โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เมกะเทรนด์การลงทุน

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 23 ก.พ. 2561 เวลา 11.13 น.

คอลัมน์ จัตุรัสนักลงทุน

โดย วีระพงษ์ ธัม www.facebook.com/10000Li

อะไรคือกิจกรรมที่คนคนหนึ่งต้องทำยาวนานที่สุดในช่วงชีวิต ? การเรียน ? การทำงาน ? คำตอบของผมสำหรับยุคนี้ คือ “การลงทุน” ในอดีตกว่าคนจะคิดเริ่มลงทุนคือหลังจากสร้างครอบครัว หลังจากมีเงินเหลือจากการซื้อบ้าน คือกว่าตั้งตัวจะเริ่มลงทุนก็ต้องเป็นวัยกลางคน

แต่สำหรับการลงทุนในยุคนี้คนรุ่นใหม่คิดเริ่มต้นลงทุนตั้งแต่เริ่มทำงานอายุ 20 ปี ในอดีตตอนเกษียณจะมีสวัสดิการหรือดอกเบี้ยเงินเก็บ แต่ยุคนี้คงต้องลงทุนอยู่เพื่อหาผลตอบแทน การลงทุนจะเป็นกิจกรรมที่มนุษย์คนหนึ่งต้องทำมากกว่า 50 ปี นี่คือสิ่งที่ต้องวางแผนมองอนาคตที่ยาวไกลที่สุด อะไรคือสิ่งที่จะต้องรู้ในการลงทุนยุคใหม่ที่ยาวนานขนาดนี้

เมกะเทรนด์ที่สำคัญที่สุดที่เกี่ยวข้องกับคำว่าลงทุนคือคำว่า “ความเปลี่ยนแปลง” เริ่มต้นตั้งแต่ทฤษฎีที่เราเรียนมาหลายสิบปี เช่น 5 Forces Model, BCG Metrix ก็ค่อย ๆ ถูกทดแทนด้วยทฤษฎีใหม่ ๆ ตลอดเวลา หรือถ้ามองย้อนกลับไป 50 ปี ธุรกิจ 50 ปีที่แล้วที่เหลือก็รอดน้อยมาก เช่นเดียวกัน กูรูหุ้นที่อยู่มาหลายสิบปีก็เหลือรอดมาเพียงหยิบมือเดียว การลงทุนที่ดีที่สุดจึงไม่ใช่การหาผลตอบแทนปีนี้ให้มากที่สุด แต่คือการทำอย่างไรให้อยู่รอด นั่นคือการศึกษาและปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลง

เคล็ดลับหรือสถิติของบริษัทที่อยู่มา 100 ปีนั้น เคยถูกทำการศึกษาหลายครั้งในหนังสือหลายเล่ม บริษัทยิ่งใหญ่ที่สุดในร้อยปีที่แล้วของอเมริกาคือกลุ่มบริษัทเหล็ก หลังจากนั้นก็เริ่มเป็นกลุ่มพลังงาน และเป็นกลุ่มเทคโนโลยี บัฟเฟตต์คือนักลงทุนระยะยาวที่มองเห็นภาพเหล่านี้ และพยายามเลี่ยงธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงมาก แต่ถึงกระนั้นธุรกิจหลายอย่างที่บัฟเฟตต์เลือกในระยะหลังก็ถูกกระแสความเปลี่ยนแปลงเข้ามากระทบอย่างไม่น่าเชื่อ นี่คือส่วนประกอบของความเปลี่ยนแปลงในโลกธุรกิจ

1.อุตสาหกรรมเปลี่ยนแปลง อุตสาหกรรมหลายอย่างที่ตกต่ำมักถูกเรียกว่า เป็นธุรกิจ “ตะวันตกดิน” เช่น ธุรกิจเสื้อผ้า รองเท้าในไทย แต่อันที่จริงธุรกิจตะวันตกดินไม่มีจริง แต่พระอาทิตย์ไปขึ้นที่อื่นต่างหาก ถ้าถามประเทศเวียดนาม บังกลาเทศ ธุรกิจเสื้อผ้า รองเท้าคือธุรกิจดาวรุ่ง เพราะโดยปกติความต้องการสินค้าและบริการจะยังคงอยู่ แต่ที่เปลี่ยนมักเกิดจาก “โครงสร้างอุตสาหกรรม” ที่เปลี่ยนอย่างรุนแรง เช่น กฎระเบียบภาครัฐ ซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นหรือการแข่งขันเปิดกว้างอย่างรวดเร็ว เช่น ช่วงหนึ่ง WTO คือตัวเร่งให้เกิดการย้ายฐานผลิตที่เร็วมาก ดังนั้นทุกครั้งที่มีธุรกิจตะวันตกดิน จะต้องมีอีกอย่างหนึ่งที่กำลังอยู่ในช่วงรุ่งอรุณเสมอ

