โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

เกษตรกรหญิงแกร่ง เมืองสุพรรณฯ ปลูกต้นโมกด้วยใจรัก อาชีพทำเงินมากว่า 20 ปี

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 06 ส.ค. 2564 เวลา 00.51 น. • เผยแพร่ 06 ส.ค. 2564 เวลา 00.51 น.

ต้นโมก เป็นพรรณไม้ยืนต้นที่ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปีก็ยังมีผู้ที่ชื่นชอบอยู่ เพราะในด้านความเชื่อของคนไทยสมัยก่อนมีคติว่า บ้านใดปลูกต้นโมกไว้ประจำบ้าน จะทำให้เกิดความสุขและช่วยปกป้องคุ้มครองภัยอันตราย และจะช่วยเสริมความเป็นสิริมงคลให้แก่บ้านและผู้ที่อยู่อาศัยมากขึ้น ต้องปลูกต้นโมกไว้ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือในวันเสาร์ นอกจากนี้ ยังเชื่อกันว่าเปลือกของต้นโมกสามารถใช้ป้องกันพิษของสัตว์ต่างๆ ได้

ดังนั้น จึงทำให้โมกเป็นไม้ประดับที่มีการนำมาจัดทรงให้สวยงามมากขึ้น โดยเกษตรกรที่มีความชอบได้มีการนำมาปลูกและจัดทรงทำให้เป็นพุ่มที่สวยงาม ช่วยให้ต้นโมกมีเอกลักษณ์และเป็นที่สนใจของผู้พบเห็น ต่อมาจึงเกิดมูลค่าและการซื้อขายสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้ไม่น้อยทีเดียว เหมือนเช่น คุณสายรุ้ง ปานเพชร เกษตรกรชาวอำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี ได้ยึดการทำโมกมาเป็นไม้ประดับให้มีทรงที่สวยงาม เพื่อส่งจำหน่ายให้กับลูกค้ามากว่า 20 ปี สามารถสร้างรายได้ให้กับเธอและครอบครัวจนสามารถเป็นอาชีพหลักเลี้ยงครอบครัวได้

จากอาชีพช่างเย็บผ้า

สู่สวนไม้ประดับทำด้วยใจรัก

คุณสายรุ้ง เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีก่อนที่จะมาทำงานทางด้านสายเกษตรเหมือนเช่นทุกวันนี้ สมัยก่อนนั้นได้ยึดอาชีพเป็นช่างเย็บผ้ามาก่อน ต่อมารู้สึกชอบในเรื่องของไม้ดอกไม้ประดับ จึงได้เริ่มนำไม้ดอกอายุวันสั้นมาเพาะใส่ถุงดำจำหน่าย แต่การเพาะเช่นนี้มีข้อเสียคือไม้มีอายุที่สั้นเกินไป เมื่อจำหน่ายออกไม่หมดอาจทำให้ขาดทุนได้ จากนั้นมีโอกาสได้ไปรู้จักกับต้นโมก จึงได้นำมาทดลองปลูกและจัดทรงให้สวย จนสามารถทำเป็นอาชีพหลักมาได้จนถึงทุกวันนี้

“ช่วงนั้นน่าจะประมาณปี 2542 ที่ปรับเปลี่ยนมาทำต้นโมก ซื้อต้นแบบสมบูรณ์แล้วเข้ามา ปลูกไปยังไงก็ไม่สำเร็จมากนัก ช่วงนั้นปลูกไม่รอดตายจนหมด ทีนี้อยากที่จะจริงจังกับการปลูกให้มากขึ้น ก็หาต้นตอจากแหล่งที่เขาขุดขายมา สั่งเขามาชำให้เกิดรากใหม่ที่สมบูรณ์เอง หายอดกิ่งพันธุ์ดีมาลองเสียบเอง เรียกได้ว่าเรามาลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง ทำไปทำมาก็ประสบผลสำเร็จ มีลูกค้าเข้ามาติดต่อซื้อถึงในสวน ทีนี้ลูกค้าก็บอกกันไปปากต่อปาก ทำให้เราสามารถทำเป็นอาชีพหลักมาได้จนถึงทุกวันนี้ก็ 20 กว่าปีแล้ว” คุณสายรุ้ง บอก

หลังเสียบยอดกิ่งพันธุ์ดี

ดูแลจนไม้สมบูรณ์จึงขาย

หลักการทำต้นโมกให้ได้ทรงพุ่มที่สวยและมีความสมบูรณ์นั้น คุณสายรุ้ง เล่าว่า จะหาซื้อต้นตอโมกจากแหล่งที่มีคนขุดขายให้มาชำให้เกิดรากที่สมบูรณ์ประมาณ 1 เดือน โดยการเลือกต้นตอที่นำมาชำนั้นจะต้องให้เป็นต้นที่มีกิ่งอย่างน้อย 3 กิ่งขึ้นไป เพราะเวลาที่นำยอดกิ่งพันธุ์ดีเข้ามาเสียบยอด เมื่อจัดเป็นทรงพุ่มแล้วจะทำให้ได้ทรงพุ่มโมกที่สวย เป็นทรงพุ่มที่น่ามองและลูกค้าต้องการ

