โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

10 หนังเรื่องจริงจากเหตุการณ์ "ก่อการร้าย" ระทึกโลก

BT Beartai

อัพเดต 15 ธ.ค. 2563 เวลา 00.43 น. • เผยแพร่ 14 ธ.ค. 2563 เวลา 22.55 น.
10 หนังเรื่องจริงจากเหตุการณ์ “ก่อการร้าย” ระทึกโลก

ขึ้นชื่อว่าเหตุการณ์ก่อการร้ายย่อมไม่ใช่เรื่องดีที่ใครอยากให้เกิดขึ้นแน่นอน เพราะทุกครั้งย่อมนำมาซึ่งความสูญเสียที่ต่างกันแค่มากหรือน้อย เหตุการณ์วินาศกรรมและก่อการร้ายเกิดขึ้นควบคู่กับประวัติศาสตร์โลกมาโดยตลอด ยิ่งกับช่วงหลังไม่กี่ปีมานี้ที่มีการบันทึกภาพและเสียงเหตุการณ์จริงเอาไว้ได้มากกว่าก่อน ทำให้สิ่งเหล่านั้นรวมถึงประจักษ์พยานที่เป็นบุคคลถูกนำมาใช้ถ่ายทอดเป็นวัตถุดิบชั้นดีของภาพยนตร์หลายเรื่องที่ดูสมจริง ชวนลุ้น ไปจนถึงระดับโคตรมัน What the Fact ขอนำเสนอ 10 หนังก่อการร้ายที่สร้างจากเรื่องจริงในรอบ 20 ปีมานี้

ชวนอ่าน 15 หนังปฏิบัติการทางทหารจากเรื่องจริง “สุดมัน” ในรอบ 20 ปี

THE RED SEA DIVING RESORT (2018)

หนังดัดแปลงจากเรื่องจริงซึ่งได้แรงบันดาลใจจากหนังสือบันทึกชีวประวัติ “Mossad Exodus; The Daring Undercover Rescue of the Lost Jewish Tribe” ของอดีตสายลับมอสสาด Gad Shimron บอกเล่าเรื่องราวของกลุ่มสายลับนานาชาติที่มารวมตัวกันเพื่อทำภารกิจช่วยผู้ลี้ภัยชาวเอธิโอเปียเชื้อสายยิวออกจากประเทศซูดานในเหตุการณ์ถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ช่วงยุค 80s

โดยแผนการของพวกเขาก็คือ การใช้รีสอร์ตพักตากอากาศในซูดานเป็นฉากบังหน้าเพื่อพาชาวเอธิโอเปียเชื้อสายยิวไปหลบซ่อนในตอนกลางวัน และช่วยหนีออกทางทะเลในตอนกลางคืนเพื่อไปยังประเทศอิสราเอล หนังที่นำแสดงโดย Captain America อย่าง Chris Evans ให้อารมณ์เหมือนหนังออสการ์อย่าง Argo (2012) ที่อาจไม่ได้เป็นหนังเหตุร้ายโดยตรง (และอาจต้องเรียกว่าก่อการดี) แต่ก็ลุ้นระทึกได้ใจ

WHAT THE FACT: หนังสร้างจากเหตุการณ์ที่มีหลายปฏิบัติการย่อย ไล่ตั้งแต่ Operation Moses และ Operation Joshua ที่ต้องลักลอบพาผู้อพยพชาวเอธิโอเปียเชื้อสายยิวที่ถูกเรียกว่า กลุ่ม Beta Israel ข้ามทะเลแดงเพื่ออพยพไปสู่กรุงเยรูซาเล็มเมืองแห่งพันธะสัญญา เปรียบดังปฏิบัติการแหวกทะเลแดงของ Moses เดินทางข้ามทะเลทรายระยะทางพันกิโลเมตรเข้าไปในประเทศของชาวมุสลิมที่มีชนเผ่าเบดูอินคอยทำร้ายถึงตายได้ถ้าพบเจอ จากนั้นก็ต้องไปไปยังโรงแรมริมทะเลที่สร้างขึ้นมาหลอกเป็นฉากหน้า เมื่อได้จังหวะจะได้ให้ทหารหน่วยซีลของอิสราเอลมารับช่วงต่อพาลงเรือยางไปขึ้นเรือรบอีกที

