กำแพงเบอร์ลิน : ครบรอบ 30 ปี การล่มสลายของม่านเหล็กที่แยกเยอรมนีออกจากกัน
กำแพงเบอร์ลิน : ครบรอบ 30 ปี การล่มสลายของม่านเหล็กที่แยกเยอรมนีออกจากกัน – BBCไทย
วันที่ 9 พ.ย. 2019 คือวาระครบรอบ 30 ปี การล่มสลายของกำแพงเบอร์ลินเมื่อปี 1989 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่สุดของโลกในศตวรรษที่ 20
กำแพงเบอร์ลินถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1961 อันเป็นห้วงเวลาที่ยุโรปแบ่งออกเป็น 2 ขั้ว โดยกำแพงเบอร์ลินเองได้แบ่งแยกเมืองหลวงของเยอรมนีออกจากกันนานเกือบ 30 ปี
- เกิดอะไรขึ้นที่ดันเคิร์ก?
- ดีเดย์ : เกิดอะไรขึ้นในการยกพลขึ้นบก ที่นอร์มังดี ฝรั่งเศส ปี 1944
- ที่ซ่อนลับของ “แอนน์ แฟรงค์” ถูกตำรวจพบโดยบังเอิญ ไม่ใช่เพราะถูกคนในหักหลัง
กำแพงแห่งหนึ่งผุดขึ้นในเวลาชั่วข้ามคืน สร้างความประหลาดใจให้แก่ผู้คนทั้งสองฝั่ง และกลายเป็นปราการที่ขวางกั้นการไปมาหาสู่กันของผู้คนจากฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกของกรุงเบอร์ลิน
ในวันที่ 9 พ.ย. 1989 กำแพงเบอร์ลินถูกพังทลายลง และผู้คนจากทั้งสองฝั่งก็สามารถเดินทางไปมาได้อย่างเสรีอีกครั้ง
นี่คือเรื่องราวของกำแพงเบอร์ลิน ซึ่งไม่เพียงจะเป็นกำแพงที่แบ่งกั้นเมืองหลวงของเยอรมนี แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ที่แบ่งแยกอุดมการณ์ทางการเมือง 2 ขั้วออกจากกันนานเกือบ 30 ปี
เหตุใดจึงมีการสร้างกำแพงเบอร์ลินขึ้น
ในช่วงสิ้นสุดของสงครามโลกครั้งที่ 2 ในเดือน ก.ย. 1945 เยอรมนีได้ยอมแพ้ต่อฝ่ายสัมพันธมิตร ซึ่งประกอบไปด้วย สหราชอาณาจักร สหรัฐฯ ฝรั่งเศส และสหภาพโซเวียต
ฝ่ายสัมพันธมิตรได้ตัดสินใจแบ่งเยอรมนีออกจากกัน โดยที่แต่ละประเทศจะแบ่งกันควบคุมพื้นที่ส่วนต่าง ๆ ของเยอรมนี
อังกฤษ อเมริกา และฝรั่งเศส ควบคุมพื้นที่ฝั่งตะวันตกของเยอรมนี ในขณะที่พื้นที่ฝั่งตะวันออกจะอยู่ภายใต้การควบคุมของสหภาพโซเวียต
- เรื่องเล่าของผู้รอดตายจากค่ายมรณะเอาชวิทซ์
- “เที่ยวบินสุดท้าย” ของนักบินสงครามโลกครั้งที่ 2
- คู่รักสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 หวนกลับมาพบกันอีกครั้งหลังเวลาผ่านมา 75 ปี
กรุงเบอร์ลินอยู่ในเขตของโซเวียต แต่เนื่องจากเป็นเมืองหลวงของเยอรมนี มันจึงถูกแบ่งออกเป็น 4 พื้นที่ โดยที่แต่ละส่วนจะอยู่ใต้การควบคุมของแต่ละประเทศ
พื้นที่ในส่วนของอเมริกา อังกฤษ และฝรั่งเศส กลายเป็นเบอร์ลินตะวันตก ขณะที่ส่วนของโซเวียตได้กลายเป็นเบอร์ลินตะวันออก
ภายในปี 1949 เยอรมนีได้แบ่งออกเป็น 2 ประเทศ คือ “สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี”(เยอรมนีตะวันตก) ควบคุมโดย อังกฤษ อเมริกา และฝรั่งเศส ส่วน “สาธารณรัฐประชาธิปไตยเยอรมนี” (เยอรมนีตะวันออก) ควบคุมโดยสหภาพโซเวียต
