ร้องพระแอบเป็นเจ้ามือหวย จนท.รุดตรวจพบโพยหวยใต้ดิน เจ้าตัวปฏิเสธ บอกเป็นแค่คนเล่น
ร้องไปถึงภาค 5 พระแอบเป็นเจ้ามือหวย ตร.-สำนักพุทธฯ รุดตรวจ พบโพยหวยใต้ดิน เจ้าตัวปฏิเสธ บอกเป็นแค่คนเล่น
เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2564 เวลา 15.30 น. เจ้าหน้าที่จากสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดลำปาง และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 5 และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองลำปาง ได้เข้าตรวจสอบพระสงฆ์ภายในวัดศรีชุม ต.หัวเวียง อ.เมือง เขตเทศบาลนครลำปาง ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ท่องเที่ยวชื่อดัง ตั้งอยู่กลางเมืองลำปาง
หลังมีชาวบ้านและพระสงฆ์ได้ไปร้องเรียนและแจ้งเบาะแสกับ พล.ต.ต.บัณฑิต ตุงคะ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 จ.เชียงใหม่ ว่ามีพระสงฆ์รูปหนึ่งภายในวัดแห่งนี้เป็นเจ้ามือหวยใต้ดิน โดยเปิดรับแทงหวยจากพระสงฆ์ สามเณร และประชาชนมานาน กระทั่งมีคนที่มาซื้อหวยและถูกรางวัลกลับไม่ยอมจ่ายเงินให้
เรื่องราวดังกล่าวสร้างความเสื่อมเสียแก่วงการสงฆ์ใน จ.ลำปาง ทางรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 จึงมีคำสั่งให้ พล.ต.ต.นันทวิทย์ เทียมบุญธง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง เข้าตรวจสอบอย่างเร่งด่วน จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.ศราวุธ วะเท ผู้กำกับการ สภ.เมืองลำปาง ติดตามเรื่องนี้
และให้ชุดสืบสวน สภ.เมืองลำปาง นำโดย พ.ต.ต.ธานี ตันจันทร์กูล สารวัตรสืบสวน สภ.เมืองลำปาง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพระพุทธศาสนา จ.ลำปาง เข้าตรวจสอบพร้อมกัน โดยไปตรวจค้นกุฏิภายในวัดของพระภูวนัย นาถกโร โชติวัฒนตระกูล อายุ 66 ปี พระรูปหนึ่งภายในวัด ก็พบโพยหวยใต้ดินจำนวนหลายใบ
ต่อมาได้มีการพาพระรูปนี้มาพูดคุยสอบสวนที่ศาลาการเปรียญต่อหน้าพระชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งพระภูวนัยบอกว่า ตนเองบวชเป็นพระสงฆ์มา 11 พรรษาแล้ว ไม่ได้เป็นเจ้ามือหวยเถื่อน ยอมรับว่าโพยหวยดังกล่าวนั้นเป็นของตนเองจริง แต่เป็นเพียงการซื้อเล่นเท่านั้น ตนเองเป็นผู้เล่น ไม่ใช่เป็นเจ้ามือรับแทงหวยตามที่ถูกกล่าวอ้าง ทั้งนี้ ตนเองเป็นคนชอบเล่นหวยอยู่แล้ว และได้ซื้อแทงหวยงวดละ 100-200 บาทเท่านั้น ส่วนสาเหตุที่มีคนไปร้องเรียนนั้นก็เพราะมีบางคนที่ไม่ชอบตนเองไปร้องเรียน
ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง จะได้นำตัวไปสอบสวนอย่างละเอียด และจะแจ้งข้อกล่าวหาลักลอบเล่นการพนัน (สลากกินรวบ) พนันเอาทรัพย์สินกัน โดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะที่เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดลำปางจะได้แจ้งเรื่องไปยังคณะสงฆ์จังหวัดลำปาง และเจ้าคณะตำบลหัวเวียง อ.เมือง เพื่อดำเนินการสอบสวนเอาผิดทางวินัยสงฆ์ต่อไป ซึ่งบทลงโทษจะมีมติให้พระรูปนี้พ้นจากวัดศรีชุม ภายใน 7 วัน