แต่ถึงแม้จะหนีเข้าอิสราเอลได้ ความเป็นจริงที่โหดร้ายก็ไม่เลิกเล่นงาน เพราะกลุ่มคน Beta Israel กลายเป็นพลเมืองชั้นสองในประเทศอิสราเอล เพราะเป็นชาวผิวดำที่อิสราเอลไม่อยากจะนับญาติ รวมถึงไม่อยากให้เพิ่มจำนวนประชากร มีการจำกัดสิทธิ์หลายให้ไม่ได้ประโยชน์เทียบเท่ากับชาวอิสราเอล แถมได้รับการปฏิบัติจากเจ้าหน้าที่รัฐด้วยความรุนแรงจนมีการออกมาประท้วงเพื่อความเท่าเทียมอยู่บ่อยครั้ง ปัจจุบันชาวเอธิโอเปียที่มาตั้งถิ่นฐานในประเทศอิสราเอล กว่า 30 ปี มีประชากรราว 150,000 คน คิดเป็น 2% ของประชากรอิสราเอลทั้งหมด

  • นักแสดง: Chris Evans, Ben Kingsley, Greg Kinnear, Haley Bennett, Michiel Huisman
  • ผู้กำกับ: Gideon Raff (Writer-Homeland, The Spy, Tyrant)
  • ทุนสร้าง/รายรับรวมทั่วโลก: Netflix ไม่เปิดเผย
  • Rotten Tomatoes Scores/iMDB Rating: 29% / 6.6/10

22 JULY (2018)

หนังดัดแปลงจากหนังสือ “One of Us: The Story of a Massacre in Norway — and Its Aftermath” ของนักเขียนและนักหนังสือพิมพ์ Åsne Seierstad และใช้ทีมนักแสดงกับนักทำหนังท้องถิ่นในการร่วมกันสร้าง โดยมีนักแสดงดังของนอร์เวย์ Anders Danielsen Lie รับบทเป็นผู้ก่อการร้ายในเหตุการณ์ที่ถูกเรียกว่า “วันวิปโยค 22 กรกฎาคม” ซึ่งเป็นเหตุก่อการร้ายครั้งประวัติศาสตร์ของนอร์เวย์ หนังเป็นผลงานของผู้กำกับที่ชอบสร้างหนังเน้นสถานการณ์จริงแถมยังสร้างได้สมจริงด้วย อย่าง Paul Greengrass ที่มีหนังในลิสต์นี้อย่าง United 93 (2006) ด้วย

WHAT THE FACT: 22 กรกฎาคม 2011 ผู้ก่อการร้ายฝ่ายขวาหัวรุนแรงได้สังหารผู้คนกว่า 77 คน ในวันนั้น เริ่มตั้งแต่วางระเบิดรถยนต์ในตึกราชการนอกสำนักงานนายกรัฐมนตรี ณ กรุงออสโล เมืองหลวงของนอร์เวย์จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 8 คน และบาดเจ็บอีก 207 คน จากนั้นให้หลัง 2 ชั่วโมง เขาก็ปลอมตัวเป็นตำรวจเดินทางไปที่ค่ายฤดูร้อนของเยาวชนของพรรคแรงงานที่สนใจเรื่องการเมือง ณ เกาะอูเตอยา จากนั้นก็ไล่สังหารเด็กและวัยรุ่นไปรวมแล้ว 69 คน โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ยังถูกบันทึกว่า เป็นเหตุกราดยิงจากมือปืนรายเดียวที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในเหตุการณ์เดียวจนถึงปัจจุบัน

