โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผู้ว่าฯสั่งสอบปลัดอำเภอถูกทหารจับเรียกรับเงิน ด้านปลัดแจงเป็นส่วนหนึ่งของแผนล่อจับกุม

MATICHON ONLINE

เผยแพร่ 29 พ.ค. 2560 เวลา 13.09 น.

ผู้ว่าฯบึงกาฬ เผยตั้งกรรมการสอบปลัดเรียกรับสินบน 1.9 หมื่นบาท

เมื่อเวลา 9.00 น.วันที่ 29 พ.ค.ที่ศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ นายพิสุทธิ์ บุษยพรรณพงษ์ ผวจ.บึงกาฬ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ได้สั่งการให้ป้องกันจังหวัดบึงกาฬตั้งคณะกรรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินการทางด้านวินัย กรณีฝ่ายทหารเข้าจับกุมนายทวิช กงเพชร อายุ 43 ปีชาวหมู่ที่ 10 ต.ค่ายบกหวาน อ.เมือง จ.หนองคาย ตำแหน่งปลัดอำเภอ (เจ้าพนักงานปกครองปฏิบัติการ) อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ ในข้อหา เป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจ เพื่อให้บุคคลใดมอบให้ หรือหามาให้ ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น (ม.148 ) เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต (ม.157) ซึ่งมีของกลางเป็นธนบัตรใบละ 1,000 บาท จำนวน 19 ใบจำนวนเงิน 19,000 บาท แผ่นบันทึกเสียงและภาพ 3แผ่น อาวุธปืนสั้นแบบออโตเมติกขนาด .45 มม.พร้อมแม๊กกาซีน ซองกระสุนปืนขนาด 5.56 มม.พร้อมกระสุน 1 นัด ซึ่งผลการสอบสวนของคณะกรรมการน่าจะสรูปแล้วเสร็จได้ภายในอาทิตย์หน้านี้ เนื่องจากเป็นความผิดเกี่ยวกับการทุจริตเรียบรับสินบนคงต้องให้พักราชการไว้ก่อน ส่วนคดีอาญาทางตำรวจก็ดำเนินการไปตามพยานหลักฐานที่มี

นายพิสุทธิ์ กล่าวต่อไปว่า ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานได้บูรณาการการทำงานร่วมกัน โดยเฉพาะเรื่องความมั่นคงเรื่องยาเสพติด หากไปทำหน่วยเดียวหรือคนเดียวอาจมีผลประโยชน์หรือเป็นผู้เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดเสียเอง ต้องมีการรายงานให้ตนได้ทราบทุกเดือน แต่มีบางแห่งยังไม่ทำ ส่วนปลัดที่ตกเป็นผู้ต้องหาได้ออกคำสั่งให้มาช่วยราชการในจังหวัดบึงกาฬแล้ว ห้ามเข้าไปในพื้นที่ยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน ซึ่งฝ่ายทหารได้รายงานพฤติการณ์ของปลัดนายนี้ให้ทราบก่อนจะเกิดเรื่องแล้ว จึงได้สั่งการให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาดตามอำนาจหน้าที่

เมื่อเวลา 15.00 น. นายทวิช กงเพชร อายุ 43 ปี ปลัดอำเภอบึงโขงหลงฝ่ายป้องกันประจำ อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาเป็นเจ้าพนักงานเรียบรับสินบนหรือเป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่นั้น ได้เข้าร้องขอความเป็นธรรมกับสื่อมวลชนว่า ตามที่ตนได้ตกเป็นผู้ต้องหาตามข่าวที่มีการเสนอผ่านสื่อต่างๆ ไปแล้วนั้น ทำให้ตนเสียหายและตนไม่มีโอกาสได้ชี้แจง จึงขอโอกาสขอพื้นที่ให้ได้ชี้แจงบ้าง เนื่องจากข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นไปตามข่าวที่นำเสนอ และตำหนิสื่อว่าเสนอข่าวด้านเดียวโดยไม่ให้ตนได้ชี้แจง ซึ่งผู้สื่อข่าวก็ได้อธิบายว่าพยายามตามหาตัวนายทวิชมาสัมภาษณ์เรื่องราวความเป็นมาของคดีอยู่เหมือนกัน แต่นายทวิชถูกควบคุมตัวอยู่ในห้องขัง 3 วันจึงไม่สามารถติดต่อได้ จนมีการได้ประกันตัวออกมาแล้วจึงสามารถติดต่อกันได้นั่นเอง

