โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

EV เดือดรับ 7 แบรนด์น้องใหม่ “ปตท.-เอ็มจีซี” ชูธง Xpeng

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 มี.ค. 2567 เวลา 14.58 น. • เผยแพร่ 02 มี.ค. 2567 เวลา 00.22 น.

ตลาดรถ EV เดือดไม่หยุด ปตท.ผนึกมิลเลนเนียมกรุ๊ป ตั้ง “นีโอ โมบิลิตี้ เอเชีย” ทำตลาด Xpeng และ ZEEKR ลั่นเร่งสร้าง Ecosystem ผลักดัน New S-curve ครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ชี้ตลาด EV ปีนี้ทุกค่ายใส่กันไม่ยั้งมีน้องใหม่แจ้งเกิดมากถึง 7 แบรนด์กระทุ้งสงครามราคาเกิดอีกรอบ “GAC AION” วุ่น V Group ถอนตัวดิสทริบิวเตอร์

เป็นที่แน่นอนว่าตลาดรถ EV ในประเทศไทยกำลังเดินตามรอยจีนแบบไม่ผิดเพี้ยน จากผู้เล่นมากรายจนกลายเป็นโอเวอร์ซัพพลายและหนีสงครามราคาในที่สุดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ประเมินกันว่าในปี 2567 ทั้งยักษ์ใหญ่และสตาร์ตอัพแบรนด์จีนทยอยเข้าไทยอีกราว 5-7 แบรนด์

ยักษ์ ปตท.ลุยเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก ปตท.สบช่องตลาด EV ส่งบริษัท อีวี มี พลัส จำกัด (EVme) ภายใต้สังกัดบริษัท อรุณ พลัส จำกัด ในเครือ ปตท. ดำเนินธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าผ่านการให้บริการบนดิจิทัลแพลตฟอร์ม เช่น บริการให้เช่ายานยนต์ไฟฟ้าทั้งแบบบุคคลทั่วไป (B2C) และแบบองค์กร (B2B) ขายรถยนต์ไฟฟ้าและจักรยานยนต์ไฟฟ้า ให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับสถานีอัดประจุไฟฟ้า บริการสมาชิก EVme Club เพื่อดูแลและรองรับผู้ใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าทั่วประเทศ

ล่าสุดนายเอกชัย ยิ้มสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อรุณ พลัส จำกัด ยังเปิดเผยอีกว่า ได้บรรลุข้อตกลงการร่วมทุนกับพันธมิตรทางธุรกิจที่สำคัญกลุ่มบริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA จัดตั้งบริษัทใหม่ชื่อนีโอ โมบิลิตี้ เอเชีย ร่วมกันทำตลาดรถ EV แบรนด์ Xpeng และ ZEEKR ซึ่งความร่วมมือระหว่างกลุ่มอรุณ พลัส และ MGC-ASIA เกิดขึ้นจากความต้องการร่วมกันที่จะขับเคลื่อน EV Ecosystem ของประเทศไทยผ่านจุดแข็งทางธุรกิจของทั้ง 2 กลุ่มบริษัทให้มีความสมบูรณ์มากขึ้นในทุกมิติ สามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการด้านยานยนต์ไฟฟ้าให้แก่ผู้บริโภคได้หลากหลาย สร้างความเชื่อมั่นและความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ผู้บริโภค รวมถึงอื่น ๆ ที่จะร่วมกันทำในอนาคต

ปั้น New S-curve ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA เปิดเผยว่า บริษัทมีวิสัยทัศน์ที่ขับเคลื่อนองค์กรด้วยนวัตกรรม โดยเฉพาะกับยานยนต์ไฟฟ้า ก็คือการร่วมทุนกับพันธมิตรทางธุรกิจที่สำคัญ อย่างเช่น อรุณ พลัส ในเครือบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ภายในไตรมาส 2 ปี 2567 นับเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญที่จะช่วยรองรับการเปลี่ยนผ่านจากยุคของยานยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิง ไปสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้า ผลักดันให้เกิด New S-curve ทั้งสินค้าและบริการที่ครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และเติมเต็มระบบนิเวศทางธุรกิจของกันและกัน และให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

