นาโต้ เรียกร้อง “ยุโรป-แคนาดา” เพิ่มขีดความสามารถทางทหาร 30%
นาโต้ เรียกร้อง "ยุโรป-แคนาดา" เพิ่มขีดความสามารถทางทหาร 30% ลดการพึ่งพาสหรัฐ-รับมือภัยคุกคามจากรัสเซีย คาดประกาศอย่างเป็นทางการกลางปีนี้
วันที่ 21 มีนาคม 2568 เวลา 06.06 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงกล่าวว่า องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) เตรียมร้องขอให้ประเทศพันธมิตรในยุโรปและแคนาดา เพิ่มปริมาณอาวุธและยุทโธปกรณ์ในคลังสำรองให้มากขึ้นราว 30% ภายในไม่กี่ปีข้างหน้า
แนวทางใหม่นี้อยู่ระหว่างการหารือ เพื่อปรับปรุงเป้าหมายด้านขีดความสามารถทางทหารของประเทศสมาชิก NATO ให้ทันสมัยขึ้น หลังจากถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ก่อนรัสเซียรุกรานยูเครน โดยมีแผนจะรับรองอย่างเป็นทางการภายในเดือนมิถุนายน 2568 ซึ่งรัฐมนตรีกลาโหมของชาติสมาชิกจะประชุมร่วมกันที่กรุงบรัสเซลส์
เจ้าหน้าที่ NATO ระบุว่า เป้าหมายใหม่เหล่านี้จะต้องใช้เวลา 5 ถึง 15 ปีในการดำเนินการ และจะทำให้กลุ่มประเทศในยุโรปและแคนาดามีขีดความสามารถทางทหารที่แข็งแกร่งขึ้นและพึ่งพาสหรัฐน้อยลง
การบรรลุเป้าหมายใหม่นี้ จะต้องใช้งบประมาณจำนวนมากจากยุโรปและแคนาดา ส่วนสหรัฐ ซึ่งมีขีดความสามารถและอาวุธเพียงพออยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้งบเพิ่มเติมมากนัก โดยมีการประเมินว่าประเทศพันธมิตรหลายชาติอาจจำเป็นต้องเพิ่มงบกลาโหม เกิน 3% ของ GDP เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ซึ่งเป็นระดับใหม่ที่ผู้นำ NATO คาดว่าจะกำหนดไว้ในการประชุมสุดยอด NATO ที่กรุงเฮกในเดือนมิถุนายนนี้
แผนการเพิ่มขีดความสามารถครั้งนี้ถือเป็น การตอบสนองต่อภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นจากรัสเซีย และแรงกดดันจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่พยายามผลักภาระด้านความมั่นคงกลับไปยังชาติพันธมิตร
ทรัมป์กล่าวหา NATO มานานว่า ประเทศสมาชิกพึ่งพาสหรัฐมากเกินไป และเรียกร้องให้พันธมิตรเพิ่มงบกลาโหมเป็น 5% ของ GDP ซึ่งถูกมองว่าเป็นเป้าหมายที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ แม้แต่สหรัฐเองก็ยังไม่ถึงระดับดังกล่าว
นอกจากนี้ชาติพันธมิตรต่างคาดว่า สหรัฐอาจลดจำนวนกองกำลังในยุโรปลง และหันไปให้ความสำคัญกับภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกมากขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ใหม่ของรัฐบาลทรัมป์
ทั้งนี้ ประเทศ NATO กำลังปรับยุทธศาสตร์ทางทหาร โดยมุ่งเน้นการเสริมกำลังใน 5 ด้านหลัก ได้แก่ ระบบป้องกันภัยทางอากาศ (Air Defense) ขีดความสามารถในการโจมตีระยะไกล (Deep-Fire Capabilities) ระบบโลจิสติก (Logistics) ระบบสื่อสารและข้อมูล (Communication & Information Systems) และศักยภาพด้านการเคลื่อนพลทางภาคพื้นดิน (Land Maneuver Capabilities)
โดยทุกด้านจะมีการสนับสนุนเพิ่มเติมผ่านการ เพิ่มคลังอาวุธสำรองและชิ้นส่วนอะไหล่ ซึ่งระบบป้องกันภัยทางอากาศนั้น ถูกระบุว่าเป็นสิ่งที่ทุกชาติสมาชิกต้องเพิ่มศักยภาพอย่างเร่งด่วน
อย่างไรก็ตาม แม้ชาติยุโรปและแคนาดาจะเพิ่มศักยภาพอย่างเต็มที่ แต่ เจ้าหน้าที่ NATO ยืนยันว่า สหรัฐยังคงเป็นกระดูกสันหลังสำคัญของกลุ่มพันธมิตร โดยเฉพาะในด้านความสามารถทางทหารขั้นสูง เช่น ข่าวกรอง การลาดตระเวน ระบบขนส่งทางยุทธศาสตร์ และเรือดำน้ำนิวเคลียร์
อ้างอิง : bloomberg.com