โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมควบคุมมลพิษเปิดเหตุผลที่ค่ามาตรฐาน PM2.5 ไทยอยู่ที่ 50 มคก./ลบ.ม.

TODAY

อัพเดต 22 ม.ค. 2563 เวลา 02.34 น. • เผยแพร่ 22 ม.ค. 2563 เวลา 02.34 น. • Workpoint News

นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.)

อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ยืนยันกณฑ์ดัชนีคุณภาพอากาศ  50 มคก./ลบ.ม.เป็นไปตามข้อแนะนำขององค์การอนามัยโลก ตอบไม่ได้ว่าคุณภาพอากาศในไทยวิกฤตแล้วหรือไม่ แต่ถ้าอ่านจากค่าตัวเลขสภาพอากาศอยู่ในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

วันที่ 22 ม.ค.2563 นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยกับเวิร์คพอยท์ ทูเดย์ ถึงแนวทางการปรับเปลี่ยนเกณฑ์ดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) ของไทยที่ตั้งไว้ว่าค่าระดับฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 อยู่ที่ระดับ 50 มคก./ลบ.ม. ว่า อยู่ในแผนของกรมควบคุมมลพิษที่นำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีไปแล้วเมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา ยืนยันว่าเกณฑ์ดัชนีคุณภาพอากาศเป็นไปตามข้อแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO)

เมื่อถามว่าประชาชนรู้สึกว่าปัญหาฝุ่นอยู่ในระดับวิกฤตแล้วแต่ดูเหมือนกรมควบคุมมลพิษพยายามออกมาบอกว่ามันไม่ได้แย่ขนาดนั้น อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ชี้แจงว่าตามมาตรฐานที่ได้รับคำแนะนำจากองค์การอนามัยโลกว่า ค่ามาตรฐาน 50 มคก./ลบ.ม. ค่าตัวเลขขึ้นเท่าใดก็จะอยู่ในกรอบที่มีอยู่ ถ้าจะถามว่าวิกฤตหรือไม่ ต้องดูจากค่าที่อ่านได้ ถ้าถามว่าเป็นห่วงสุขภาพหรือไม่ ต้องตอบว่าเป็นห่วงทั้งสุขภาพตัวเองและทุกคน ยืนยันทำตามแนวทางมาตรฐานที่มีอยู่ คือ เกณฑ์ของดัชนีคุณภาพอากาศของประเทศไทย สภาพอากาศดี อยู่ที่ระดับ 0 – 25 มคก./ลบ.ม.ปานกลาง 26 – 50 มคก./ลบ.ม. ปานกลาง 51 – 100 มคก./ลบ.ม. เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ 101 – 200 มคก./ลบ.ม. และ 201มคก./ลบ.ม.ขึ้นไป มีผบกระทบต่อสุขภาพ

นายประลอง กล่าวว่า การกำหนดค่ามาตรฐานฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศจะต้องผ่านคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติแล้วจึงประกาศใช้ ซึ่งองค์การอนามัยโลกเวลาแนะนำจะพิจารณาจากบริบทของแต่ละประเทศว่าเป็นอย่างไร ซึ่งของไทยพิจารณาแล้วว่าดัชนีคุณภาพอากาศมาตรฐานที่ 50 มคก./ลบ.ม. เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย ซึ่งบริบทของแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน ตอนนี้ไทยยังใช้รถยนต์ที่มีอายุมากกว่า 20-30 ปี เพราะประชาชนมีรายได้ระดับปานกลางถึงน้อย ไม่มีกำลังทรัพย์ที่จะซื้อรถใหม่ รถยิ่งเก่าสภาพก็ยิ่งเสื่อมโทรมลงไปแม้จะบำรุงรักษา ค่าฝุ่นจึงเข้มข้นขึ้น แต่เราก็ดูไม่ให้ค่าควันที่ออกมาเกินค่ามาตราฐานตามกฎหมาย ประกอบกับการจราจรและการขนส่งสาธารณะยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ยังไม่เรียบร้อย ตรงนี้ต่างจากต่างประเทศ ไทยยังทำไม่ได้และต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 3 ปี รถไฟฟ้าจึงจะเสร็จและจะมีการขยายส่วนไปอีก

อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ย้ำว่า บริบทของประเทศไทยยังไม่พร้อม ขนส่งสาธารณะยังไม่พร้อม เราจะไปห้ามประชาชนไปใช้รถยนต์ส่วนตัวก็ยังไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม แต่เมื่อไดที่ประเทศไทยระบบขนส่งสาธารณะเสร็จและสมบูรณ์ เมื่อนั้นถ้าเรายังไม่ลดการการใช้รถยนต์อยู่ ตรงนี้จะเป็นแนวทางที่เราจะต้องหาวิธีการ

