ตั้งแต่มาเรียนจิตวิทยา จนได้ทำงานเป็นนักจิตบำบัด
เราเจอคนที่เครียดกับความกดดันทั้งหลายในชีวิต
วิตกกังวลกับอนาคตที่มืดหม่น
หดหู่กับอดีตที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้
ในขณะเดียวกัน คนๆ เดียวกันนั้นที่แบกรับอารมณ์หนักๆ ฝังมันอยู่ในตัวเอง
ก็คือคนที่พร้อมอ้าแขน เปิดรับปัญหาจากคนรอบตัว
และพร้อมเสมอที่จะเป็น ‘ที่พึ่งพิง’ ให้เขาเหล่านั้นไม่รู้สึกโดดเดี่ยว
คำถามคือ
‘คนที่พร้อมช่วยเหลือผู้อื่นตลอดเวลาแบบนี้ แล้วใครล่ะ ที่อยู่เพื่อเขา?’
เคียอาน่า ลาเด (Kiana Lede) นักร้องสาวชาวผิวสีในอเมริกา
ดูโพสต์นี้บน Instagram
โพสต์ที่แชร์โดย Kiana Ledé (@kianalede) เมื่อ เม.ย. 7, 2020 เวลา 3:19pm PDT
ที่บอกว่าผิวสี คือจริงๆ แล้วครอบครัวเธอมีทั้งเชื้อสาย ชาวผิวดำ, ชาวเม็กซิกัน, และชาวพื้นเมืองอเมริกา (หรือหลายคนมักติดเรียก ‘อินเดียนแดง’ แต่จริงๆ นี่เป็นคำที่ไม่ถูกต้องนัก เพราะชาวพื้นเมืองหลายคนรู้สึกขัดกับคำนี้ ‘พวกเราไม่ได้มาจากอินเดียซะหน่อย’ เขากล่าว)
และเธอยังมีพ่อเลี้ยง (ชายที่มาแต่งงานใหม่กับแม่ของเธอ ซึ่งเธอรักเขามากเหมือนพ่อแท้ๆ) เป็นชาวอเมริกันผิวขาวด้วย
เมื่อไม่นานมานี้ เคียอาน่าได้เปิดเผยเรื่องส่วนตัวให้ฟังว่า
เธอเครียดและเศร้าถึงขั้นโทรไปหา Suicide Hotline หรือสายตรงสำหรับใครที่มีความคิดอยากฆ่าตัวตาย (ก่อนหน้านี้ เธอได้รับการวินิจฉัยว่ามีโรคไบโพลาร์ด้วย)
‘ฉันพยายามจะอยู่เพื่อทุกคน อยากทำให้ดีที่สุด ให้ทุกคนภูมิใจ
แต่เมื่อฉันมีปัญหา ฉันก็ไม่อยากขอความช่วยเหลือจากใคร
เพราะฉันไม่อยากให้ใครรู้ว่าฉันเศร้า ไม่อยากเป็นภาระหรือรบกวนใคร’
เธอนึกถึงแฟนเก่าขึ้นมาทันที
เพราะเมื่อก่อน ไม่สบายใจอะไร ก็มีแฟนเก่าคนเดียวที่คอยรับฟังอย่างเข้าใจ
แต่เธอไม่อยากโทรไปหาเขาแล้ว เพราะเลิกกันแล้ว
เขาไม่ควรต้องมาช่วยรับผิดชอบชีวิตเธอแล้ว…
เธอจึงเลือกโทรไปหาสายตรงสำหรับคนจะฆ่าตัวตายนั้น
เพราะบางทีการได้คุยกับคนแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน
‘คงจะดีกว่าการทำให้คนที่รักของเราผิดหวัง ว่าเราจมดิ่งได้ขนาดนี้’
หลังจากที่เธอได้ระบายทุกอย่างที่อัดอั้นใจ และวางโทรศัพท์ลง
ความรู้สึกท่วมท้นทั้งหลายที่เคยกดมันไว้
ก็ได้พรั่งพรูออกมา จนร่างกายของเธอรับไม่ไหว
เธอเริ่มตัวชาและขยับไม่ได้
Panic Attack หรือความวิตกกังวลได้ถาโถมเข้าใส่