2.สนามแข่งขันเปลี่ยน เกิดจากการแข่งขัน “ข้ามห้วย” เช่น ธุรกิจสายการบิน low cost ไม่ได้สร้างแรงกดดันหลักให้กับสายการบินอื่น แต่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับ “ธุรกิจเคลื่อนย้ายคน” เช่น รถบัส ธุรกิจเหล็กที่เคยยิ่งใหญ่ลดบทบาทเพราะถูกทดแทนอย่างช้า ๆ ด้วยวัสดุศาสตร์อื่น ๆ ธุรกิจพลังงานอย่างน้ำมันที่ตกต่ำไม่ใช่เพราะคนใช้พลังงานลดลง แต่ถูกธุรกิจพลังงานอื่นมาทดแทน ธุรกิจสื่อย้ายจากช่องทางเดิมมาออนไลน์ ธุรกิจการจัดการข้อมูลย้ายจากคอมพิวเตอร์มาอยู่บนมือถือ สิ่งที่สำคัญการวิเคราะห์คือ “อะไรคือคุณค่าที่อุตสาหกรรมนั้น” อย่าติดตาม “ชื่อ” อุตสาหกรรม แต่จงติดตาม “คุณค่า” ของอุตสาหกรรม

3.วิถีการแข่งขันเปลี่ยนไป บริษัทที่เข้มแข็งและเป็นผู้นำมักจะมุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าให้ดีขึ้น และขายในราคาแพงขึ้น จนมาถึงจุดที่สินค้านั้นอาจจะ “แพงเกินไป” เมื่อเทียบกับความจำเป็น จนทำให้เกิด “ช่องว่าง” ของตลาดใหม่ คือสินค้าที่คุณภาพหรือประสิทธิภาพน้อยลงบ้าง แต่ราคาถูกลงมาก นี่คือการ “เชื้อเชิญ” และ “สร้าง” คู่แข่งใหม่โดยไม่รู้ตัว ตัวอย่างที่เห็นคือ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กไต้หวันที่มาแทนญี่ปุ่น อเมริกา หรือมือถือเกาหลี จีน ที่มาแทนอเมริกายุโรป นาฬิกาญี่ปุ่นหรืออเมริกาเข้ามาแทนนาฬิกาสวิตเซอร์แลนด์

สาเหตุที่บริษัทที่เข้มแข็งไม่สนใจ “ตลาดล่าง” ก็ค่อนข้างมีเหตุผล เพราะอัตรากำไรก็น้อยกว่าตลาดบน ทำแล้วเหนื่อยกว่า และตลาดในช่วงแรกอาจจะเล็กกว่า นี่เป็นเส้นทางที่คล้ายกับ “บังคับ” ไปสู่เหวหรือหายนะ

ที่ลำบากไปกว่านั้นไม่ใช่เพียงแค่ “แข่งราคา” แต่เป็น “โมเดลธุรกิจ” ที่แตกต่าง หรือการใช้ “เทคโนโลยี” ที่แตกต่าง เดิมธุรกิจขายผ่านร้านค้า ย้ายมาขายออนไลน์ หรือเดิมผลิตแบบประณีตมาเป็นผลิตจำนวนมาก ยังไม่นับรวมเรื่องการตลาด การเงิน ที่มีโอกาสแตกต่าง นี่คือสาเหตุที่ทำให้บริษัทที่เข้มแข็งในโมเดลรูปแบบเดิมมักปรับตัวได้ลำบาก จนในที่สุดจะค่อย ๆ อ่อนแอและลดบทบาทลง การศึกษาเกมธุรกิจใหม่ ๆ จึงจำเป็น

4. ลูกค้าเปลี่ยนแปลงไป นี่อาจเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เร็วที่สุดอย่างหนึ่ง การเปลี่ยนแปลงของลูกค้าอาจแบ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงทาง “กาย” และ “ใจ” ตัวอย่างทางกาย คือลูกค้าอายุมากขึ้นจนอาจไม่สามารถใช้สินค้าเราได้ และลูกค้าใหม่ที่อายุน้อยก็อาจไม่สนใจที่จะใช้สินค้าของเรา ที่เปลี่ยนแปลงเร็วกว่าคือ “ใจ” ลูกค้ารุ่นใหม่มีแนวโน้มที่จะ “ตามแห่” ไปตามแฟชั่น คือ ดังข้ามคืน และดับในคืนต่อไป การศึกษาพฤติกรรมลูกค้าจึงเป็นปัจจัยสำคัญในโลกยุคใหม่

5.ธุรกิจเปลี่ยนแปลงไป หลายครั้งความสำเร็จหรือผิดพลาดไม่ได้เกิดขึ้นจากใคร แต่เกิดขึ้นจากตัวบริษัทเอง เช่นธุรกิจบางแห่งอาจตัดสินใจลงทุนครั้งใหญ่ผิดพลาด บริหารเงินทุนผิดพลาด บริหารการเข้าถึงโอกาสและความเสี่ยงผิดพลาด หรือธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารหลัก ซึ่งล้วนทำให้เกิดผลลัพธ์ที่เปลี่ยนแปลงไป การยอมรับความเปลี่ยนแปลงและพยายามปรับตัวคือปัจจัยสำคัญที่สุดในโลกยุคใหม่นี้

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...