นายทวิช เล่าว่าในช่วงหัวค่ำวันที่ 24 พ.ค.ที่ฝ่ายทหารเข้าจับกุมตนเองข้อหาเรียกรับสินบนจากนายวันเฉลิม วงชา อายุ 27 ปีนั้น ซึ่งข้อเท็จจริงวันนั้นพวกตนกำลังจะจับกุมนายวันเฉลิม ในข้อหาให้สินบนกับเจ้าพนักงาน โดยมีการวางกำลังอาสาไว้ตามจุดต่างๆ 4-5 จุด บริเวณรอบๆ ที่ว่าการอำเภอ ซึ่งหลังจากที่ตนรับเงินจากนายวันเฉลิมอยู่บนห้องทำงานชั้น 2 เป็นจำนวน 20,000 บาทแล้วเดินลงมาส่งนายวันเฉลิมข้างล่าง จึงจะส่งซิกให้ลูกน้องเข้าจับกุมตัวนายวันเฉลิมโดยมีการวางแผนและซักซ้อมกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่มีทหารเข้ามาควบคุมตนเองก่อนแผนการที่วางไว้จึงต้องล้มเลิก

นายทวิช เล่าเหตุการณ์ก่อนที่จะตกเป็นผู้ต้องหาว่า ในค่ำวันที่ 7 พ.ค.ได้ควบคุมตัวนายวันเฉลิม วงชา ขณะขับรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้สีขาว ทะเบียน บม.4105 สกลนคร ผ่านหน้า ร.ร.หนองฮูฟอยลม ต.ท่าดอกคำ อ.บึงโขงหลง แต่ตรวจค้นรถยนต์ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย ตรวจปัสสาวะมีสีม่วง และรับว่ากำลังจะมารับเอายาบ้า 2,000 เม็ดจาก สปป.ลาวไปส่งให้เอเยนต์รายใหญ่ และนายวันเฉลิมขอต่อรองเป็นสายให้ เพื่อจะจับกุมเอเยนต์รายใหญ่ ซึ่งการทำงานครั้งนี้ก็ได้มีการบูรณาการหลายฝ่ายรวมทั้งทหารด้วย แต่เอกสารคู่มือรถที่นายวันเฉลิมขับมาไม่มี จึงขอยึดรถไว้ตรวจสอบและบอกให้นำเอกสารมาแสดงรับรถคืนไปในภายหลัง และในวันที่ 14 พ.ค.นายวันเฉลิมได้นำเอกสารคู่มือครอบครองรถมาแสดง ตนจึงได้คืนรถให้ไปพร้อมกับมีการบันทึกประจำวันไว้ด้วย และไม่มีการเรียบรับเงินใดๆ แม้แต่บาทเดียว โดยนายวันเฉลิมก็ไม่ได้บอกว่ามีอะไรหายไปบ้างตามที่เป็นข่าวเช่นกล้องติดหน้ารถ

ต่อมานายวันเฉลิมได้ติดต่อทางโทรศัพท์มาว่าจะขอนำยาบ้าผ่านเส้นทางขอให้อำนวยความสะดวกให้จะมีเงินมอบตอบแทน ตนจึงเออออไปด้วยเพราะได้วางแผนจะจับกุมนายวันเฉลิมอยู่แล้วเนื่องจากเป็นแก๊งค้ายาเสพติดรายสำคัญ แต่การจะจับตรงๆ คงยากเพราะนายวันเฉลิมเหลี่ยมเยอะ จะต้องจับในข้อหาให้สินบนเจ้าพนักงานเท่านั้น แผนการจึงดำเนินมาด้วยดีตลอดจวนจะสำเร็จอยู่แล้ว แต่ถูกกลุ่มผู้เสียผลประโยชน์แจ้งฝ่ายทหารเข้าจับกุมตนก่อน ยอมรับว่าพลาดในเรื่องนี้ แต่ตนไม่ได้มีเจตนาทุจริตต่อหน้าที่หรือเรียกรับสินบนแต่อย่างใด ซึ่งจะขอต่อสู้เพื่อเรียกความเป็นธรรมให้กับตนเองให้ได้ จึงขอยืนยันว่าเงินที่นายวันเฉลิมอ้างว่าตนเรียกค่าไถ่รถ 100,000 บาทต่อรองเหลือ 60,000 บาทจ่ายไปแล้ว 35,000 บาทและมาจ่ายให้อีกวันที่ 24 พ.ค.20,000 บาท เพราะรถนายวันเฉลิมก็รับไปแล้วตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค.มีบันทึกส่งมอบด้วยจะมาจ่ายอีกทำไม จึงเป็นเรื่องเท็จ นายทวิชกล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...