โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ก.อ.ตั้ง กก.สอบวินัยร้ายเเรง 2 อดีตอัยการภูเก็ต ปมเรียกรับเงินเอกชนเคลียร์คดีแผ้วถางป่า

MATICHON ONLINE

อัพเดต 27 ม.ค. 2564 เวลา 08.35 น. • เผยแพร่ 27 ม.ค. 2564 เวลา 08.18 น.

ก.อ.ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายเเรง 2 อดีตอัยการภูเก็ต ปมเรียกรับเงินเอกชนเคลียร์คดีแผ้วถางป่า หลัง กก.สอบชั้นต้น-ป.ป.ช.ชงสำนวนถึง “อรรถพล”

เมื่อวันที่ 27 มกราคม ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนเเจ้งวัฒนะ นายอรรถพล ใหญ่สว่าง ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.)เป็นประธานการประชุม ก.อ.ครั้งที่ 1/2564โดยมีวาระน่าสนใจเกี่ยวกับการตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายเเรงนายธรรมะ หรือชินโชติ สอนใจ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานอัยการภาค 8 รักษาการในตำแหน่งอัยการจังหวัดภูเก็ต นายวันฉัตร ชุณหถนอม ในฐานะอัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ตในขณะนั้นร่วมกันเรียกรับเงินจากตัวแทนของบริษัทเอกชน เพื่อช่วยเหลือทางคดี

โดยภายหลังประชุมเสร็จสิ้น นายอรรถพล ประธาน ก.อ.กล่าวว่าที่ประชุม ก.อ.มีมติให้ตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายเเรง ทั้ง 2 ราย โดยกรณีนี้มาจากที่ทางอธิบดีอัยการภาค 8 ซึ่งเป็นประธานกรรมการสอบสวนชั้นต้นได้เสนอให้ตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายเเรงประกอบกับมีหนังสือจากคณะกรรมการปราบปรามการทุจริตเเห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ส่งเรื่องมายังตนในฐานะประธาน ก.อ.จนเป็นที่มาของมติตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายเเรงในวันนี้ ในส่วนการดำเนินคดีอาญาก็ได้ทราบว่าทาง ป.ป.ช.ได้ส่งสำนวนพร้อมความเห็นให้ดำเนินคดีกับพนักงานอัยการทั้ง 2 ราย ไปยังอธิบดีอัยการปราบปรามการทุจริตภาค 8 พิจารณาสำนวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป ส่วนกรอบระยะเวลาของคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายเเรงที่ ก.อ.ตั้งขึ้นมานั้นโดยหลักจะเป็นระยะเวลา 30 วัน เเต่สามารถขอขยายเวลาได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับมูลเหตุคดีนี้จากสำนวนของพนักงาน ป.ป.ช.สรุปว่า เมื่อประมาณปี พ.ศ.2555 กรมอุทยานแห่งชาติได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรท่าฉัตรไชย กล่าวหาบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต และกรรมการของบริษัทดังกล่าวว่า กระทำความผิดในข้อหาร่วมกันก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่าและเข้ายึดถือครอบครองป่าโดยตนเอง หรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต

ต่อมาเมื่อคณะทำงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานแล้วมีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งสอง และได้ส่งสำนวนไปให้อัยการจังหวัดภูเก็ตเพื่อพิจารณามีคำสั่ง ต่อมาบริษัทเอกชนและกรรมการของบริษัทดังกล่าวได้ร้องขอความเป็นธรรมต่อพนักงานอัยการเจ้าของสำนวน จึงได้มีการเสนอสำนวนคดีไปยังอธิบดีอัยการภาค 8 ซึ่งอธิบดีอัยการภาค 8 มีคำสั่งไม่ฟ้องบริษัทเอกชนและกรรมการของบริษัทดังกล่าว และได้ส่งสำนวนคดีไปยังผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 แต่ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 มีความเห็นแย้งคำสั่งไม่ฟ้องของพนักงานอัยการ โดยเสนออัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาชี้ขาด ซึ่งอัยการสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่าคดีดังกล่าวนายอำเภอเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน จึงอยู่ในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 145 จึงส่งสำนวนกลับมาให้สำนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ต เพื่อที่สำนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ตจะได้ส่งสำนวนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตพิจารณาความเห็นพนักงานอัยการ โดยสำนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ตได้รับหนังสือดังกล่าว เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2562 ต่อมาเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2562 นายธรรมะ ในฐานะอัยการผู้เชี่ยวชาญ รักษาการในตำแหน่งอัยการจังหวัดภูเก็ตในขณะนั้นได้โทรศัพท์แจ้งพนักงานอัยการ ซึ่งเคยเป็นพนักงานอัยการเจ้าของสำนวนคดีดังกล่าว ให้นัดหมายตัวแทนของบริษัทเอกชนเพื่อให้มาพบในวันที่ 2 กรกฎาคม 2562 หลังจากนั้นตัวแทนของบริษัทเอกชนได้มาพบ นายธรรมะ ที่ห้องทำงานอัยการจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีนายวันฉัตร ชุณหถนอม ในฐานะอัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ตในขณะนั้นอยู่ในห้องและร่วมสนทนาด้วย

โดยนายธรรมะเสนอว่า จะไปพูดคุยกับผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตให้มีคำสั่งไม่เห็นแย้งคำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ ซึ่งหลังจากนั้นยังได้มีการติดต่อกันอีกครั้งหนึ่ง และได้มีการเรียกรับเงินจำนวนหนึ่งจากบริษัทดังกล่าว เพื่อกระทำการช่วยเหลือคดี ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้พิจารณาสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงแล้วมีมติว่า การกระทำของนายธรรมะ มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรา 201 ประกอบมาตรา 83 และตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 และมาตรา 173 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง การกระทำของนายวันฉัตรมีมูลความผิดทางอาญา มาตรา 157 และมาตรา 201 ประกอบมาตรา 86 และตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 171 มาตรา 172 และมาตรา 173 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...