ยานยนต์ไฟฟ้านับเป็นเมกะเทรนด์ที่กำลังเติบโตทั่วโลก บริษัทมีแผนจัดตั้งโชว์รูมยานยนต์ไฟฟ้าในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะเขตกรุงเทพมหานคร รวมไปถึงการวางเครือข่ายการให้บริการหลังการขาย ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ผ่านเครือข่ายทางธุรกิจของ MGC-ASIA และกลุ่มอรุณ พลัส โดยในอนาคตทั้ง MGC-ASIA และกลุ่มอรุณ พลัส จะยังคงมุ่งแสวงหาโอกาสในการขยายธุรกิจร่วมกัน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ EV Ecosystem ของทั้ง 2 กลุ่มบริษัท และส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสังคมไทยไปสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำต่อไป

“เงื่อนไขการลงทุนมีสัดส่วนการถือหุ้นคนละครึ่ง มีรถครบทุกเซ็กเมนต์ทำตลาด เราไม่ได้เข้ามาตรการส่งเสริม EV 3.5 ของรัฐบาล การร่วมทุนครั้งนี้เตรียมไว้ 3 เฟส โดยแบรนด์ Xpeng เราเป็นเอ็กซ์คลูซีฟดีลเลอร์ 3 ปี ส่วนแบรนด์ ZEEKR เป็นแค่ดีลเลอร์พาร์ตเนอร์ชิป มั่นใจว่าอีโคซิสเต็มที่มีอยู่ทั้งหมด เช่น บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า บริการประกันภัย บริการสินเชื่อเช่าซื้อ ลีสซิ่ง สินเชื่อรีไฟแนนซ์และการเงินอย่างครบวงจร บริการให้เช่ายานยนต์ไฟฟ้า บริการหลังการขาย ศูนย์เช็กระยะ เปลี่ยนอะไหล่ ตลอดจนซ่อมสีและตัวถัง จะหนุนธุรกิจและผลประกอบการให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้อย่างแน่นอน”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับแบรนด์ Xpeng จัดเป็นรถ EV แบรนด์ใหญ่แบรนด์หนึ่งของจีน หนึ่งในคู่แข่งสำคัญที่กำลังรุก Tesla

Xpeng มีรถ EV รุ่นต่าง ๆ มากมาย เช่น SUV รุ่น G3, G9 ซีดาน รุ่น P7 และ P5 ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อเร็ว ๆ นี้

Xpeng กำลังเพิ่มการผลิตเป็น 2 เท่า ตามแผนของโรงงานผลิต Zhaoqing จาก 100,000 คันต่อปี เป็น 200,000 คันต่อปี โรงงาน Zhaoqing ซึ่งตั้งอยู่ในมณฑลกวางตุ้งทางตอนใต้ของจีน

สงครามราคาเดือดไม่หยุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกระแสการเคลื่อนตัวของรถจีนโดยเฉพาะรถ EV ที่เข้ามายึดตลาดในประเทศไทย โดยได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้าชาวไทย ได้สร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดรถยนต์ในกลุ่มสันดาปอย่างจริงจัง แต่จำนวนแบรนด์ที่มากขึ้น และค่ายรถยนต์ที่ทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลให้การสนับสนุนก็น่าจะส่งผลต่อภาวะการแข่งขันอย่างแน่นอน

แหล่งข่าวจากกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ตลาดรถ EV ปีนี้เชื่อว่าการแข่งขันรุนแรงแน่ ตอนนี้เท่าที่ประเมินน่าจะมีอีก 5-7 แบรนด์หลัก ๆ เช่น ยักษ์ Geely 1-2 แบรนด์, CHERY ราว ๆ 1-2 แบรนด์ นอกนั้นก็เป็นพวกสตาร์ตอัพ ซึ่งในจีนมีหลายร้อยบริษัท เหล่านี้มองว่าตลาดเมืองไทยกำลังหอมหวาน โดยดูจากตัวเลขการขยายตัวปี 2566 ประเทศไทยขายรถ EV สูงถึง 75,049 คัน โตขึ้นจากปี 2565 ที่ทำได้แค่ 9,729 คัน เพิ่มขึ้นมากกว่า 600% ยอดจดทะเบียนเฉพาะเดือนมกราคม 2567 มีถึง 15,943 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคมปีที่แล้วกว่า 200% ถือเป็นอัตราการเติบโตที่สูงมาก

