เอาจริง!!! พญาเสือบุกยึด 3 รีสอร์ท ใน อ.เชียงดาว ทำผิดข้อตกลง บุรุกพื้นที่ป่าเพิ่ม
รู้หรือไม่รีสอร์ท ใน อ.เชียงดาว บางแห่ง กำลังทำลายธรรมชาติ ด้วยการบุกรุกพื้นที่ป่า!!!
18-19 ม.ค.62 ที่ผ่านมา หน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (หน่วยพญาเสือ) นำทีม เข้าตรวจสอบพื้นที่ ที่มีการยึดถือ ครอบครองและมีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างในลักษณะรีสอร์ท เพื่อประกอบธุรกิจการท่องเที่ยว บริเวณก่อนทางขึ้นหน่วยพิทักษ์ป่าผาตั้ง-นาเลา หมู่ที่ 5 บ้านถ้ำ ต.เชียงดาว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ซึ่งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว โดยประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2521 และเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเชียงดาว ตามประกาศเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2516
การเข้าตรวจสอบพื้นที่ในครั้งนี้ สืบเนื่องจาก มีการตรวจพบว่า มีรีสอร์ทและโฮมสเตย์ ก่อสร้างเพิ่มขึ้น มีการบุกรุกพื้นที่เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเชียงดาว และป่าสงวนแห่งชาติป่าเชียงดาว เพิ่มเติม
นอกจากนี้ยังมีผู้ประกอบการบ้านพักนักท่องเที่ยวรายใหม่ เพิ่มขึ้นอีก 16 ราย
ซึ่งผิดจากที่ ผู้ประกอบการ เคยทำบันทึกข้อตกลงเพื่อแก้ไขปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ดินผิดเงื่อนไข ไว้กับเจ้าหน้าที่ เมื่อวันที่ 7 พ.ย.2559 ว่า ให้คงเหลือรีสอร์ทหรือโฮมสเตย์ไว้จำนวน 2 หลัง พื้นที่กางเต็นท์ 4 หลัง ระเบียงชมวิว 1 ระเบียง ในขณะนั้นมีผู้ประกอบการบ้านพักนักท่องเที่ยวร่วมทำบันทึกทั้งหมด จำนวน 19 ราย ประกอบด้วย บ้านพักนักท่องเที่ยว 32 หลัง พื้นที่กางเต็นท์ 48 หลัง ระเบียงชมวิว 12 แห่ง
พบ 5 รีสอร์ท การกระทำผิดเงื่อนไข ของมติ ครม 30 มิ.ย.41 เเละมีการการสร้างสิ่งปลูกสร้างเพิ่มจากข้อตกลงที่เจ้าหน้าที่เคยทำไว้กับผู้ประกอบการ
รวมถึงมีผู้ประกอบการบ้านพักนักท่องเที่ยวรายใหม่ เพิ่มขึ้นถึง 16 ราย เท่ากับว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่าเพิ่มมากขึ้น
หลังจากนั้น ในวันที่ 20 ม.ค.62 เจ้าหน้าที่กว่า 80 นายลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณทางขึ้นดอยเชียงดาว ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว
ครั้งนี้ พบการกระทำความผิดในรูปเเบบการเปลี่ยนแปลงผู้ครอบครองพื้นที่ ซึ่งเป็นพื้นที่รอการพิสูจน์สิทธิ์ตามมติ ครม. 30 มิ.ย. 41
ซึ่งพบการกระทำดังกล่าวถึง 3 รีสอร์ท ได้แก่ บ้านดินเชียงดาวรีสอร์ท บ้านสวนบุผารีสอร์ท และเชียงดาวเนสท์รีสอร์ท
บ้านดินเชียงดาวรีสอร์ท
ตรวจพบมีการแจ้งครอบครองเพื่อรอการพิสูจน์สิทธิ์ตามมติ ครม. 30 มิ.ย. 41 ไว้ในชื่อ นายธีรพล ตนพะยอม จำนวน 2 - 0 - 17 ไร่ และนายคำ สิงห์คำ จำนวน 0 - 1 - 56 ไร่
