โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เอาจริง!!! พญาเสือบุกยึด 3 รีสอร์ท ใน อ.เชียงดาว ทำผิดข้อตกลง บุรุกพื้นที่ป่าเพิ่ม

อีจัน

อัพเดต 21 ม.ค. 2562 เวลา 15.32 น. • เผยแพร่ 21 ม.ค. 2562 เวลา 12.18 น. • อีจัน
รู้หรือไม่รีสอร์ท ใน อ.เชียงดาว บา&#35…

รู้หรือไม่รีสอร์ท ใน อ.เชียงดาว บางแห่ง กำลังทำลายธรรมชาติ ด้วยการบุกรุกพื้นที่ป่า!!!

18-19 ม.ค.62 ที่ผ่านมา หน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (หน่วยพญาเสือ) นำทีม เข้าตรวจสอบพื้นที่ ที่มีการยึดถือ ครอบครองและมีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างในลักษณะรีสอร์ท เพื่อประกอบธุรกิจการท่องเที่ยว บริเวณก่อนทางขึ้นหน่วยพิทักษ์ป่าผาตั้ง-นาเลา หมู่ที่ 5 บ้านถ้ำ ต.เชียงดาว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ซึ่งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว โดยประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2521 และเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเชียงดาว ตามประกาศเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2516

การเข้าตรวจสอบพื้นที่ในครั้งนี้ สืบเนื่องจาก มีการตรวจพบว่า มีรีสอร์ทและโฮมสเตย์ ก่อสร้างเพิ่มขึ้น มีการบุกรุกพื้นที่เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเชียงดาว และป่าสงวนแห่งชาติป่าเชียงดาว เพิ่มเติม
นอกจากนี้ยังมีผู้ประกอบการบ้านพักนักท่องเที่ยวรายใหม่ เพิ่มขึ้นอีก 16 ราย
ซึ่งผิดจากที่ ผู้ประกอบการ เคยทำบันทึกข้อตกลงเพื่อแก้ไขปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ดินผิดเงื่อนไข ไว้กับเจ้าหน้าที่ เมื่อวันที่ 7 พ.ย.2559 ว่า ให้คงเหลือรีสอร์ทหรือโฮมสเตย์ไว้จำนวน 2 หลัง พื้นที่กางเต็นท์ 4 หลัง ระเบียงชมวิว 1 ระเบียง ในขณะนั้นมีผู้ประกอบการบ้านพักนักท่องเที่ยวร่วมทำบันทึกทั้งหมด จำนวน 19 ราย ประกอบด้วย บ้านพักนักท่องเที่ยว 32 หลัง พื้นที่กางเต็นท์ 48 หลัง ระเบียงชมวิว 12 แห่ง

พบ 5 รีสอร์ท การกระทำผิดเงื่อนไข ของมติ ครม 30 มิ.ย.41 เเละมีการการสร้างสิ่งปลูกสร้างเพิ่มจากข้อตกลงที่เจ้าหน้าที่เคยทำไว้กับผู้ประกอบการ 

รวมถึงมีผู้ประกอบการบ้านพักนักท่องเที่ยวรายใหม่ เพิ่มขึ้นถึง 16 ราย เท่ากับว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่าเพิ่มมากขึ้น

หลังจากนั้น ในวันที่ 20 ม.ค.62 เจ้าหน้าที่กว่า 80 นายลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณทางขึ้นดอยเชียงดาว ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว

ครั้งนี้ พบการกระทำความผิดในรูปเเบบการเปลี่ยนแปลงผู้ครอบครองพื้นที่ ซึ่งเป็นพื้นที่รอการพิสูจน์สิทธิ์ตามมติ ครม. 30 มิ.ย. 41

ซึ่งพบการกระทำดังกล่าวถึง 3 รีสอร์ท ได้แก่ บ้านดินเชียงดาวรีสอร์ท บ้านสวนบุผารีสอร์ท และเชียงดาวเนสท์รีสอร์ท

