โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ปลดล็อก 2 พันโรงแรมนอกระบบ ประเดิม “ภูเก็ต” ลดกฎเหล็กสิ่งแวดล้อม

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 25 ก.พ. 2567 เวลา 04.47 น. • เผยแพร่ 24 ก.พ. 2567 เวลา 00.58 น.

เจ้าของโรงแรมนอกระบบ 2,000 แห่งได้เฮ ! กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ยกร่างใหม่ ไม่ต้องทำประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม คาดประกาศใช้ เม.ย. 2567 คลายกฎข้อบังคับลดพื้นที่ว่างในอาคาร 30% “พัทยา-เชียงใหม่” รอต่อไป เพราะประกาศยังไม่ครบอายุ “เชียงใหม่” เร่งผลักดันแก้ไขกฎหมายผังเมือง

จากรัฐบาล คสช.มีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว เป้าหมายเพื่อการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น โดยให้กระทรวงมหาดไทยปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย เพื่อให้ผู้ประกอบการที่นำอาคารประเภทต่าง ๆ มาทำเป็นโรงแรมที่พักแบบไม่ถูกต้อง ตาม พ.ร.บ.โรงแรม ซึ่งทำมาก่อนวันที่ 19 สิงหาคม 2559 สามารถขอใบอนุญาตให้โรงแรมดังกล่าวถูกต้องตามกฎหมายได้ โดยขยายระยะเวลาไปถึงวันที่ 18 สิงหาคม 2568 เนื่องจากการแก้ไขกฎหมายต้องใช้เวลา และเกิดสถานการณ์โควิด-19 จึงให้เวลาผู้ประกอบการปรับปรุงอาคารให้แล้วเสร็จและทันเวลา จากเดิมจะสิ้นสุดในวันที่ 18 สิงหาคม 2567 ที่จะถึงนี้

โดยเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2566 และวันที่ 14 มีนาคม 2566 คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติผ่อนปรนให้ที่พักบูติคและโรงแรมในจังหวัดภูเก็ตที่อยู่นอกระบบ หรือไม่มีใบอนุญาต สามารถเร่งดำเนินการตามกฎหมายโรงแรมที่ออกมาใหม่ 3 ฉบับ ได้แก่ กฎกระทรวงกำหนดลักษณะอาคารประเภทอื่นที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรม (ฉบับที่ 4), กฎกระทรวงกำหนดลักษณะและระบบความปลอดภัยของอาคารที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ. 2566 และกฎกระทรวงกำหนดประเภทและหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ. 2566 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566 ภายใต้ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ของกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2566

กฎหมายที่ใช้ประกอบกับลักษณะอาคารที่ไม่ใช่โรงแรม ซึ่งเป็นสถานที่พักที่มีจำนวนห้องพักไม่เกิน 8 ห้อง และมีจำนวนผู้พักรวมกันทั้งหมดไม่เกิน 30 คน หากปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายที่ประกาศบังคับใช้เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2566 สามารถขอใบอนุญาตได้นั้น แต่ที่ผ่านมา ที่พักบูติคและโรงแรมขนาดเล็กยังไม่สามารถยื่นขอใบอนุญาตได้ตามกฎกระทรวงที่ผ่อนปรนให้ เนื่องจากยังติดปัญหาประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงกฎหมายผังเมืองรวมของแต่ละพื้นที่ที่แตกต่างกันไป

ภูเก็ตยกร่าง สวล.ใหม่

นางวิรินทร์ตรา ปภากิจยศพัฒน์ ผู้บริหารบริษัท นิกร มารีน กรุ๊ป จำกัด ผู้ประกอบการเรือนำเที่ยวรายใหญ่ของจังหวัดภูเก็ต ในฐานะประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เขต 11 (ภูเก็ต พังงา กระบี่) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกำลังอยู่ระหว่างจัดทำร่างประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องกำหนดเขตพื้นที่ และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในบริเวณพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พ.ศ…(ฉบับใหม่)

เพื่อให้ผู้ประกอบการโรงแรมขนาดเล็กในจังหวัดภูเก็ตที่เดิมติดเงื่อนไขตามประกาศกระทรวงทรัพยากรฯ ฉบับเดิม พ.ศ. 2560 ที่กำหนด ถ้าโรงแรมใดมีห้องพักเกิน 29 ห้องขึ้นไป ต้องทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) โดยในร่างประกาศฉบับใหม่ได้ขยายจำนวนห้องพักเป็นเกิน 49 ห้องขึ้นไปถึงทำ IEE

รวมถึงประเด็นเดิมที่กำหนดอาคารโรงแรมต้องมีพื้นที่ว่าง 30% ของอาคารสาธารณะ โดยในร่างประกาศฉบับใหม่ได้ลดเกณฑ์เรื่องพื้นที่ว่างให้ผู้ประกอบการโรงแรมขนาดเล็กไปปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดลักษณะและระบบความปลอดภัยของอาคารที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ. 2566 ภายใต้ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ของกรมโยธาธิการและผังเมือง ที่ได้ผ่อนปรนเงื่อนไขต่าง ๆ ให้กับโรงแรมที่ไม่มีใบอนุญาตแล้ว

ทั้งนี้ ปัจจุบันร่างประกาศกระทรวงทรัพยากรฯ ฉบับดังกล่าว ได้ผ่านคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างกระบวนการนำเสนอที่ประชุม ครม.เพื่อรับทราบ คาดว่าจะสามารถประกาศใช้ได้ภายในเดือนเมษายน 2567 นี้

