"อรรถพร สิงหวิชัย" ผู้ว่าฯนครสวรรค์ ดันศักยภาพเมืองทางผ่านสร้างเศรษฐกิจ
สัมภาษณ์
“เมืองสี่แคว แห่มังกร พักผ่อนบึงบอระเพ็ด ปลารสเด็ดปากน้ำโพ” สมญานาม จ.นครสวรรค์ หรือเมืองปากน้ำโพ ที่มักถูกเรียกว่าภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน เป็นพื้นที่ซึ่งมีความน่าสนใจไม่น้อย “ประชาชาติธุรกิจ” ได้มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ “อรรถพร สิงหวิชัย” ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ คนล่าสุด ถึงจุดเด่นและศักยภาพเมืองที่จะถูกดึงออกมาสร้างเศรษฐกิจยกระดับคุณภาพชีวิตชาวนครสวรรค์ในอนาคต
“อรรถพร สิงหวิชัย” เล่าว่า นครสวรรค์คือ ประตูสู่ภาคเหนือ หากต้องการเดินทางสู่ภาคเหนือ โดยเส้นทางหลักสายเอเชียรถทุกคันต้องวิ่งผ่านจังหวัดนครสวรรค์ หากเดินทางมาจากกรุงเทพฯจะผ่านปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท อุทัยธานี เมื่อถึงนครสวรรค์จะตรงไปยังกำแพงเพชร ตาก เชียงใหม่ และมีทางแยกออกไปอีกหลายเส้นทาง เช่น ทางอินทร์บุรี-สากเหล็ก เพื่อไปยังจังหวัดพิจิตร พิษณุโลก ต่อไปถึงอุตรดิตถ์ แพร่ พื้นที่จังหวัดนครสวรรค์จึงกลายเป็นศูนย์กลางการคมนาคมของภาคเหนือ มีจุดพักรถที่ทุกคนต้องแวะทานข้าว รวมไปถึงจุดซื้อของฝากมากมาย
ลักษณะของภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่มตอนกลาง ฝั่งซ้ายของจังหวัดเป็นอุทยานแห่งชาติแม่วง ลักษณะเป็นป่าทึบ ถัดมาเป็นที่ราบจนถึงอำเภอเมือง ส่วนทางตอนเหนือเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำปิง ทางตอนใต้เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา และทางฝั่งตะวันออกค่อนข้างที่จะเป็นพื้นที่สูง
เศรษฐกิจของจังหวัดโดยภาพรวมค่อนข้างดี ในภาคเหนือเป็นรองเพียงจังหวัดเชียงใหม่กับกำแพงเพชรเท่านั้น รายได้เฉลี่ยของประชากรประมาณ 1 แสนบาท/คน/ปี ตัวขับเคลื่อนที่สำคัญอยู่ในภาคการบริการ เป็นจุดแข็งที่ได้เปรียบมาก โดยมีโรงแรมที่พักอยู่เป็นจำนวนมาก แม้ไม่ใช่โรงแรมขนาดใหญ่ แต่มีคุณภาพและมาตรฐานสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังมีร้านอาหารมากมาย ร้านนั่งฟังดนตรี โรงพยาบาล โรงเรียน มหาวิทยาลัย สถานศึกษาครบครัน รวมไปถึงห้างสรรพสินค้า สถานที่ท่องเที่ยว วัดวาอาราม พื้นที่ทางธรรมชาติ
“ภาคการท่องเที่ยวและบริการในช่วงหลังสร้างรายได้ให้กับทั้งจังหวัดกว่า 30-40% เรามีสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ มากมายที่มีชื่อสียง ล่าสุด มีแลนด์มาร์กแห่งใหม่ที่เพิ่งสร้าง เรียกว่า “พาสาน” เป็นจุดบรรจบของแม่น้ำปิงและแม่น้ำน่านที่ไหลมาจากทางอนเหนือของนครสวรรค์เข้าสู่เขตตัวเมือง กลายมาเป็นต้นกำเนิดแม่น้ำเจ้าพระยา นอกจากนี้ จังหวัดนครสวรรค์มีวัดที่มีชื่อเสียงอีกมาก เช่น วัดหนองโพ อ.ตาคลี หรือที่หลายคนเรียกว่า วัดหลวงพ่อเดิม, วัดวรนาถบรรพต อ.เมือง, วัดคีรีวงศ์ ตั้งอยู่บนเขาดาวดึงส์ อ.เมือง รวมถึงมีอาหารอย่างปลาเนื้ออ่อนขึ้นชื่อ ตกเย็นร้านอาหารค่อนข้างมีคนเยอะ ทำให้เกิดเงินหมุนเวียนในการท่องเที่ยวมากพอสมควร เรียกได้ว่านครสวรรค์คือ จังหวัดที่เป็นศูนย์กลางมีศักยภาพ เพราะเป็นเมืองทางผ่าน”