บ้านดินเชียงดาวรีสอร์ท
ตรวจพบมีการแจ้งครอบครองเพื่อรอการพิสูจน์สิทธิ์ตามมติ ครม. 30 มิ.ย. 41 ไว้ในชื่อ นายธีรพล ตนพะยอม จำนวน 2 - 0 - 17 ไร่ และนายคำ สิงห์คำ จำนวน 0 - 1 - 56 ไร่
แต่จากการเข้าตรวจสอบพบว่า ปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงผู้ครอบครองทำประโยชน์ เป็น นางวราภรณ์ ฉันทะ เข้าดำเนินกิจการบ้านพักนักท่องเที่ยว/รีสอร์ทมาอย่างต่อเนื่อง และสร้างสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 12 รายการ ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำผิดเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ของ มติ ครม. 30 มิ.ย. 41
ดังนั้น การกระทำของผู้ที่แจ้งครอบครองฯ ข้างต้นทั้ง 2 ราย ถือว่าเจตนาสละสิทธิ์การครอบครองพื้นที่ และผู้ซื้อ/ครอบครอง ทำประโยชน์รายใหม่ในปัจจุบันจะไม่มีสิทธิในที่ดินนั้น และยังต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
พนักงานเจ้าหน้าที่จึงร่วมกันตรวจยึดพื้นที่ จำนวน 2 - 2 - 12 ไร่ พร้อมสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 12 รายการ

บ้านสวนบุผารีสอร์ท

พบว่ามีการแจ้งครอบครองเพื่อรอการพิสูจน์สิทธิ์ตามมติ ครม. 30 มิ.ย. 41 ไว้ในชื่อ นายเม็ด อุไร จำนวน 3 - 0 - 24 ไร่
แต่จากการเข้าตรวจสอบพบว่าปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงผู้ครอบครองทำประโยชน์ เป็น นางกฤษกร (บุผา) อนันต๊ะ เข้าดำเนินกิจการบ้านพักนักท่องเที่ยว/รีสอร์ทมาอย่างต่อเนื่อง และสร้างสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 11 รายการ

ซึ่งการกระทำดังกล่าว เป็นการกระทำผิดเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ของ มติ ครม. 30 มิ.ย. 41
ดังนั้น การกระทำของ นายเม็ด อุไร ผู้ที่แจ้งครอบครองฯ ถือว่าเจตนาสละสิทธิการครอบครองพื้นที่ และผู้ซื้อ/ครอบครอง ทำประโยชน์รายใหม่ในปัจจุบันจะไม่มีสิทธิในที่ดินนั้น และยังต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
พนักงานเจ้าหน้าที่จึงร่วมกันตรวจยึดพื้นที่ จำนวน 1 - 3 - 9 ไร่ พร้อมสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 11 รายการ

เชียงดาวเนสท์รีสอร์ท
พบว่ามีการแจ้งครอบครองเพื่อรอการพิสูจน์สิทธิ์ตามมติ ครม. 30 มิ.ย. 41 ไว้ในชื่อ นายกัลกีย์ เมตตันตคุปต์ จำนวน 9 - 0 - 52 ไร่
แต่จากการเข้าตรวจสอบพบว่าปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงผู้ครอบครองทำประโยชน์ เป็น นางกมลวรรณ คาวาลีโร ซึ่งได้ดำเนินกิจการบ้านพักนักท่องเที่ยว/รีสอร์ทมาอย่างต่อเนื่อง และสร้างสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 31 รายการ
ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำผิดเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ของ มติ ครม. 30 มิ.ย. 41
ดังนั้น การกระทำของ นายกัลกีย์ เมตตันตคุปต์ ผู้ที่แจ้งครอบครองฯ ถือว่าเจตนาสละสิทธิการครอบครองพื้นที่ และผู้ซื้อ/ครอบครอง ทำประโยชน์รายใหม่ในปัจจุบันจะไม่มีสิทธิในที่ดินนั้น และยังต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
พนักงานเจ้าหน้าที่จึงร่วมกันตรวจยึดพื้นที่ จำนวน 11 - 3 - 22 ไร่ พร้อมสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 31 รายการ

ภายหลังการตรวจยึดพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้จัดทำข้อมูลเอกสารพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้กระทำความผิดต่อไป 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...