โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กฎเหล็ก "กกต." ตัวแปรศึก "อบจ." ระวัง "ตกม้าตาย"

MATICHON ONLINE

อัพเดต 07 พ.ย. 2563 เวลา 07.23 น. • เผยแพร่ 07 พ.ย. 2563 เวลา 07.23 น.

กฎเหล็ก “กกต.” ตัวแปรศึก “อบจ.” ระวัง “ตกม้าตาย”

ศึกเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) และนายก อบจ.ทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ คณะกรรมการการเลือกตั้ง

(กกต.) กำหนดให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 20 ธันวาคม 2563 ระหว่างเวลา 08.00-17.00 น. ตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562

ถือเป็นการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งแรกในรอบ 6 ปี นับจากการรัฐประหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จนกระทั่งมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั่งเป็นนายกฯอีกสมัย โดย กกต.กำหนดให้มีการรับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิก อบจ.และนายก อบจ.ระหว่างวันที่ 2-6 พฤศจิกายน

ส่วนประเด็นที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิก อบจ./นายก อบจ. รวมทั้งกองเชียร์ ต้องพึงระวังไม่ให้กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งโดยเฉพาะการหาเสียงเลือกตั้ง

ทั้ง พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 ในมาตรา 34 ที่ระบุว่า “ในกรณีปรากฏข้อเท็จจริงว่า ข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐกระทำการใดๆ โดยมิชอบด้วยหน้าที่และอำนาจอันเป็นการกลั่นแกล้งผู้สมัครใด หรือดำเนินการใดๆ ที่เป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครใด ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือกรรมการการเลือกตั้ง หรือผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด หรือคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่คณะกรรมการการเลือกตั้งมอบหมาย มีอำนาจสั่งให้ยุติหรือระงับการกระทำนั้นได้”

“ให้กรรมการการเลือกตั้งที่พบเห็นการกระทำตามวรรคหนึ่ง มีอำนาจสั่งให้ระงับการกระทำนั้นได้แล้วรายงานให้คณะกรรมการ การเลือกตั้งทราบ”

รวมทั้งระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2563 ที่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และผู้สนับสนุนต้องศึกษาข้อกฎหมายและข้อห้ามให้ดี เพื่อป้องกันข้อร้องเรียนในภายหลัง ยิ่งในยุคดิจิทัลที่มีช่องทางการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดีย หลากหลายช่องทาง การกระทำใดๆ จึงต้องศึกษาข้อกฎหมายให้ดี

โดยวิธีการหาเสียงเลือกตั้งด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการเลือกตั้งท้องถิ่นฯ ข้อที่ 8-10 ระบุไว้ว่า ผู้สมัคร พรรคการเมืองหรือผู้ใด สามารถใช้วิธีการหาเสียงเลือกตั้งทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ด้วยตนเองหรือนิติบุคคลดำเนินการแทนได้ ด้วยวิธีการ 1.เว็บไซต์ 2.โซเชียลมีเดีย 3.ยูทูบ 4.แอพพลิเคชั่น 5.อีเมล์ 6.เอสเอ็มเอส 7.สื่ออิเล็กทรอนิกส์ทุกประเภท ซึ่งผู้สมัคร พรรคการเมือง ต้องแจ้งวิธีการ รายละเอียด ช่องทาง ระยะเวลาในการหาเสียง รวมทั้งหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้ผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัดทราบก่อนหาเสียง

สำหรับข้อกฎหมายที่พรรคการเมืองและผู้สมัครรับเลือกตั้งมีข้อสงสัยและอยากให้ กกต.ชี้แจงให้เกิดความกระจ่าง ซึ่งจะมีผลต่อการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งและการหาเสียงเลือกตั้ง อบจ.นั้น