ต้อนบูติค 8 ห้องเข้าระบบ

นายชินวัฒน์ อุดมนิยม นายกสมาคมที่พักบูติกภูเก็ต เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ทางสมาคมที่พักบูติคภูเก็ต ซึ่งส่วนใหญ่สถานที่พักไม่เกิน 8 ห้อง และจำนวนผู้พักรวมกันไม่เกิน 30 คน ได้จัดตั้งทีมงานขึ้นมาช่วยสมาชิกของสมาคมที่เหลืออยู่ประมาณ 210 แห่ง ในการปรับปรุงอาคารที่พักต่าง ๆ ให้ได้ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายใหม่กำหนด หลังจากนั้นจะเข้าไปช่วยตรวจสอบและรับรองในเบื้องต้น ก่อนจะให้สมาชิกส่งเอกสารและวางแผนให้ทางอำเภอและทางจังหวัดจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบความปลอดภัยต่าง ๆ ตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย เพื่อช่วยให้ผ่านขั้นตอนต่าง ๆ ได้รวดเร็วขึ้น เนื่องจากทางราชการเองมีเจ้าหน้าที่จำกัด

“ขณะนี้ในส่วนอำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต ได้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กที่พักไม่เกิน 8 ห้อง ผู้พักรวมกันไม่เกิน 30 คน ได้เร่งยื่นเอกสารผ่านระบบออนไลน์เป็นการเร่งด่วน เพื่อเข้ากระบวนการเตรียมนำเสนอขอใบอนุญาตต่อนายทะเบียนโรงแรมจังหวัด ดังนั้น ทางสมาคมเร่งให้สมาชิกรีบดำเนินการ หากมีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย จะทำให้กิจการที่พักบูติคสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนสถาบันการเงินต่าง ๆ รวมถึงได้รับสิทธิต่าง ๆ ของทางราชการได้”

ทั้งนี้ ได้ประเมินกันว่าการขยายเวลาให้ปรับปรุงอาคารและยื่นใบอนุญาตทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 18 สิงหาคม 2568 อาจจะไม่ทัน เพราะเจ้าหน้าที่มีจำกัด และต้องไปตรวจโรงแรมขนาดเล็กอีกประมาณ 2,000 แห่งในจังหวัดภูเก็ต ดังนั้น เมื่อใกล้ระยะเวลาคงต้องขอขยายระยะเวลากันออกไปอีก

หลายจังหวัดยังไม่ปลดล็อก

นายมโนสิทธิ์ แจ้งจบ ที่ปรึกษาประธานกรรมาธิการการท่องเที่ยว สภาผู้แทนราษฎร ประธานฝ่ายยุทธศาสตร์ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ทางจังหวัดภูเก็ตได้รับการแก้ไขประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องกำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในบริเวณพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พ.ศ…(ฉบับใหม่) เนื่องจากประกาศฉบับเก่าหมดอายุลงพอดีปี 2560-2565 แต่จังหวัดอื่นยังไม่ได้รับการแก้ไข เช่น เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ในบริเวณพื้นที่อำเภอบางละมุง และอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พ.ศ. 2563 กำหนดอายุใช้บังคับ 5 ปี ซึ่งแนวทางการแก้ไขคงล้อไปตามจังหวัดภูเก็ต

ขณะที่จังหวัดเชียงใหม่ยังติดกฎหมายผังเมืองรวม ซึ่งต้องแก้ไขเฉพาะพื้นที่ต่างกันไป ซึ่งที่ผ่านมาพยายามผลักดันช่วยกันในทุกจังหวัดผ่านคณะกรรมการชุดต่าง ๆ รวมถึงกรรมาธิการการท่องเที่ยว

พัทยาเร่ง EIA ก่อนหมดเวลา

นายธเนศ ศุภรสหัสรังสี นายกสมาพันธ์ท่องเที่ยวชลบุรีกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า บริบทของจังหวัดชลบุรีแตกต่างจากภูเก็ต โดยโรงแรมในจังหวัดชลบุรีที่ยังไม่ผ่านเกณฑ์และได้รับใบอนุญาตโรงแรม ส่วนใหญ่เป็นโรงแรมขนาดเกิน 79 ห้อง และต้องเข้าเกณฑ์ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่กำหนดให้ต้องทำ IEE และ EIA ซึ่งตอนนี้เหลือระยะเวลาอีกเพียง 1 ปีจะหมดเวลายื่นขอใบอนุญาต คือ 18 สิงหาคม 2568 ขณะที่ประกาศกระทรวงทรัพยากรฯ ของพื้นที่จังหวัดชลบุรีจะหมดอายุปี 2568 เช่นกัน

ดังนั้น ผู้ประกอบการที่ต้องการได้รับใบอนุญาตถูกต้องคงต้องทำ IEE และ EIA ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 8 เดือน เพื่อให้ทันเวลา

“บริบทของเมืองพัทยากับภูเก็ตนั้นต่างกันมาก ภูเก็ตส่วนใหญ่จะเป็นอาคารที่ดัดแปลงมาจากตึกแถวหรืออาคารพาณิชย์มาทำเป็นที่พัก และโรงแรมขนาดเล็ก แต่เราสร้างเป็นโรงแรมโดยเฉพาะ ดังนั้น ตอนนี้ต้องเร่งทำตามกฎหมายที่ผ่อนปรนให้ก่อน ปัจจุบันจังหวัดชลบุรีมีโรงแรมที่ได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายรวมทั้งหมดประมาณ 350-400 แห่ง ซึ่งในจำนวนนี้สามารถแยกออกมาเฉพาะ อ.บางละมุง ซึ่งรวมถึงเมืองพัทยาด้วยรวม 260 แห่ง ส่วนที่เหลือทั้งจังหวัดอีก 2 แสนห้องยังไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปลดล็อก 2 พันโรงแรมนอกระบบ ประเดิม “ภูเก็ต” ลดกฎเหล็กสิ่งแวดล้อม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...