เมื่อต้นตอโมกที่นำมาชำมีรากสมบูรณ์ดีแล้ว ในขั้นตอนต่อไปจะนำยอดกิ่งพันธุ์ดีเข้ามาเสียบยอด โดยยอดกิ่งพันธุ์ดีมีลักษณะที่แตกต่างกันไป มีทั้งโมกเงิน โมกทอง โมกด่าง ที่ลักษณะของใบจะแตกต่างกันไปแล้วแต่สายพันธุ์ หลังจากเสียบยอดกิ่งพันธุ์ดีบนต้นตอแล้ว หลังจากนั้น ก็จะนำถุงพลาสติกมาครอบยอดไว้ พร้อมกับคลุมด้วยถุงกระดาษด้านนอกอีกชั้นหนึ่ง ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 2 สัปดาห์ จะมาทำการตรวจสอบว่ายอดที่เสียบติดดีหรือไม่ ถ้ายังติดไม่สนิทก็จะทำการเสียบยอดใหม่ แต่ถ้าติดสมบูรณ์ดีแล้วก็จะดูแลต้นต่อไปให้สมบูรณ์ พร้อมทั้งตัดแต่งให้เป็นทรงพุ่มต่อไป

“พอยอดที่เราเสียบติดสมบูรณ์ดีแล้ว เราก็จะนำถุงพลาสติกที่คลุมออก หลังจากนั้น ก็ดูแลรดน้ำทุก 3 วันครั้ง เมื่อทรงยอดที่เราเสียบไปเริ่มแตก จากนั้นเราก็จะเริ่มทำการตัดแต่งให้สมบูรณ์ พร้อมกับใส่ปุ๋ยสูตรเสมอ 16-16-16 เข้ามาเสริมบ้าง ดูแลรดน้ำใส่ปุ๋ยอย่างนี้ไปอย่างน้อยประมาณ 6 เดือนขึ้นไป ซึ่งสวนเราต้องบอกก่อนว่า ไม้ต้องมีความสมบูรณ์เท่านั้น เราถึงจะขายออก ไม่สมบูรณ์เราจะยังไม่ขาย ทำให้ลูกค้าเชื่อใจ มาดูกี่ครั้งก็ตกลงซื้อขายกันได้ทันที” คุณสายรุ้ง บอก

สำหรับในเรื่องของโรคและแมลงศัตรูพืชที่เข้ามาทำลายต้นโมก คุณสายรุ้ง บอกว่า จะมีมดที่มาขึ้นตามกระถางและอยู่ตามรากของไม้บ้าง ทำการป้องกันด้วยหายามารดเพื่อกำจัด ส่วนแมลงอื่นๆ ที่อาจจะมากัดกินใบก็จะดูตามอาการและทำการกำจัดได้ตามความเหมาะสม

ลูกค้าที่ถูกใจต้นโมกในสวน

ช่วยบอกต่อกันถึงคุณภาพ

เนื่องจากสวนโมกที่ปลูกมีทำเลอยู่ติดริมถนนเส้นหลัก ถนนสุพรรณฯ-ชัยนาท จึงทำให้ลูกค้าที่ผ่านไปผ่านมาเมื่อเห็นไม้จากสวนก็จะเข้ามาติดต่อขอซื้ออยู่เสมอ หลังจากซื้อไปแล้วก็ยังกลับมาซื้อซ้ำพร้อมกับลูกค้าช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้บอกกันไปปากต่อปาก จึงทำให้โมกภายในสวนยังสามารถจำหน่ายได้อยู่เรื่อยๆ ซึ่งความจริงใจเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่มีต่อลูกค้าจึงทำให้โมกของเธอสามารถเป็นอาชีพหลักทำเงินมาได้นานมากกว่า 20 ปี
โดยราคาต้นโมกก็จะแตกต่างกันไปตามขนาดของไม้ เพราะแต่ละต้นมีขนาดและการดูแลที่แตกต่างกันแล้วแต่ทรงและความสวยของทรงพุ่ม จึงทำให้โมกแต่ละต้นที่จำหน่ายมีราคาแตกต่างกันไปตามความสวยงาม ซึ่งราคาโมกราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1,500 บาทต่อกระถาง และราคาสูงสุดอยู่ที่ต้นละหลักหมื่นบาทต่อกระถาง

“โมกส่วนมากที่เราทำ เราจะต้องเน้นให้ต้นมีความสมบูรณ์เท่านั้น ไม่สมบูรณ์เราไม่ขาย เพราะเราเคยซื้อมาแล้วตาย เรามีประสบการณ์ เราจึงไม่อยากให้ลูกค้าซื้อไปแล้วต้องมีเสียใจ เพราะฉะนั้น ที่เรายังอยู่ได้มากว่า 20 ปี เพราะเรามีความจริงใจ เพราะเราเองที่มาทำทุกวันนี้ เพราะเราเองทำด้วยใจรัก ไม่ได้คิดทำไม้เพราะอยากปลูกเพื่อเป็นกระแส เราทำเพราะเรารัก ผลสุดท้ายไม้ออกมามีคุณภาพ สิ่งนี้ก็ตอบแทนเราเอง ทำให้เราสามารถทำเป็นอาชีพหลัก เป็นเงินเลี้ยงครอบครัวมาได้ถึงปัจจุบัน” คุณสายรุ้ง บอก

สำหรับท่านใดที่สนใจในเรื่องของการปลูกต้นโมกหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติ่ม สามารถติดต่อสอบถาม พูดคุยแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ได้ที่ คุณสายรุ้ง ปานเพชร หมายเลขโทรศัพท์ (081) 364-3982

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...