กทม. นำร่องมาตรการเร่งด่วนแก้ปัญหาช่วงวิกฤติคุณภาพ PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน สั่งปิดโรงเรียนในสังกัด 1 วัน พร้อมให้ข้าราชการหน่วยงานในสังกัด เหลื่อมเวลาเข้าและเลิกงาน

ขณะที่วานนี้ ( 21 ม.ค.63)  ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง รองโฆษกกรุงเทพมหานคร แถลงมาตรการเร่งด่วนของกรุงเทพมหานคร  4 มาตรการ เพื่อแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน ประกอบด้วย

  • หน่วยงานของกทม. เหลื่อมเวลาทำงาน เริ่ม 10.00 – 18.00 น. ตั้งแต่ 22 ม.ค. เป็นต้นไป
  •  วันที่ 22 ม.ค. ประกาศหยุดเรียน โรงเรียนในสังกัดกทม. 437 แห่ง
  •  เพิ่มการแจกหน้าอนามัย N95 ที่สถานีรถไฟฟ้า-รถเมล์ตั้งแต่วันนี้
  •  ขอประชาชนป้องกันตัวเองด้วยการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ออกนอกอาคาร

ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง รองโฆษกกรุงเทพมหานคร

ร.ต.อ.พงศกร กล่าวว่า เหตุที่ต้องใช้มาตรการเหลื่อมเวลาการทำงานของข้าราชการกทม. ต้องเข้าใจว่าช่วงเวลาเร่งด่วนตั้งแต่ 06.00 – 09.00 น. และช่วงเวลา 15.30 – 18.00 น. เพื่อจะเอารถออกจากถนนในช่วงเวลาเร่งด่วน จราจรลื่นไหล ไม่ต้องแตะเบรคบ่อย เพราะการเร่งเครื่องทำให้เกิดฝุ่น อยากรณรงค์ให้หน่วยงานอื่นๆ เหลื่อมเวลาทำงานด้วย ยืนยันการให้บริการประชาชนจะไม่ได้รับผลกระทบ การเหลื่อมเวลา ไม่ได้ทำกับหน่วยงานบริการประชาชน

ส่วนการประกาศให้โรงเรียนหยุดในวันพรุ่งนี้ 1 วันก่อน เพราะจากการพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา คาดว่า พรุ่งนี้ยังมีฝุ่นอยู่ นอกจากจะลดรถบนถนนในช่วงวิกฤติ ที่สำคัญคือเด็กที่ต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง หลายโรงเรียนในสังกัดไม่มีเครื่องฟอกอากาศ ย้ำประชาชนเรื่องการสวมหน้ากากอนามัย N95 สามารถรับได้ที่สถานีอนามัย 68 ศูนย์

ทั้งนี้ จะติดตามสถานการณ์ในวันพรุ่งนี้ก่อนจะพิจารณาปิดโรงเรียนหรือมาตรการอื่นๆ ต่อไป

สำหรับเช้านี้ 22 ม.ค.2563  เวลา 07.00 น. กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานข้อมูลคุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีปริมาณฝุ่นละอองในภาพรวมมีแนวโน้มลดลงในหลายพื้นที่ โดยตรวจพบฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) เกินค่ามาตรฐาน 18 พื้นที่ อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น ริมถนนลาดพร้าว ซอยลาดพร้าว 95 เขตวังทองหลาง ตรวจวัดได้ 73 มคก./ลบ.ม., ริมถนนดินแดง เขตดินแดง ตรวจวัดได้ 65 มคก./ลบ.ม., แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ ตรวจวัดได้ 64 มคก./ลบ.ม., ริมถนนพหลโยธิน เขตบางเขน ตรวจวัดได้ 63 มคก./ลบ.ม.
ริมถนนนวมินทร์ แยกบางกะปิ เขตบางกะปิ ตรวจวัดได้ 61 มคก./ลบ.ม.

ทั้งนี้ คพ.ขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง ใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น และติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองอย่างใกล้ชิด โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งบรรเทาสถานการณ์ฝุ่นละอองให้กลับสู่ปกติ ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์ได้ทางเว็บไซต์ Air4Thai.com แอปพลิเคชั่น Air4Thai และ bangkokairquality.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...