โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไสยฯหรือ ธรรมะ - ศุ บุญเลี้ยง

TOP PICK TODAY

เผยแพร่ 23 ก.ย 2563 เวลา 04.53 น. • ศุ บุญเลี้ยง
ขอบคุณภาพจาก <a href=kapook" data-width="1140" data-height="735">
ขอบคุณภาพจาก kapook

“ไม่จำเป็นต้องมีแผนสำรอง เพราะว่าเรามีคนปักตะไคร้ไว้ใจได้”

ทางผู้จัดคอนเสิร์ต แจ้งล่วงหน้าด้วยความมั่นใจในตอนคุยกันว่ายังไงก็จัดงานได้แน่นอน

แม้จะเป็นพื้นที่บนเกาะช่วงฤดูฝนในเขตภาคใต้ริมทะเลอันดามัน  แถมมีความเสี่ยงต่อความชื้นสัมพัทธ์ มีเมฆมากและฝนกระจายเป็นหย่อมๆ

จัดมหรสพอารมณ์ดีทั้งที จะจัดในหอประชุมก็คงไม่ได้บรรยากาศเหมือนจัดริมเลและจัดกลางแจ้ง

วงเฉลียงบินไปเตรียมตัวกันก่อนล่วงหน้า คือออกเดินทางตั้งแต่เช้าวันศุกร์ที่ 11 กันยา วันมหาวิปโยคของโลก  ซึ่งเป็นวันที่เคยมีการขับเครื่องบินชนตึก แต่พวกเราหาได้มีความกังวลใดๆ กับการเดินทาง เพราะหลายคนคงจะลืมไปแล้วด้วยซำ้ ส่วนคนที่ไม่ลืมก็ไม่ได้ยกมาพูด กลัวจะไม่เป็นมงคล

อันที่จริงการไปก่อนหนึ่งวัน ก็ใช่ว่าจะได้เตรียมอะไรนักหรอก เพราะทางสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภูเก็ตเขาพาไปกินไปเที่ยวเลี้ยงดูอย่างดี แต่มาส่อเค้าไม่ค่อยดีคือ หลังจากกินอาหารมื้อค่ำริมทะเล ฝนเริ่มปรอย  จนต้องย้ายเข้ามานั่งคุยกันในห้องกระจกติดแอร์

เรากลับไปนอนผ่อนพักที่กะตะธานีอย่างสบายอารมณ์ ด้วยอาการอิดโรยจากการลงเรือหมายไปชมพระอาทิตย์ตก ณ แหลมพรหมเทพ แต่สิ่งที่เห็นมิใช่พระอาทิตย์ตก แต่กลายเป็นไอโฟนของสมาชิกคนหนึ่งตกหล่นลงทะเล 

ตอนซื้อมาเป็นไอโฟนธรรมดา แต่ใช้ไปใช้มา กลายเป็นไอโฟนพลัด คือพลัดหล่นลงเล ทั้งๆ ก่อนหน้านั้นก็มีคนเตือนแล้วว่าระวังของหล่น แต่ในจังหวะหยิบยาแก้เมาคลื่นมากินนั่นแหละที่ไหลหล่นลงไป

ความเป็นเหล่าศิลปินอารมณ์ดี เรื่องนี้จึงกลายเป็นประเด็นให้นำมาเล่า มาอำและหัวเราะขำกันไปได้ตลอดสองวัน 

“นี่ยังดีนะ” ผู้เสียหายกล่าว “แค่ไอโฟนตก ถ้าคนหล่นลงไป คงไม่รอด” เพราะส่วนมากพอเรือออกไปสักพักก็ถอดเสื้อชูชีพวางไว้กับพื้นมากกว่าจะสวมติดตัว

รุ่งขึ้นเป็นวันเสาร์ที่ 12 ตอนเช้ามีกิจกรรมชักชวนกันไปวิ่งตรงบริเวณสะพานหินสถานที่ซึ่งจะใช้แสดงดนตรีค่ำคืนนี้ 

ตื่นตีห้าครั้นพอถึงเวลานักวิ่งนัดหมาย รวมตัวกันได้ ฝนก็โปรยปรายลงมา แต่การวิ่งมันพอจะวิ่งตากฝนกันได้ เปียกนิดหน่อยถือว่าเย็นดี ฝนมาบ้างหยุดบ้างกะปริบกะปรอย ยามพระอาทิตย์เริ่มโผล่ขึ้นมาส่องแสงจึงก่อเกิดประกายสายรุ้ง

อากาศแบบนี้ ‘เดี๋ยวเมฆก็มาเดี๋ยวฟ้าก็เปิด’ สลับกันไปมาสำหรับคนปักษ์ใต้ถือเป็นเรื่องปกติ

ตอนเที่ยงเรากินข้าวแกล้มเสียงฝนพรำๆ ครั้นพอตอนบ่ายๆ คราวนี้ฝนเทกระหน่ำ ที่นัดกันว่าจะไปเช็คเครื่องเสียงลองเวที จำต้องเลื่อนเวลา กลับไปพักเตรียมตัวทบทวนสคริปต์  อาบน้ำแต่งตัวที่โรงแรมดีกว่า เดี๋ยวเย็นๆ ค่อยออกมา เช็คเสียงก่อนขึ้นเวทีแล้วแสดงเลย

ผมทำนายว่า “เย็นๆ ฝนน่าจะหยุดนะ ถ้าตกแรงอย่างนี้ยิ่งมีหวัง”

หมายความว่าไง “ยิ่งตกแรงยิ่งมีหวัง”

คือผมสังเกตว่า ถ้าฝนตกกะปริบกะปรอยกระจ๊อกกระแจ๊กจะตกนาน เหมือนกับว่าน้ำบนฟ้ามีปริมาณมากปล่อยลงมาทีละน้อยก็ปล่อยได้นาน