แต่จากการเข้าตรวจสอบพบว่า ปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงผู้ครอบครองทำประโยชน์ เป็น นางวราภรณ์ ฉันทะ เข้าดำเนินกิจการบ้านพักนักท่องเที่ยว/รีสอร์ทมาอย่างต่อเนื่อง และสร้างสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 12 รายการ ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำผิดเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ของ มติ ครม. 30 มิ.ย. 41
ดังนั้น การกระทำของผู้ที่แจ้งครอบครองฯ ข้างต้นทั้ง 2 ราย ถือว่าเจตนาสละสิทธิ์การครอบครองพื้นที่ และผู้ซื้อ/ครอบครอง ทำประโยชน์รายใหม่ในปัจจุบันจะไม่มีสิทธิในที่ดินนั้น และยังต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
พนักงานเจ้าหน้าที่จึงร่วมกันตรวจยึดพื้นที่ จำนวน 2 - 2 - 12 ไร่ พร้อมสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 12 รายการ
บ้านสวนบุผารีสอร์ท
พบว่ามีการแจ้งครอบครองเพื่อรอการพิสูจน์สิทธิ์ตามมติ ครม. 30 มิ.ย. 41 ไว้ในชื่อ นายเม็ด อุไร จำนวน 3 - 0 - 24 ไร่
แต่จากการเข้าตรวจสอบพบว่าปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงผู้ครอบครองทำประโยชน์ เป็น นางกฤษกร (บุผา) อนันต๊ะ เข้าดำเนินกิจการบ้านพักนักท่องเที่ยว/รีสอร์ทมาอย่างต่อเนื่อง และสร้างสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 11 รายการ
ซึ่งการกระทำดังกล่าว เป็นการกระทำผิดเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ของ มติ ครม. 30 มิ.ย. 41
ดังนั้น การกระทำของ นายเม็ด อุไร ผู้ที่แจ้งครอบครองฯ ถือว่าเจตนาสละสิทธิการครอบครองพื้นที่ และผู้ซื้อ/ครอบครอง ทำประโยชน์รายใหม่ในปัจจุบันจะไม่มีสิทธิในที่ดินนั้น และยังต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
พนักงานเจ้าหน้าที่จึงร่วมกันตรวจยึดพื้นที่ จำนวน 1 - 3 - 9 ไร่ พร้อมสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 11 รายการ
เชียงดาวเนสท์รีสอร์ท
พบว่ามีการแจ้งครอบครองเพื่อรอการพิสูจน์สิทธิ์ตามมติ ครม. 30 มิ.ย. 41 ไว้ในชื่อ นายกัลกีย์ เมตตันตคุปต์ จำนวน 9 - 0 - 52 ไร่
แต่จากการเข้าตรวจสอบพบว่าปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงผู้ครอบครองทำประโยชน์ เป็น นางกมลวรรณ คาวาลีโร ซึ่งได้ดำเนินกิจการบ้านพักนักท่องเที่ยว/รีสอร์ทมาอย่างต่อเนื่อง และสร้างสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 31 รายการ
ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำผิดเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ของ มติ ครม. 30 มิ.ย. 41
ดังนั้น การกระทำของ นายกัลกีย์ เมตตันตคุปต์ ผู้ที่แจ้งครอบครองฯ ถือว่าเจตนาสละสิทธิการครอบครองพื้นที่ และผู้ซื้อ/ครอบครอง ทำประโยชน์รายใหม่ในปัจจุบันจะไม่มีสิทธิในที่ดินนั้น และยังต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
พนักงานเจ้าหน้าที่จึงร่วมกันตรวจยึดพื้นที่ จำนวน 11 - 3 - 22 ไร่ พร้อมสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 31 รายการ
ภายหลังการตรวจยึดพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้จัดทำข้อมูลเอกสารพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้กระทำความผิดต่อไป