  • นักแสดง: Anders Danielsen Lie, Thorbjørn Harr, Jon Øigarden, Jonas Strand Gravli, Seda Witt
  • ผู้กำกับ: Paul Greengrass (United 93, Captain Phillips, Green Zone, The Bourne Ultimatum)
  • ทุนสร้าง/รายรับรวมทั่วโลก: 20 ล้านเหรียญฯ / Netflix ไม่เปิดเผย
  • Rotten Tomatoes Scores/iMDB Rating: 80% / 6.8/10

HOTEL MUMBAI (2018)

หนังเล่าผ่านหลายมุมมองของตัวละครที่ไปรวมอยู่ในเหตุการณ์ร้ายเดียวกันซึ่งเป็นตัวละครสมมติที่ไม่ได้มีตัวตนอยู่จริงตามบทสัมภาษณ์ของผู้กำกับ แต่การกระทำของตัวละครหลักล้วนนำมาจากเหตุการณ์จริงที่หลาย ๆ คนได้ทำในวันนั้น Arjun บริกรรายวันที่มารับทำงานตามเวร มีภาระครอบครัวที่ต้องเลี้ยงลูกเล็กและกำลังจะเกิดอีกหนึ่งคน ด้วยความสะเพร่าทำให้ไม่ได้ใส่รองเท้าหนังมาเข้าทำงาน เกือบเป็นเหตุให้ Oberoi หัวหน้าเชฟและคนดูและพนักงานไล่เขาออก ระหว่างนั้นครอบครัวอเมริกันผู้มีฐานะดีก็ได้เดินทางมาพักที่โรงแรมแห่งนี้ Zahra ภรรยาซึ่งเป็นคนท้องถิ่นดูจะรู้จักคุ้นเคยกับพนักงานที่นี่เป็นอย่างดี ในครอบครัวยังมี David สามีสถาปนิกชาวอเมริกัน Sally พี่เลี้ยงเด็กที่คอยดูแล Cameron ลูกของพวกเขา

เมื่อเกิดเหตุก่อการร้ายที่ Leopold Café และอีกหลายจุดในเมือง ผู้คนก็พากันวิ่งหนีตายมาที่โรงแรม เปิดโอกาสให้คนร้ายแฝงตัวเข้ามาและอาศัยโอกาสนั้นกราดยิงผู้คน Arjun ได้ใช้ไหวพริบบอกให้แขกในห้องอาหารก้มตัวหมอบลงต่ำและปิดไฟ (ในเรื่องจริง บริกรสั่งให้ทุกคนทำแบบนั้นจริง ๆ จนมีผู้รอดชีวิตมาได้กว่า 50 คน) Oberoi หัวหน้าเชฟที่อยู่ในโซนห้องครัว ตัดสินใจอย่างกล้าหาญช่วยเหลือแขก (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกค้าชั้นดี) ออกจากห้องอาหารนั้นหนีขึ้นไปอยู่บน Lounge ชั้น 6 ซึ่งมีประตูล็อกแน่นหนา เมื่อเหตุการณ์ถึงภาวะคับขันตำรวจใจกล้า 6 นายก็ปฏิบัติการพลีชีพเข้าช่วยเหลือผู้ที่ติดในโรงแรม ชะตากรรมของครอบครัว David และ Zahra ก็กระจัดกระจายไปคนละทางเพื่อเพิ่มทางรอดให้กับลูกวัยทารก (สร้างจากข้อมูลจริงของครอบครัวหนึ่งในสถานการณ์)

