้” นายสุรินทร์ กล่าว
นายสุรินทร์กล่าวต่อว่า สำหรับข้อสอบภาคก และภาค ข ภายในสัปดาห์นี้ สพฐ.จะประกาศคัดเลือกมหาวิทยาลัยที่มีความเชี่ยวชาญในกานบริหารจัดการข้อสอบมาดำเนินการ ส่วนภาค ค ให้เขตพื้นที่ฯ ตั้งบุคคลที่มีความเป็นกลาง ไม่มีส่วนได้เสีย มาเป็นกรรมการสอบ โดยปีนี้ สพฐ.ได้ทำหนังสือแจ้งไปยัง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จังหวัดทั่วประเทศ ว่า เขตพื้นที่ฯ ใดมีการจัดสอบบ้าง เพื่อให้ ป.ป.ช.เข้าไปช่วยสอดส่อง ขณะเดียวกัน สพร.จะจัดหน่วยสอดแนมลงภาคสนามไปเอกซเรย์ เขตพื้นที่ฯ ที่มีประวัติ และสุ่มเสี่ยง กลุ่มสีแดง และสีเหลือง เพื่อให้การจัดสอบเป็นไปด้วยความโปร่งใส และขอเตือนผู้ที่จะสมัครสอบ อย่าหลงเชื่อใคร ว่าจะช่วยเหลือได้ การจัดสอบปีนี้มีการตรวจสอบที่เข้มข้นอย่างมาก รวมถึง ห้ามไม่ให้บุคลากรของ สพฐ.จัดติว กวดวิชา จัดทำเอกสารในการจำหน่ายจ่ายแจกทั้งสิ้น โดยปีที่ผ่านมา มีหลายเขตพื้นที่ฯ ได้รับร้องเรียน และกุศโลบายการติวมีความซับซ้อนมากขึ้น เช่น จัดสอบแข่งขันกีฬาฯ และแอบนัดติวกัน เป็นต้น ดังนั้น ขอให้เขตพื้นที่ฯ แต่งตั้งบุคคลเพื่อทำการตรวจสอบในทางลับ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปลดล็อกธุรการ-ภารโรงสอบครูได้ ‘สพฐ.’ เปิดช่องลูกจ้างมีตั๋ว 241 เขตฯ รับครู ผช.กว่า 3.7 พันอัตรา
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th