ส่วนถ้าตกแรงก็คือเทโครมๆ แล้วในที่สุดน้ำที่สะสมไว้บนฟ้าก็หมดไม่มีอะไรเหลือ มันเป็นกฏธรรมชาติของการถ่ายเทธรรมดา ยิ่งตกแรงยิ่งหมดไว

ยกเว้นว่า จะมีการเคลื่อนตัวของพายุฤดูร้อน หรือดีเปรสชั่น แม้จะถูกหางของมัน ถ้าเป็นแบบนั้น จะตกนานข้ามวันข้ามคืนได้ แต่นี่พยากรณ์ไม่ได้บอกว่ามีพายุ

คราวนี้เพื่อนสมาชิกก็เปิดสมาร์ทโฟน ใช้แอปพลิเคชั่นเพื่อดูพยากรณ์อากาศ “เฮ้ย…มันบอกว่า ฝนจะหยุดตั้งแต่ หกโมงไปจนถึงห้าทุ่ม” 

เราเล่นเสร็จทันพอดี “โอ้ว..แม่เจ้า..อะไรจะพอดีปานนั้น”  ปัญหาคือจะเช็คเสียงกันตอนไหน “หยุดตกหกโมงแล้วค่อยเริ่มแสดงทุ่มก็ยังไหว ไม่เลทสักเท่าไหร่”

“แล้วถ้าฝนไม่หยุดละ” ใครคนหนึ่งตั้งสมมุติฐาน “ถ้าวันนี้ไม่ได้เล่น แล้วพรุ่งนี้เราเล่นชดเชยให้เขาได้หรือเปล่า”

“ไอ้เล่นนะเล่นได้ แต่คนที่เขาซื้อตั๋วเครื่องบินต้องกลับไว้แล้วจะทำยังไง”

“ก็คงต้องคืนเงินให้เขาไป ทำไงได้”

“ถ้าเล่นวันพรุ่งนี้ไม่ได้ ก็ค่อยกลับมาแสดงชดใช้ปลายปี”

 

ในขณะทางวงกำลังวางแผนสองแผนสามสำรองกันนั้น ทางผู้จัดก็วางแผนเช่นกัน

อย่างแรกคือ รีบแจ้งกำหนดการผ่านช่องทางสื่อสารว่า การแสดงเย็นนี้ ต้องเลื่อนเวลาออกไปสักชั่วโมง และแจกเสื้อฝนฟรีทุกที่นั่ง

แผนต่อมาคือถ้าหกโมงยังไม่หยุดตก ก็ย้ายไปหาห้องประชุมซึ่งพอจะขอใช้ได้ อาจจะเสียเวลายกย้ายถ่ายเทอุปกรณ์สักสองชั่วโมง การแสดงอาจเริ่มสองทุ่มก็ยังพอไหว

แต่สิ่งอันต้องทำเร่งด่วนเลยตอนห้าโมงกว่าๆ คือตรงไปยังศาลเจ้า ข้างๆ เวที

กรรมการสมาคมฯ สี่ห้าท่าน ปฏิบัติภารกิจด้วยการเดินตากฝนไปขอเทวดาเมตตา 

โดยกรรมวิธีกำธูปไม่ต้องนับดอก…กำให้เต็มกำ จุดธูปแล้ว เดินไปกลางแจ้ง อธิษฐานถึงเทพเทวดาทุกชั้นยกธูปทั้งกำไหว้บนฟ้า…ขอเทพเทวดาเปิดฟ้า หอบลมและฝนไปในทะเล

ของดฝนไว้ให้จบงานที่ตั้งใจ และจะถวายสักการะด้วยความตั้งใจดี

เสร็จแล้ว ปักธูปกำใหญ่นั้นลงในดินกำชับสำทับลงไปให้แผ่นดินรับรู้ในความตั้งใจ ก่อนถอนมือ..ยกไหว้ไปบนฟ้า

ฝนซึ่งโปรยปรายเริ่มสร่างซาลง 

 

ทางสมาชิกวงดนตรีก็เริ่มเช็คอุปกรณ์เครื่องเสียงเครื่องดนตรี เอาแค่พอฟังเข้าที่ ยังไม่ทันสมบูรณ์ดีก็ใกล้เวลาทุ่ม

มหรสพได้เริ่มแสดงตอนทุ่มเล็กน้อย ร้องเล่นพูดคุย ผ่านไปสี่ห้าเพลง ฝนก็เริ่มปรอยลงมาอีกคราแต่ไม่มากมายนัก พอให้ผู้ฟังได้เอาเสื้อฝนมาสวมใส่ คนดูจึงมีสภาพหลากสีสัน ได้บรรยากาศไปอีกแบบ

ฝนมีประปรายพอหวาดเสียว แต่เครื่องเสียงกลับรวนจนเล่นต่อไม่ได้ ต้องหยุดพักการแสดงจัดระบบเช็คอุปกรณ์กันใหม่

สรุปว่าเราได้แสดงมหรสพจนจบครบที่เตรียมมาก่อนห้าทุ่ม และผ่านพ้นงานเฉลียงริมเลไปด้วยความทุลักทุเล

สิ่งซึ่งเกิดขึ้นวันนั้น อาจเป็นเพราะ ‘ธรรมชาติเป็นไปพอดี’ หรือ เพราะ ‘เทพเทวาปรานี’ หรือว่า ‘ไสยศาสตร์เข้าที’ ก็สุดแท้แต่ว่าใครจะตีความ

ติดตามบทความใหม่ ๆ จากศุ บุญเลี้ยง ได้ทุกวันพุธ บน LINE TODAY และหากสามารถอ่านบทความอื่นได้ที่เพจศุ บุญเลี้ยง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...