จนเธอต้องโทรหาผู้จัดการส่วนตัวของเธอ และผู้จัดการก็โทรหาแฟนเก่าของเธอทันที
ทั้งคู่รีบมาหาเธอ เพราะถ้าขยับไม่ได้อยู่อย่างนี้ คงต้องเรียกรถพยาบาล
แล้วแฟนของเธอก็พูดมาคำหนึ่ง ที่เธอยังจำมาจนถึงวันนี้
‘ฉันรู้ว่าเธอคือซูเปอร์ฮีโร่ แต่ซูเปอร์ฮีโร่ก็แค่คนๆ หนึ่งนั่นแหละ’
ทุกคนต้องการกำลังใจจากใครสักคนกันทั้งนั้น
ไม่มีใครอยู่ได้ด้วยตัวคนเดียว
และยิ่งภารกิจการช่วยเหลือของเรามันยิ่งใหญ่
เราต้องยิ่งซื่อตรงต่อความรู้สึกในใจ
เมื่อไม่ไหว ก็ระบายมันออกมามากเท่านั้น
อาชีพนักจิตบำบัดอย่างเราเอง ก็มีวันที่อ่อนล้าจนแทบไม่ไหว
และนักจิตบำบัดแทบทุกคน ก็มีนักจิตบำบัดของตัวเองอีกทีเหมือนกัน
เราทุกคน ควรเรียนรู้ที่จะดูแลสภาพจิตใจของตัวเองอย่างถูกวิธี
ในแบบเฉพาะของแต่ละคน
เพราะถ้าเราไม่รู้ว่า ‘ความรักตัวเอง’ มันหน้าตาเป็นยังไง
แล้วเราจะส่งต่อความรักที่ใช่ออกไปให้คนอื่นต่อ ได้อย่างไร
อ่านบทความใหม่จากเพจ Beautiful Madness by Mafuang ได้ทุกวันพุธบน LINE TODAY
ความเห็น 8
wandee K.M.P
ลองศึกษาแก่นของพระธรรม ที่ไม่ได้ถูกบิดเบือนและเคลือบแฝงไว้ด้วยพาณิชย์ ก็จะรู้ว่าการมีชีวิตมันล้วนเป็นทุกข์แต่เราไม่จำเป็นต้องทุกข์ไปกับ ััน
26 ก.ย 2563 เวลา 05.55 น.
ผมเหมือนกับผู้ญคนนี้ทุกอย่างแค่ผมไม่ได้ดังอะไร แต่ความรู้สึกเจ็บปวด นั้นผมเป็นมาถึง6เดือนเต็ม ที่คอยเฟ้าหาแต่คนที่ผมรัก ผมซึมเศร้า ไบโพล่า เกือบตายเพราะความคิดตัวเอง หลายครั้ง ผมพึ่งใครแทบไม่ได้อยากหากำลังใจแต่นั้นในช่วงๆนั้น จนแฟนเก่าที่เลิกไปปล้วแต่เป็นเพื่อนกัน เขารู้ว่าผมจะเป็นยังไง เขามาคอยเฟ้าผม รับฟังผม ถ้าผมไม่ได้เขาเวลานั้นที่มาเป็นกำลังใจให้ ผมคงไม่หลุดพ้นออกจากความคิด และสองเดือนหลังจากนั้น ผมได้ย้อนดูตัวเอง เราตังหากที่ต้องชนะใจตัวเองแค่นั้นจริงๆ มันยากมาก แต่ต้องทำ ขอบคุณบทเรียนนี้ค
24 ก.ย 2563 เวลา 00.40 น.
บางครั้งก็ไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าการที่จะมีใครสักคนรับฟังในสิ่งที่เราพูดทั้งเรื่องที่ถูกและผิดของเราแค่นี้ก็เหมือนเป็นการให้โอกาสแล้ว
23 ก.ย 2563 เวลา 12.54 น.
ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไรก็ตามที่เกิดขึ้นมากับในชีวิต ในการที่ได้รับกำลังใจจากใครสักคนหนึ่งก็เป็นสิ่งที่สำคัญเหมือนกัน.
23 ก.ย 2563 เวลา 12.01 น.
CHANIN PUJANG
เธอมีปัญญาสติสัมปชัญญะที่ดีมากครับ
23 ก.ย 2563 เวลา 11.03 น.
ดูทั้งหมด