โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เพาะเลี้ยงปลาสเตอร์เจียน ที่เชียงใหม่ ต้นกำเนิดไข่ปลาล้ำค่า “คาเวียร์”

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 29 ส.ค. 2565 เวลา 06.08 น. • เผยแพร่ 30 ส.ค. 2565 เวลา 21.00 น.

ในประเทศไทย ปลาสเตอร์เจียน ได้มีการทดลองเลี้ยงในโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ บ้านนามน หมู่ที่ 7 (ดอยดำ) ตำบลเมืองแหง อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2548 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 มีพระราชดำริให้กรมประมง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการหาแนวทางพัฒนาการเลี้ยงปลาสเตอร์เจียนบนพื้นที่สูง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนและชาวเขาเผ่าต่างๆ ได้มีอาชีพ

คุณสมพร กันธิยะวงศ์ (ใส่หมวกลายพราง) กำลังตรวจไข่ปลาด้วยเครื่องอัลตราซาวด์ เพื่อนำปลาไปทำคาเวียร์

คุณสมพร กันธิยะวงศ์ นักวิชาการประมงปฏิบัติการ ศูนย์วิจัยพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด เขต 1 (เชียงใหม่) เล่าถึงความเป็นมาของโครงการว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 มีพระราชเสาวนีย์ให้กรมประมงหาพันธุ์ปลาที่สามารถเลี้ยงได้บนดอย หรือในที่มีอากาศหนาวเย็นมาเพาะเลี้ยง เพื่อสร้างอาชีพ สร้างช่องทางทำมาหากินให้กับชาวเขาเผ่าต่างๆ ซึ่งปกติทั่วไป บนพื้นที่ที่มีอากาศหนาวจะไม่ค่อยมีใครเลี้ยงปลา เนื่องจากน้ำเย็น ทางเราจึงได้ศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้านเพื่อหาพันธุ์ปลาที่เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศอันหนาวเย็นของที่นี่…ปลาสเตอร์เจียน เป็นปลาที่เหมาะสม และตอบโจทย์มากที่สุด เพราะเป็นปลาที่ชื่นชอบน้ำเย็น จึงถือโอกาสนำเข้าจาก 2 ประเทศ คือประเทศเยอรมนี และรัสเซีย เป็นสายพันธุ์ สเตอร์เจียนไซบีเรีย

การเพาะพันธุ์ปลาสเตอร์เจียน

ปลาสเตอร์เจียน นับว่าเป็นปลาที่ยังใหม่สำหรับประเทศไทย ยังไม่มีการเพาะเลี้ยงอย่างแพร่หลาย นอกจากโครงการของหลวง เนื่องจากข้อจำกัดของสภาพภูมิอากาศ และอุณหภูมิน้ำที่ใช้เลี้ยง เรียกได้ว่าหากไม่ได้มีบ้านอยู่บนเขาบนดอยก็หมดสิทธิ์เลี้ยงกันไปเลย ด้วยข้อจำกัดที่ยาก ทุกคนคงเข้าใจว่าต้องเลี้ยงยากแน่ๆ เพราะเป็นปลาสายพันธุ์จากต่างประเทศ จริงๆ แล้ว วิธีการเลี้ยงการดูแลปลาสเตอร์เจียนไม่ได้ยากอย่างที่คิด แต่ต้องใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงยาวนานถึง 8 ปี ปลาถึงจะให้ไข่ หรือที่เรารู้จักกันคือ “ไข่ปลาคาเวียร์” โดยจะเริ่มการเพาะพันธุ์ในช่วงใกล้หมดฤดูหนาวเข้าฤดูร้อน หรือประมาณเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ถือว่าเป็นฤดูเพาะพันธุ์ที่เหมาะสมที่สุด การเพาะพันธุ์ใช้วิธีฉีดกระตุ้นด้วยฮอร์โมน โดยวิธีผสมเทียม

ปลาสเตอร์เจียน อายุ 8 ปี พร้อมให้ไข่
ปลาสเตอร์เจียน อายุ 8 ปี พร้อมให้ไข่

ผลิตภัณฑ์ไข่ปลาคาเวียร์ ขนาด 25 กรัม ราคา 1,300 บาท

วิธีการเลี้ยง

วิธีการเลี้ยงไม่มีขั้นตอนที่ยุ่งยาก โรคไม่มี มีข้อจำกัดอย่างเดียว คือเรื่องอุณหภูมิของน้ำ ปลาสเตอร์เจียนเป็นปลาที่ชอบน้ำเย็น ดังนั้น น้ำที่ใช้เลี้ยงควรมีอุณหภูมิอยู่ที่ระหว่าง 12-20 องศาเซลเซียส ถ้าอุณหภูมิเกินนี้ จะส่งผลให้ปลาเครียดไม่กินอาหาร เนื่องจากเป็นปลาเมืองหนาว อาหารที่ใช้เลี้ยงเป็นอาหารเม็ดลอยน้ำ โปรตีน 45 เปอร์เซ็นต์ กิโลกรัมละ 50 บาท ให้ 2-3 เปอร์เซ็นต์ ของน้ำหนักปลา วันละ 1 ครั้ง

บ่อเลี้ยงธรรมชาติ ผันน้ำจากลำห้วย

บ่อเลี้ยง…ทางศูนย์มีบ่อเลี้ยงจำนวน 10 บ่อ เป็นบ่อปูนซีเมนต์ ขนาด 120 ตารางเมตร ปล่อยปลาได้ 1,000 ตัว ใช้วิธีเบี่ยงน้ำจากลำห้วยเข้าบ่อ