สิ่งที่ตามมาหลังจากนี้สงครามราคาเดือดแน่ ๆ ที่ผ่านมาก็เดือดมาตลอด ค่ายไหนเปิดรถใหม่ขายถูกกว่าเดิมหลายหมื่นบาท รวมถึงรถที่ขายอยู่เดิมก็ทุบราคาลงมาอีก เช่น New BYD ATTO 3 รุ่นปี 2024 ทั้ง ๆ ที่ออปชั่นดีกว่า แต่ก็ขายต่ำกว่ารุ่นเดิม ตัวเริ่มต้นแค่ 8.9 แสนบาท เร็ว ๆ นี้น่าจะได้เห็นรูปแบบอื่น ๆ ตามมาอีก นอกจากการทุบราคา เช่น แจกประกันภัยฟรีไม่ใช่แค่ปีเดียว อาจจะถึง 3-5 ปี รวมถึงวอร์แรนตีแบตเตอรี่ ซึ่งรุ่นหลัง ๆ อาจจะทะลุเกิน 10 ปี เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในการใช้รถ

OMODA 5 พร้อมมอเตอร์โชว์นี้

ขณะที่เชอรี่ กรุ๊ป ซึ่งเตรียมพร้อมกับตลาดบ้านเรา โดยราว ๆ กลางเดือนมีนาคมนี้ตรงกับช่วงมอเตอร์โชว์ จะเปิดตัว OMODA 5 รถ EV แบรนด์แรกลงตลาด โดยช่วงที่ผ่านมาได้ปูพรมโครงข่ายผู้แทนจำหน่ายใน กทม.ให้คลุมทุกพื้นที่กว่า 30 แห่ง และรถ EV ของเชอรี่ที่จะได้เงินอุดหนุน 1 แสนบาท หลังจากได้สมัครเข้าโครงการ EV 3.5

นอกจากนี้ เชอรี่ยังมีแบรนด์ JAECOO ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมา เอสยูวี J7 ได้อวดโฉมสู่สายตาทุกคนทั่วโลก ในฐานะรถยนต์ออฟโรดระดับไฮเอนด์สุดยิ่งใหญ่ ยึดมั่นในปรัชญาของแบรนด์ “From Classic, Beyond Classic” ซึ่งก็มีแนวโน้มที่เข้ามาเสริมทัพในตลาดประเทศไทยอีกแบรนด์

V Group ถอนตัวดิสทริบิวเตอร์

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในขณะที่ตลาดรถ EV กำลังไปได้สวย ก็มีบางแบรนด์ที่มีปัญหา โดยเฉพาะกลุ่มบริษัท ไอออน ออโตโมบิล เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด (GAC AION Thailand) ในเครือกว่างโจว ออโต คอร์ปอเรชั่น ซึ่งเข้ามาทำตลาด โดยส่งรถ EV รุ่นแรก AION Y Plus ตั้งแต่ต้นเดือนกันยายนปี 2566 พร้อมแต่งตั้งดิสทริบิวเตอร์หรือเมกะดีลเลอร์ 7 ราย ดูแลภูมิภาคอาเซียน ได้แก่ 99 เมียนมา ดูแลเมียนมา, Harmony Group ดูแลเวียดนาม, EV HUB ดูแลสิงคโปร์

ส่วนในประเทศไทยจะมี 4 ราย ได้แก่ Jinhui ซึ่งเป็นกลุ่มทุนไทย-จีน, AIONIC ในเครือชาริชโฮลดิ้ง ซึ่งมีนายอภิชาติ ลีนุตพงษ์ เป็นผู้ดูแล, วี กรุ๊ป (V Group) และ Harmony Group กลุ่มทุนไทย-จีน โดยก่อนหน้านี้ อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ก็ได้ถอนตัวจากดิสทริบิวเตอร์และปล่อยเช่าโชว์รูม AION ให้กับกลุ่มโกลด์ อินทิเกรทไปเรียบร้อยแล้ว ล่าสุดยังมีกระแสข่าวว่า วี กรุ๊ป คาร์ ก็ตัดสินใจไม่รับบทบาทดิสทริบิวเตอร์ด้วยเช่นกัน ระบุว่าจะทำเฉพาะสาขาของตัวเองที่มีเป็นหลักเท่านั้น

สำหรับกว่างโจว ออโต คอร์ปอเรชั่น จัดเป็นบริษัทรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่อันดับ 3 ของประเทศจีน ด้วยยอดขายรถยนต์ไฟฟ้ากว่า 2.7 แสนคันในปี 2565 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 6 แสนคันในปี 2566 โดยการขยายตลาดเข้าประเทศไทย ประกาศใช้เงินลงทุนในเฟสแรกกว่า 6,000 ล้านบาท พร้อมจัดตั้งบริษัทจัดจำหน่ายและโรงงานผลิตในนิคมอุตสาหกรรม WHA

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : EV เดือดรับ 7 แบรนด์น้องใหม่ “ปตท.-เอ็มจีซี” ชูธง Xpeng

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...