โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

นาโต้ เรียกร้อง “ยุโรป-แคนาดา” เพิ่มขีดความสามารถทางทหาร 30%

การเงินธนาคาร

อัพเดต 21 มี.ค. 2568 เวลา 10.38 น. • เผยแพร่ 21 มี.ค. 2568 เวลา 03.38 น.

นาโต้ เรียกร้อง "ยุโรป-แคนาดา" เพิ่มขีดความสามารถทางทหาร 30% ลดการพึ่งพาสหรัฐ-รับมือภัยคุกคามจากรัสเซีย คาดประกาศอย่างเป็นทางการกลางปีนี้

วันที่ 21 มีนาคม 2568 เวลา 06.06 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงกล่าวว่า องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) เตรียมร้องขอให้ประเทศพันธมิตรในยุโรปและแคนาดา เพิ่มปริมาณอาวุธและยุทโธปกรณ์ในคลังสำรองให้มากขึ้นราว 30% ภายในไม่กี่ปีข้างหน้า

แนวทางใหม่นี้อยู่ระหว่างการหารือ เพื่อปรับปรุงเป้าหมายด้านขีดความสามารถทางทหารของประเทศสมาชิก NATO ให้ทันสมัยขึ้น หลังจากถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ก่อนรัสเซียรุกรานยูเครน โดยมีแผนจะรับรองอย่างเป็นทางการภายในเดือนมิถุนายน 2568 ซึ่งรัฐมนตรีกลาโหมของชาติสมาชิกจะประชุมร่วมกันที่กรุงบรัสเซลส์

เจ้าหน้าที่ NATO ระบุว่า เป้าหมายใหม่เหล่านี้จะต้องใช้เวลา 5 ถึง 15 ปีในการดำเนินการ และจะทำให้กลุ่มประเทศในยุโรปและแคนาดามีขีดความสามารถทางทหารที่แข็งแกร่งขึ้นและพึ่งพาสหรัฐน้อยลง

การบรรลุเป้าหมายใหม่นี้ จะต้องใช้งบประมาณจำนวนมากจากยุโรปและแคนาดา ส่วนสหรัฐ ซึ่งมีขีดความสามารถและอาวุธเพียงพออยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้งบเพิ่มเติมมากนัก โดยมีการประเมินว่าประเทศพันธมิตรหลายชาติอาจจำเป็นต้องเพิ่มงบกลาโหม เกิน 3% ของ GDP เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ซึ่งเป็นระดับใหม่ที่ผู้นำ NATO คาดว่าจะกำหนดไว้ในการประชุมสุดยอด NATO ที่กรุงเฮกในเดือนมิถุนายนนี้

แผนการเพิ่มขีดความสามารถครั้งนี้ถือเป็น การตอบสนองต่อภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นจากรัสเซีย และแรงกดดันจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่พยายามผลักภาระด้านความมั่นคงกลับไปยังชาติพันธมิตร

ทรัมป์กล่าวหา NATO มานานว่า ประเทศสมาชิกพึ่งพาสหรัฐมากเกินไป และเรียกร้องให้พันธมิตรเพิ่มงบกลาโหมเป็น 5% ของ GDP ซึ่งถูกมองว่าเป็นเป้าหมายที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ แม้แต่สหรัฐเองก็ยังไม่ถึงระดับดังกล่าว

นอกจากนี้ชาติพันธมิตรต่างคาดว่า สหรัฐอาจลดจำนวนกองกำลังในยุโรปลง และหันไปให้ความสำคัญกับภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกมากขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ใหม่ของรัฐบาลทรัมป์

ทั้งนี้ ประเทศ NATO กำลังปรับยุทธศาสตร์ทางทหาร โดยมุ่งเน้นการเสริมกำลังใน 5 ด้านหลัก ได้แก่ ระบบป้องกันภัยทางอากาศ (Air Defense) ขีดความสามารถในการโจมตีระยะไกล (Deep-Fire Capabilities) ระบบโลจิสติก (Logistics) ระบบสื่อสารและข้อมูล (Communication & Information Systems) และศักยภาพด้านการเคลื่อนพลทางภาคพื้นดิน (Land Maneuver Capabilities)

โดยทุกด้านจะมีการสนับสนุนเพิ่มเติมผ่านการ เพิ่มคลังอาวุธสำรองและชิ้นส่วนอะไหล่ ซึ่งระบบป้องกันภัยทางอากาศนั้น ถูกระบุว่าเป็นสิ่งที่ทุกชาติสมาชิกต้องเพิ่มศักยภาพอย่างเร่งด่วน

อย่างไรก็ตาม แม้ชาติยุโรปและแคนาดาจะเพิ่มศักยภาพอย่างเต็มที่ แต่ เจ้าหน้าที่ NATO ยืนยันว่า สหรัฐยังคงเป็นกระดูกสันหลังสำคัญของกลุ่มพันธมิตร โดยเฉพาะในด้านความสามารถทางทหารขั้นสูง เช่น ข่าวกรอง การลาดตระเวน ระบบขนส่งทางยุทธศาสตร์ และเรือดำน้ำนิวเคลียร์

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...