WHAT THE FACT: 26 พฤศจิกายน 2008 เหตุก่อการร้ายเกิดขึ้นอย่างโหดเหี้ยมที่เมืองมุมไบ เมืองหลวงทางการเงินของอินเดีย โดยชาวมุสลิมหัวรุนแรงที่ต้องการก่อสงครามศักดิ์สิทธิ์ ความรุนแรงของสถานการณ์ครอบคลุมระยะเวลายาวนานถึง 4 วัน กินพื้นที่ทั่วทั้งเมืองโดยผู้ก่อการร้ายตระเวนกระจายตัวก่อเหตุในหลายจุดสำคัญซึ่งเป็นแหล่งชุมชนที่มีคนอยู่จำนวนมาก เริ่มที่สถานีรถไฟฉัตรปติศิวาชี หรือ CST ซึ่งเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางรางของเขตภาคกลางของประเทศ จากนั้นผู้ก่อการร้าย 2 คนนี้ ได้ชิงรถตำรวจและก่อเหตุกราดยิงขณะขับรถแล่นไปทั่วเมือง ส่วนผู้ก่อการร้ายอีกกลุ่มไปก่อเหตุปาระเบิดเข้าไปที่ Leopold Café ก่อนจะเข้าไปกราดยิงซ้ำอีกระลอก

เหตุการณ์ทวีความรุนแรงขึ้นและสิ้นสุดในวันสุดท้าย ณ โรงแรมสุดหรูที่เป็นแหล่งร่วมตัวของชาวต่างชาติและผู้มีฐานะดี นั่นคือโรงแรม The Taj Mahal Palace ซึ่งในเวลานั้นมีแขกเข้าพักอยู่ 1,000 คนและพนักงานในโรงแรมอีก 500 คน ความคับขันของสถานการณ์คือ เมืองแห่งนี้ไม่เคยเกิดเหตุวินาศกรรมจึงไม่มีกองกำลังเฉพาะกิจสำหรับแก้ไขสถานการณ์ระดับนี้ นอกจากตำรวจท้องที่ซึ่งไม่มีเคยถูกฝึกมารับสถานการณ์ ประกอบกับต้องรอหน่วยปฏิบัติการพิเศษ National Security Guards (NSG) จากนิวเดลีเมืองหลวงที่ห่างออกไป 800 ไมล์ ซึ่งกว่ากองกำลังพิเศษ มาถึงเพื่อยุติเหตุการณ์ได้จริงๆ ก็วันสุดท้ายแล้ว ตลอดทั้งเหตุการณ์วินาศกรรม 26/11 ครั้งนี้ มีผู้เสียชีวิต 165 ราย ได้รับบาดเจ็บ 300 ราย ผู้ก่อการร้ายถูกวิสามัญเสียชีวิต 9 จาก 10 คน

  • นักแสดง: Dev Patel, Armie Hammer, Jason Isaacsม Nazanin Boniadi, Tilda Cobham-Hervey, Anupam Kher
  • ผู้กำกับ: Anthony Maras
  • รายรับรวมทั่วโลก: 21 ล้านเหรียญฯ
  • Rotten Tomatoes Scores/iMDB Rating: 77% / 7.6/10

(อ่านต่อหน้าถัดไป)

10 หนังเรื่องจริงจากเหตุการณ์ “ก่อการร้าย” ระทึกโลก
10 หนังเรื่องจริงจากเหตุการณ์ “ก่อการร้าย” ระทึกโลก
10 หนังเรื่องจริงจากเหตุการณ์ “ก่อการร้าย” ระทึกโลก
10 หนังเรื่องจริงจากเหตุการณ์ “ก่อการร้าย” ระทึกโลก
10 หนังเรื่องจริงจากเหตุการณ์ “ก่อการร้าย” ระทึกโลก
10 หนังเรื่องจริงจากเหตุการณ์ “ก่อการร้าย” ระทึกโลก
10 หนังเรื่องจริงจากเหตุการณ์ “ก่อการร้าย” ระทึกโลก
10 หนังเรื่องจริงจากเหตุการณ์ “ก่อการร้าย” ระทึกโลก
10 หนังเรื่องจริงจากเหตุการณ์ “ก่อการร้าย” ระทึกโลก
10 หนังเรื่องจริงจากเหตุการณ์ “ก่อการร้าย” ระทึกโลก
10 หนังเรื่องจริงจากเหตุการณ์ “ก่อการร้าย” ระทึกโลก
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...