โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ครอบครัวบิลลี่ ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่ง ให้บิลลี่เป็นบุคคลสาบสูญ หลังหายลึกลับ 5 ปี

Khaosod

อัพเดต 27 ส.ค. 2562 เวลา 15.21 น. • เผยแพร่ 27 ส.ค. 2562 เวลา 15.18 น.
ครอบครัวบิลลี่ ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่ง ให้บิลลี่เป็นบุคคลสาบสูญ

ครอบครัวบิลลี่ ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่ง ให้บิลลี่เป็นบุคคลสาบสูญ หลังหายลึกลับ 5 ปี

วันที่ 27 ส.ค. ที่ศาลจังหวัดเพชรบุรี  ครอบครัวนายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ พร้อมทนายความจากสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส.) เข้ายื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้บิลลี่เป็นบุคคลสาบสูญ ภายหลังจากที่บิลลี่หายไปอย่างไร้ร่องรอยเป็นระยะเวลา 5 ปีแล้ว

คดีนี้เป็นคดีหมายเลขดำที่ พ.780/2562 ยื่นคำร้องโดย ด.ญ.ประติภา รักจงเจริญ มี น.ส.พิณนภา พฤกษาพรรณ ภรรยาของบิลลี่ เป็นผู้แทนโดยชอบธรรม ร้องขอให้ศาลสั่งให้นายพอละจี รักจงเจริญเป็นบุคคลสาบสูญ โดยศาลมีกำหนดนัดไต่สวนในวันที่ 28 ต.ค.62 เวลา 09.00 น. 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

น.ส.วราภรณ์ อุทยรังษี ทนายความ กล่าว่า การยื่นขอให้ศาลสั่งเป็นคนสาบสูญเป็นเพียงกระบวนการทางแพ่ง เพื่อจัดการทรัพย์สินและนิติกรรมต่างๆ กรณีบุคคลหายไปจากภูมิลำเนา ขาดการติดต่อ ไม่มีใครพบเห็น และไม่ทราบว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ เป็นเวลาติดต่อกัน 5 ปี

ผู้มีส่วนได้เสียหรือพนักงานอัยการสามารถร้องขอให้บุคคลนั้นเป็นคนสาบสูญได้ ซึ่งเมื่อศาลสั่งให้บุคคลใดเป็นคนสาบสูญแล้ว จะถือว่าบุคคลนั้นได้ตายไปแล้วโดยผลของกฎหมาย

น.ส.วราภรณ์ กล่าวต่อว่า กรณีของบิลลี่นั้น มีคนพบเห็นครั้งสุดท้ายคือถูกเจ้าหน้าที่อุทยานจับกุมและควบคุมตัว แม้มีการอ้างว่าได้ปล่อยตัวไปแล้ว แต่หลังจากนั้นไม่มีใครพบเห็นบิลลี่อีกเลย จนปัจจุบันเป็นเวลา 5 ปีกว่า ยังไม่มีใครทราบชะตากรรมของบิลลี่ว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่

ในส่วนของการดำเนินคดีอาญายังคงดำเนินต่อไปภายใต้การสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) โดยหวังว่าจะมีความคืบหน้าในการดำเนินคดีเร็วๆ นี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...