สำหรับภาคการเกษตรมีความอุดมสมบูรณ์ เพราะมีบึงบอระเพ็ด แหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีเนื้อที่กว่า 1.3 แสนไร่ รวมน้ำไหลจากจังหวัดเพชรบูรณ์ลงมา มีแม่น้ำปิง-แม่น้ำน่าน อ่างเก็บน้ำคลองโพธิ์ และอ่างเก็บน้ำอื่น ๆ อีก 4-5 แห่ง โดยประชากรชาวนครสวรรค์ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ใกล้บริเวณแหล่งน้ำ ส่วนใหญ่ปลูกพืชทำนาเป็นหลักมากถึง 2-3 ครั้ง/ปี แตกต่างจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่นิยมปลูกข้าวเพียง 1 ครั้ง/ปี ด้วยเหตุนี้จังหวัดนครสวรรค์จึงมีโรงสีข้าวอยู่มากถึง 40 กว่าแห่ง จากเนื้อที่จังหวัดประมาณ 6 ล้านไร่ แบ่งเป็นทำเกษตร 3-4 ล้านไร่ ปลูกข้าวกว่า 3 ล้านไร่ อ้อยประมาณ 8 แสนไร่ ที่เหลือเป็นมันสำปะหลัง ข้าวโพด ข้าวฟ่าง ที่เหลือเป็นการปลูกพืชสวน
ส่วนภาคการค้าเรียกว่า เป็นจังหวัดที่มีชุมชนชาวจีนใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ มีการค้าขายเป็นอันดับ 2 รองจากชุมชนชาวจีนเยาวราช และภูเก็ต ฉะนั้น ช่วงงานตรุษจีนจึงมีความยิ่งใหญ่มาก และด้านภาคอุตสาหกรรม มีโรงงานน้ำตาล ซึ่งมีกำลังการผลิตสูงที่สุดในประเทศไทย โดยประมาณวันละ 50,000 ตัน ในโรงงานน้ำตาล 2 แห่งที่เป็นของท้องถิ่น โรงโม่ทำเหมืองก็มีมาก ซึ่งทางจังหวัดมีแผนจะขยายอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปเพิ่มขึ้นอีก
“จากศักยภาพของจังหวัดนครสวรรค์ ตอนนี้กำลังมีโครงการสร้างศูนย์ประชุมใหญ่ มูลค่าหลายร้อยล้านบาท เพื่อรวมทุกเรื่องให้เป็นเมืองอัจฉริยะ ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวและเมืองผลิตภัณฑ์สินค้าแปรรูปเกษตร เป็นเมืองที่มีเส้นทางคมนาคมผ่านพาด เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงต้องแวะนครสวรรค์ โครงการรถไฟทางคู่ เส้นทางพาดจากจังหวัดตากลงมาถึงกำแพงเพชร นครสวรรค์ ลพบุรี เพชรบูรณ์ ขึ้นไปทางเหนือจังหวัดขอนแก่น ชัยภูมิ และในเรื่องอุตสาหกรรมเรามีเป้าหมายจะทำโครงการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพครบวงจร หรือไบโอชีวภาพ ซึ่งเริ่มโครงการตั้งแต่ปลายปี 2561 ตอนนี้ผลการศึกษาออกแล้วกำลังจะของบประมาณไปที่กระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อดำเนินการประมาณหลักพันล้านบาท อยู่ในพื้นที่ อ.ตาคลี ผลผลิตที่จะนำมาแปรรูปจะเป็นอ้อยเป็นหลัก”
อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าฯอรรถพรได้เผยถึงยุทธศาสตร์ในปี 2563 ว่า จะเน้นหนักในเรื่องการท่องเที่ยว การลงทุนในส่วนของภาคเอกชนก็มีบ้าง พี่น้องประชาชนยังมีเงินหมุนเวียนในระบบพอสมควร แต่เศรษฐกิจทั้งหลายยังไม่เป็นไปตามที่ตั้งใจไว้ ด้วยเหตุผลหลายปัจจัย ทั้งปัญหาเรื่องภัยแล้งทำให้ผลผลิตทางการเกษตรหดตัว แต่ยังพัฒนาในเรื่องของการเกษตรอินทรีย์ต่อเนื่อง การพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย อุตสาหกรรมไบโอเคมี ผลิตผลทางการเกษตรแปรรูป เศรษฐกิจสีเขียว การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานก็มากพอสมควร หนุนสร้างผู้ประกอบการรายใหม่ พยายามสนับสนุนการจัดตั้งโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูป เพื่อพัฒนาสินค้าปลอดภัยสู่ตลาดสากล