ความสะอาด…ต้องคำนึงเป็นพิเศษ ต้องหมั่นทำความสะอาดบ่อเลี้ยง ไล่น้ำออก ถอดท่อ เพื่อระบายน้ำบางส่วนออกแล้วเติมน้ำใหม่เข้ามา

ระบบน้ำ..เป็นระบบธรรมชาติ ใช้น้ำจากความเย็นบนพื้นที่สูง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่จะให้ความเย็นแบบนี้ต้องเป็นเขตป่า เขตอุทยานฯ เท่านั้น เอกชนโดยทั่วไปไม่สามารถทำได้

ระยะเวลาในการเลี้ยง…ใช้เวลา 8 ปี จึงจะสมบูรณ์พันธุ์ มีไข่ ทำคาเวียร์ได้ เพาะพันธุ์ต่อได้ แต่ใน 1 รุ่น ไม่ได้มีไข่ออกในระยะ 8 ปี เท่ากันทุกตัว บางตัวใช้เวลา 9 ปีคละกันไป

น้ำหนัก-การให้ไข่…ปลา 1 ตัว ให้ใข่ประมาณ 10-15 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว อย่างเช่น ปลาอายุ 8 ปี มีน้ำหนัก 10 กิโลกรัม ให้ไข่ 1-1.5 กิโลกรัม

มีไข่ออกขายจริงๆ คือ ช่วงเดือนกันยายน-เดือนเมษายนของทุกปี ในราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 50,000 บาท

ลากอวนเพื่อการคัดปลา

กระบวนการแปรรูปและการตลาด

การแปรรูปไข่ปลาคาเวียร์ ทางศูนย์มีกระบวนการแปรรูปเอง โดยการนำไข่ปลาผสมกับเกลือ

เกลือที่ใช้เป็นดอกเกลือแกงคุณภาพสูง จากฟาร์มทะเลตัวอย่าง อันเนื่องมาจากพระราชดำริเพชรบุรี จำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้ชื่อ “ศิลปาชีพ” อีกส่วนรับผลิตตามออเดอร์ลูกค้า เนื่องจากไข่ปลาคาเวียร์ยังใหม่สำหรับคนไทย บางส่วนยังไม่เชื่อมั่นกับรสชาติไข่ที่ผลิตในประเทศไทย

“ยังติดรับประทานของนอกอยู่ ลูกค้าของเราส่วนใหญ่เป็นโรงแรม นำไปรังสรรค์เมนูและใช้ประดับอาหารราคาแพง” และมีความเชื่อว่าไข่ปลาคาเวียร์เป็นอาหารของชนชั้นสูง บ่งบอกถึงฐานะ บางตำราเล่าว่าผู้ดีมีเงินมักนำไข่ปลาคาเวียร์ให้ลูกน้อยรับประทานตอนไม่สบาย เพราะถือว่าเป็นของดีสุดยอดอาหาร” คุณสมพร บอก

กำลังจับปลาเพื่อไปทำคาเวียร์

แนะนำสำหรับเกษตรกรที่สนใจอยากเลี้ยง

คุณสมพร บอกว่า การเพาะเลี้ยงปลาสเตอร์เจียนนับเป็นอาชีพใหม่ที่น่าสนใจ เพราะในประเทศไทยยังมีคนที่มีฐานะอีกมาก คนรวยก็ยังนิยมรับประทาน แต่สิ่งที่ต้องคำนึงคือ การลงทุนที่มากพอสมควร ทั้งในเรื่องของพื้นที่ และอีกสิ่งที่ต้องคำนึงคือ การตลาด ถ้าภาคเอกชน หรือเกษตรกรท่านใดสนใจอยากเลี้ยง คือต้องมีลู่ทางการตลาด ไข่ปลาคาเวียร์เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีราคาสูง ต้องหาช่องทางขายสินค้าให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายให้ได้ ถ้าไม่มีการตลาดก็จบ เพราะในการเลี้ยงต้องใช้เงินทุนสูง มีระบบน้ำที่ควบคุมอุณหภูมิได้เป็นอย่างดี ส่วนความรู้นั้นคุณสมพรบอกไม่ยากเลย หมั่นศึกษาหาความรู้ หรือเข้ามาเรียนรู้งานที่ศูนย์ได้ แต่หากท่านมีตลาดแล้วก็ไม่ยาก ที่ผ่านมาประเทศไทยจะใช้คาเวียร์ รับประทานคาเวียร์ที่สั่งจากต่างประเทศ มีส่วนน้อยมากที่รู้จักคาเวียร์ที่ผลิตในประเทศไทย ถือว่าเป็นโอกาสที่ดี และถ้าคนไทยหันมาซื้อของไทย จะได้ถูกกว่า และได้ช่วยเหลือคนไทยด้วยกันให้มีอาชีพที่ยั่งยืน

สำหรับเกษตรกรที่สนใจอยากเพาะเลี้ยงปลาสเตอร์เจียน หรือศึกษาเป็นความรู้ เชิญปรึกษาหรือเยี่ยมชมงานได้ที่ โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ตามพระราชดำริดอยดำ อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ โทร. 081-724-4516

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก วันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ.2561

สำหรับแฟนๆ นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน หากต้องการนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านรายปักษ์ ส่งตรงถึงบ้าน รวดเร็วทันใจอ่านได้ในทุกๆ 15 วัน สามารถสมัครสมาชิกได้ที่ คลิกลิ้ง https://shorturl.asia/0zJwQ - Line: @matichonbook หรือ สำนักพิมพ์มติชน เลขที่ 12 ถนนเทศบาลนฤมาล หมู่บ้านประชานิเวศน์ 1 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 ติดต่อฝ่ายขาย 02-589-0020 ต่อ 3354

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...