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ได้มีหนังสือตอบกลับข้อหารือเกี่ยวกับการปฏิบัติของพรรคการเมืองในการเลือกตั้งท้องถิ่นไปยังพรรคเพื่อไทย (พท.) และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่ทั้ง 2 พรรคได้สอบถามมาก่อนหน้านั้น โดยหนังสือตอบดังกล่าว สำนักงาน กกต.ยืนยันว่า พรรคการเมืองสามารถส่งสมาชิกพรรคลงสมัครรับเลือกตั้งได้ และสามารถสนับสนุนให้สมาชิกพรรคการเมือง หรือบุคคลใดลงสมัครรับเลือกตั้งได้ด้วย หรือกรณีสมาชิกพรรคการเมืองลงสมัครรับเลือกตั้งโดยที่พรรคไม่ได้มีมติส่งสมัครในนามพรรค แต่พรรคอนุญาตให้ผู้สมัครดังกล่าวใช้ชื่อของพรรค ภาพเครื่องหมายพรรคในการหาเสียงก็สามารถทำได้

แต่ในส่วนของกรรมการบริหารพรรค ส.ส. หรือสมาชิกพรรค ซึ่งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา 34 ของ พ.ร.บ.เลือกตั้งท้องถิ่น หรือผู้เชี่ยวชาญประจำตัว ส.ส. ผู้ช่วยดำเนินงานของ ส.ส. จะไปช่วยโดยมีภาพถ่ายในแผ่นป้าย เอกสารอื่นใดที่ใช้ในการหาเสียงร่วมกับผู้สมัครท้องถิ่น แจกใบปลิว ขึ้นเวทีปราศรัยกับผู้สมัคร หรือสนับสนุนเงิน ทรัพย์สิน ประโยชน์อื่นใดเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการหาเสียงให้ผู้สมัครท้องถิ่นนั้นไม่สามารถทำได้ เนื่องจากถือเป็นบุคคลที่ตามมาตรา 34 ของ พ.ร.บ.เลือกตั้งท้องถิ่นห้ามดำเนินการใดๆ ที่เป็นคุณเป็นโทษแก่ผู้สมัครใด

ขณะที่ ฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กกต. ย้ำถึงข้อกฎหมายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง อบจ.ด้วยว่า เมื่อเสร็จสิ้นการรับสมัครเลือกตั้งแล้ว ผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัดทุกจังหวัด รวบรวมรายชื่อ ตรวจสอบคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครทุกคน จะประกาศผู้ที่มีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งภายใน 7 วัน หากผู้สมัครรายใดไม่มีชื่อ หรือไม่ผ่านคุณสมบัติ สามารถที่จะยื่นคำร้องต่อ กกต.ภายใน 3 วัน หลังจากที่ได้รับแจ้ง หากปรากฏว่าตนเองไม่มีชื่อ แล้ว กกต.ก็จะพิจารณาคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครทุกคนที่ตัดสิทธิ หากมีข้อโต้แย้งสามารถดำเนินการตามกฎหมายได้

อยากฝากผู้สมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้ว่าสามารถที่จะให้มีผู้ช่วยหาเสียงได้ตามกฎหมาย แต่นักการเมือง ส.ส. ส.ว. ผู้บริหารท้องถิ่น เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ไม่สามารถช่วยผู้สมัครหาเสียงได้ ไม่ว่ากรณีใดๆ รวมทั้งปัญหาที่เกิดขึ้น คือการหาเสียงทางออนไลน์ ผู้สมัครจะต้องมาขออนุญาตและลงทะเบียนต่อสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดว่าประสงค์ที่จะหาเสียงทางออนไลน์

“สิ่งที่ กกต.กังวลคือ การกดไลค์ กดแชร์ ของบุคคลที่ไม่สามารถช่วยผู้สมัครหาเสียงได้ตามมาตรา 34 ของ พ.ร.บ.การเลือกตั้งท้องถิ่น ถ้าหากท่านกดไลค์ กดแชร์ ท่านต้องมีความผิดทันที และผู้สมัครก็จะมีความผิดด้วย” ฐิติเชฏฐ์ย้ำเตือน

นี่เป็นบางส่วนของกฎหมายควบคุมศึกเลือกตั้ง อบจ.ทั่วประเทศ ที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งและกองเชียร์หวังช่วงชิงทุกคะแนนเสียงบนแพลตฟอร์ม ทั้งออฟไลน์ ออนไลน์ ต้องศึกษาข้อกฎหมายให้ดี เพื่อไม่ให้ต้องตกม้าตายในภายหลังว่าทำผิดกฎหมายการเลือกตั้งท้องถิ่น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...