หลังเยอรมนีได้แยกออกจากกัน ก็เป็นที่ชัดเจนอย่างรวดเร็วว่าสหภาพโซเวียตมีแนวคิดในการปกครองพื้นที่ในส่วนของตนที่แตกต่างออกไปจากแนวคิดของฝ่ายชาติตะวันตก
เยอรมนีตะวันตก ดำเนินรูปแบบการปกครองแบบเดียวกับในอังกฤษและอเมริกา ซึ่งให้เสรีภาพประชาชนในการเดินทาง ฟังเพลง และแสดงความคิดเห็นได้อย่างมีอิสระ
- ตำรากายวิภาคศาสตร์นาซี คู่มือช่วยชีวิตที่ได้จากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
- นางาซากิ: เมืองระเบิดปรมาณูถล่มที่ “ถูกลืม”
- อลัน ทิวริง สำคัญอย่างไรในประวัติศาสตร์โลกจึงได้รับเกียรติบนแบงก์รุ่นใหม่
ขณะที่เยอรมนีตะวันออกมีการใช้กฎเกณฑ์ที่เข้มงวดมากกว่าในการควบคุมพฤติกรรมของประชาชน และมีตำรวจคอยสอดส่องอย่างใกล้ชิด
เมื่อเวลาผ่านไปหลายปี ประชาชนต่างหลบหนีออกจากเยอรมนีตะวันออกไปยังฝั่งตะวันตกกันวันละหลายพันคน แม้ว่าจุดประสงค์หลักในการสร้างกำแพงเบอร์ลินคือเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นก็ตาม
ลำดับเหตุการณ์สำคัญของกำแพงเบอร์ลิน
- 1949 เยอรมนีแยกออกเป็น 2 ประเทศอย่างเป็นทางการ คือ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี”(เยอรมนีตะวันตก) และ “สาธารณรัฐประชาธิปไตยเยอรมนี” (เยอรมนีตะวันออก)
- 1952 เยอรมนีตะวันออก ปิดพรมแดนที่ติดกับเยอรมนีตะวันตก แต่ยังเปิดพรมแดนระหว่างเบอร์ลินฝั่งตะวันออกกับฝั่งตะวันตกอยู่
- 13 ส.ค.1961 พรมแดนระหว่างเบอร์ลินฝั่งตะวันออกกับฝั่งตะวันตกได้ปิดลง และกำแพงเบอร์ลินได้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลาชั่วข้ามคืน
- 1987 ประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน เยือนกรุงเบอร์ลิน และเรียกร้องให้นายมิคาอิล กอร์บาชอฟ ผู้นำโซเวียต รื้อถอนกำแพงเบอร์ลิน
- 4 พ.ย.1989 ประชาชน 1 ล้านคนไปชุมนุมประท้วงที่ อเล็กซานเดอร์พลัทซ์ จัตุรัสหลักของเบอร์ลินตะวันออก หลังการประท้วงดำเนินไปได้ไม่กี่วันรัฐบาลเยอรมนีตะวันออกได้ประกาศลาออก
- 9 พ.ย.1989 ประชาชนจำนวนมากในเยอรมนีตะวันออกได้ไปรวมตัวกันที่จุดผ่านแดน พร้อมเรียกร้องที่จะข้ามไปยังฝั่งตะวันตก เจ้าหน้าที่พิทักษ์พรมแดนจึงปล่อยให้ผู้คนนับพันข้ามฝั่งเข้าไปยังเบอร์ลินตะวันตก และเริ่มรื้อถอนกำแพงเบอร์ลิน
- 3 ต.ค.1990 เยอรมนีตะวันออกและตะวันตกรวมประเทศกันอย่างเป็นทางการ
กำแพงเบอร์ลินสร้างขึ้นมาอย่างไร
ในปี 1961 นายนิกิตา ครุชชอฟ ผู้นำสหภาพโซเวียตขณะนั้น ได้สั่งการให้สร้างกำแพงขึ้นระหว่างเบอร์ลินตะวันออกกับเบอร์ลินตะวันตก เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้คนหนีออกจากฝั่งตะวันออก
กำแพงถูกสร้างขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยผุดขึ้นมาในค่ำคืนของวันที่ 13 ส.ค.
