โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เมีย 6 ลูก 2” ส่องลิสต์เมียและลูกของ “หนุมาน” ขุนศึกยอดนักรักของพระราม

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 24 ม.ค. เวลา 18.52 น. • เผยแพร่ 24 ม.ค. เวลา 18.51 น.
หนุมานจับนางสุพรรณมัจฉา ภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในพระระเบียงคดวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

หลายคนบอกว่าหนุมานเป็นคนเจ้าชู้ บ้างว่าเป็นการชดเชยที่ทศกัณฐ์เองก็มีเมีย (น้อย) มากเช่นกัน แต่หากพิจารณาดูอีกที หนุมานได้เมียเพราะ “เรื่องราชการ” ทั้งสิ้น จึงขอพาไปส่องรายชื่อเมียและลูกของหนุมาน ว่าลงเอยกันได้อย่างไรและใครเป็นใครบ้าง

ที่ว่าได้เมียเพราะเรื่องราชการ มิใช่เพื่อปกป้องความเจ้าชู้ของหนุมานแต่อย่างใด ความพึงใจในกามคุณของหนุมานนั้นชัดเจน แต่การมีมากเมียก็มีเหตุจากการทำงานรับใช้พระรามจริง ๆ อย่าง นางบุษบามาลีเมียคนแรก ได้ลงเอยกันเพราะหนุมานต้องเดินทางไปถวายแหวนประจำตัวพระรามแด่พระนางสีดาที่กรุงลงกา ระหว่างทางจึงได้พบกัน

หนุมานช่วยให้นางบุษบามาลีพ้นคำสาปของพระอินทร์ ด้วยการโยนนางขึ้นฟ้าให้ลอยกลับไปอยู่บนสวรรค์ แต่ก่อนหน้านั้นก็ได้เสียเป็นเมียผัวและอยู่ด้วยกันไม่กี่เพลา โดยไร้ทายาทจากสัมพันธ์สวาทนั้น

ส่วนเมียคนที่ 2 นางเบญกายธิดาพระยาพิเภก ซึ่งทศกัณฐ์ใช้ให้แปลงเป็นนางสีดาตายลอยน้ำมาลวงพระราม สุดท้ายถูกจับได้ และพระรามอภัยโทษให้ หนุมานรับหน้าที่ไปส่งนางเบญจกายที่กรุงลงกา ระหว่างทางได้อยู่กันสองต่อสองจึงเป็นวิสัยธรรมดาของสัตว์โลก เกิดชอบพอและพลอดรักกัน

เมื่อครั้งหนุมานต้องทำภารกิจเอาน้ำล้างเท้าของหญิงในกรุงลงกามาทำลายพิธีเปิดอุโมงค์ของทศกัณฐ์ หนุมานก็ไปหาเมียรักนางนี้เพื่อขอความช่วยเหลือ เสร็จธุระแล้วจึงไปรับใช้พระรามทำสงครามต่อ ซึ่งนางเบญจกายก็เข้าใจดี

ทายาทของหนุมานกับนางเบญจกายเป็นลูกครึ่งลิง-ยักษ์ นาม อสุรผัด มีบทบาทตอนไปตามหนุมานมาปราบกบฏกรุงลงกาช่วยพิเภกหลังทศกัณฐ์สิ้นไปแล้ว หลังเหตุการณ์กบฏเรียบร้อย อสุรผัดจึงได้รับแต่งตั้งเป็นอุปราชของกรุงลงกา

เมียคนที่ 3 นางสุพรรณมัจฉาหนุมานก็พบเพราะช่วยงานราชการศึกอีกเช่นกัน ตั้งแต่คราวจองถนนข้ามทะเลเพื่อยกทัพไปกรุงลงกา ปรากฏว่าระหว่างพลวานรถมทะเลอยู่นั้น ทศกัณฐ์ใช้ให้สุพรรณมัจฉา ธิดาของตนกับนางปลา พร้อมด้วยเหล่าบริวารช่วยกันเอาก้อนหินไปทิ้ง ถนนจึงไม่เสร็จเสียที

หนุมานจึงดำน้ำลงไปดูจนทราบต้นเหตุ เกิดการต่อสู้กับนางสุพรรณมัจฉา เมื่อนางยอมแพ้ก็ช่วยขนก้อนหินกลับมาถมไว้ที่เดิม และช่วยสร้างถนนต่อด้วย หนุมานจึงได้นางเป็นเมียและมีลูกด้วยกันคือ มัจฉานุ เป็นลิงที่มีหางเป็นปลา

มัจฉานุนี้ภายหลังได้ช่วยเหลือหนุมานลงไปเมืองบาดาลเพื่อฆ่าพญาไมยราพ รวมถึงการศึกในครั้งหลัง ๆ ก็ได้มัจฉานุมาช่วยอีกหลายครั้ง พระรามจึงทำพิธีตัดหางปลาให้ และตั้งเป็นผู้ครองเมืองมลิวัน

ส่วน นางวานริน เมียคนที่ 4 ได้พบกันตอนหนุมานเข้าไปอาศัยสอบถามเส้นทางตามล่าวิรุญจำบัง พันธมิตรของทศกัณฐ์ พอทั้งสองสมรักกันแล้ว นางวานรินก็ขอให้หนุมานขว้างนางขึ้นไปบนท้องฟ้าเพื่อให้พ้นคำสาป

เมียคนที่ 5 นางมณโฑเมียของทศกัณฐ์นั่นเอง เรื่องเกิดจากหนุมานต้องไปทำภารกิจทำลายพิธีหุงน้ำทิพย์ของนางมณโฑ โดยการปลอมตัวเป็นทศกัณฐ์เข้าไปในปราสาท การสวมรอยดังกล่าว ทศกัณฐ์ (หนุมานแปลง) เชิดหน้าชูตาว่าสามารถสังหารฝ่ายพระรามได้เป็นอันมาก และเฉลิมฉลองความสำเร็จด้วยการพลอดรักกับนางมณโฑ จนทำให้พิธีหุงน้ำทิพย์เป็นอันล่มไป

สุดท้าย เมียคนที่ 6 ได้มาเมื่อตอนหนุมาน (ทำที) ไปอยู่กับทศกัณฐ์ และได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจนเป็นอุปราชครองกรุงลงกาต่อ ทศกัณฐ์รักใคร่หนุมานถึงขนาดยกสมบัติของอินทรชิตบุตรผู้วายชนม์ให้ รวมถึง นางสุวรรณกันยุมาเมียของอินทรชิตด้วย

ทั้งนี้ หนุมานไม่ได้มีลูกด้วยกันกับเมียคนที่ 4-6 แต่อย่างใด

หนุมานจึงมีเมียที่ปรากฏตามท้องเรื่อง 6 คน ลูก 2 คน เมียแต่ละคนล้วนสมสู่โดยมีเหตุจากงานราชการของตนเอง อย่างไรก็ตาม หนุมานก็ไม่ได้อยู่กับลูกเมียในบั้นปลายชีวิต เพราะต้องคอยรับใช้พระราม (เรื่องราชการอีกนั่นแหละ)

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ทรงวิทย์ ดลประสิทธิ์, เรียบเรียงจากการแสดงบรรยายของ เสรี หวังในธรรม ศิลปินแห่งชาติ. (2540). หนุมานชาญสมร.พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : มติชน.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 20 มีนาคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “เมีย 6 ลูก 2” ส่องลิสต์เมียและลูกของ “หนุมาน” ขุนศึกยอดนักรักของพระราม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...