ผู้คนจำนวนมากตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองติดอยู่ในฝั่งหนึ่ง ขณะที่ญาติพี่น้อง และเพื่อนฝูงอยู่ที่อีกฟากหนึ่ง
ในช่วงแรก กำแพงเบอร์ลินมีสภาพเป็นแนวรั้วลวดหนาม
แต่เมื่อเวลาผ่านไป มันได้กลายสภาพเป็นกำแพงคอนกรีตที่แข็งแรง มีหอสังเกตการณ์ และเจ้าหน้าที่ติดอาวุธคอยควบคุม และลาดตระเวนอย่างเข้มงวด เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีผู้ใดข้ามผ่านไปได้
กำแพงเบอร์ลินใหญ่เพียงใด
กำแพงเบอร์ลินมีความยาว 155 กม. สูง 4 เมตร และภายในปี 1989 มีหอสังเกตการณ์ 302 แห่งตลอดแนว
ที่จริงกำแพงเบอร์ลินประกอบไปด้วยแนวกำแพง 2 แนวที่ขนานกันไป โดยมีช่องว่างตรงกลางที่ทอดยาวไปตามแนวกำแพงทั้งสองฝั่ง ซึ่งบริเวณนี้จะมีทหารคอยคุ้มกัน และเต็มไปด้วยกับระเบิด เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้คนข้ามพรมแดน
กำแพงเบอร์ลินได้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่แบ่งแยกยุโรปฝั่งตะวันออกและตะวันตกออกจากกัน จนถูกเรียกขานว่า “ม่านเหล็ก” (iron curtain)
ผู้นำสหภาพโซเวียตระบุว่า มันเป็นเกราะคุ้มกัน แต่อังกฤษ อเมริกา และฝรั่งเศส มองว่ามันเป็นคุกที่จองจำผู้คนไม่ให้หลบหนีออกจากฝั่งตะวันออก
ชีวิตหลังกำแพงเบอร์ลินเป็นอย่างไร
ในช่วงนั้นมีผู้พยายามข้ามกำแพงราว 5,000 คน แต่ก็ทำได้ยากและเต็มไปด้วยอันตราย
มีประชาชนกว่า 100 คนที่ถูกสังหารขณะพยายามข้ามกำแพงแห่งนี้ตลอดระยะเวลา 28 ปี ระหว่างปี 1961-1989 นอกจากนี้ ยังมีผู้คนอีกหลายร้อยรายที่ถูกสังหารขณะพยายามหลบหนีออกจากเยอรมนีตะวันออกด้วยการข้ามพรมแดนส่วนอื่น ๆ ที่เชื่อมกับฝั่งตะวันตก
ชีวิตในเบอร์ลินตะวันออกเต็มไปด้วยความยากลำบาก ทางการใช้กฎระเบียบที่เข้มงวดควบคุมการดำเนินชีวิตของประชาชน
คนในเบอร์ลินตะวันออกที่เคยทำงานในฝั่งตะวันตกต่างต้องตกงาน
ส่วนคนที่มีญาติมิตรอยู่คนละฝั่ง ต่างก็ต้องพลัดพรากจากกัน หลายคนไม่ได้พบบุคคลผู้เป็นที่รักอีกจนกระทั่งกำแพงเบอร์ลินได้ล่มสลายลง
เกิดอะไรขึ้นกับกำแพงเบอร์ลิน
ช่วงทศวรรษที่ 1980 เริ่มมีการประท้วงการที่สหภาพโซเวียตใช้อำนาจควบคุมหลายประเทศในแถบยุโรปตะวันออก
ผู้คนในเยอรมนีตะวันออกต้องการมีเสรีภาพเพิ่มขึ้นในการเดินทาง การดำเนินชีวิต และการแสดงความคิดเห็น พวกเขาจึงได้ออกไปชุมนุมเรียกร้องขอเสรีภาพเหล่านี้ ซึ่งรวมถึงการเดินทางออกนอกประเทศ
หลังจากชาวเยอรมนีตะวันออกหลายร้อยคนหลบหนีผ่านประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ฮังการี และเชโกสโลวาเกีย รัฐบาลเบอร์ลินตะวันออกก็พบว่าเป็นการยากขึ้นทุกขณะที่จะหยุดยั้งเสียงเรียกร้องของประชาชนให้ปล่อยพวกเขาข้ามไปฝั่งเยอรมนีตะวันตก
ในวันที่ 9 พ.ย. ผู้นำเยอรมนีตะวันออกได้ประกาศผ่านทางโทรทัศน์ว่าจะเปิดพรมแดนที่กั้นฝั่งตะวันออกและตะวันตก
ประชาชนจำนวนมากจากเยอรมนีตะวันออกพากันไปยังกำแพงเบอร์ลิน และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เปิดรั้วกั้น
เจ้าหน้าที่พิทักษ์พรมแดนไม่สามารถควบคุมคลื่นมวลชนได้ จึงจำใจต้องปล่อยให้พวกเขาข้ามไปยังเยอรมนีตะวันตก
เกิดอะไรขึ้นหลังกำแพงเบอร์ลินล่มสลาย
ผู้คนทางฝั่งตะวันตกต่างไปรอต้อนรับคนจากฝั่งตะวันออก
การเฉลิมฉลองเริ่มขึ้นในทันที ครอบครัวและเพื่อนฝูงต่างโผเข้าสวมกอดกัน หลังจากต้องพลัดพรากกันมานานหลายปี บางคนก็ปีนขึ้นไปบนกำแพงแล้วเต้นรำด้วยความดีใจ
วันที่ 9 พ.ย. 1989 ถูกกำหนดให้เป็นวันที่กำแพงเบอร์ลินล่มสลาย แต่กำแพงไม่ได้ถูกรื้อถอนออกไปทั้งหมดในทันที
หลายสัปดาห์หลังจากนั้น ผู้คนจำนวนมากเริ่มทุบทำลายกำแพงด้วยค้อนขนาดใหญ่ แล้วเก็บเศษชิ้นส่วนกำแพงไว้เป็นที่ระลึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
รัฐบาลรื้อถอนกำแพงเบอร์ลินเสร็จสมบูรณ์ในปี 1990 แม้จะเหลือบางส่วนไว้ให้ผู้คนได้ชมในปัจจุบัน
ในปี 1990 เยอรมนีตะวันออกและเยอรมนีตะวันตกได้พูดคุยเรื่องการรวมประเทศ
ในวันที่ 3 ต.ค. 1990 หรือ 11 เดือนหลังจากกำแพงเบอร์ลินล่มสลายเยอรมนีตะวันออกและตะวันตกได้รวมประเทศกันอย่างเป็นทางการ จนเป็นเยอรมนีที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน