โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"กสิกร"​ กาง 4​ โจทย์ แก้ปัญหา​ฝ่าวิกฤต ​เศรษฐกิจฟื้นช้า​

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 02 ธ.ค. 2563 เวลา 05.08 น. • เผยแพร่ 02 ธ.ค. 2563 เวลา 05.08 น.

ธนาคารกสิกรไทย มองจีดีพีไทยผงกดีขึ้น แต่ยังใช้เวลาฟื้นตัว 2-3 ปี เผยพบตัวเลขลูกหนี้กลับมาชำระหนี้ปกติถึง 70% มองเศรษฐกิจรูปแบบใหม่มาแน่ ส่อง 4 เทรนด์หลังโควิด

วันที่ 2 ธันวาคม 2563 นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK กล่าวในงานสัมมนาประชาชาติ “THAILAND 2021 New Game New Normal” ในหัวข้อพิเศษ “New World New Economy” ว่า สิ่งที่ธนาคารเห็นในภาวะวิกฤตคือพอมันมาแล้วเดี่ยวมันก็จะผ่านไป และเมื่อเราผ่านมันไปได้เราก็จะเก่งขึ้นและแกร่งขึ้น โดยโจทย์สำคัญ คือ เราเรียนรู้จากวิกฤตนี้อย่างไรบ้าง

ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยดีกว่าที่คิด เดิมในช่วงไตรมาส 2/63 คาดการณ์ไว้ว่าจีดีพีสิ้นปี 2563 จะติดลบ 10% แต่ปัจจุบันปรับประมาณการใหม่เหลือติดลบ 7% และมาตรการช่วยเหลือผู้บริโภคและธุรกิจ SMEs ผ่านมาตรการพักหนี้ (Debt Holiday) ซึ่งไม่ต้องชำระเงินต้นและดอกเบี้ย ซึ่งพึ่งหมดลงไปเมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา พบว่า สถิติลูกหนี้ของธนาคารกสิกรไทยที่เข้าร่วมมาตรการกลับมาผ่อนชำระได้ตามปกติมากกว่า 70% ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี แต่อย่างไรก็ตามยังคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจจะฟื้นตัวกลับมาสู่สภาวะเศรษฐกิจแบบเดิมได้ต้องใช้เวลา 2-3 ปีด้วยกัน ซึ่งยังคงมีความยาก

“ตอนนี้เรามีความแข็งแกร่ง มีสภาพคล่องเพียงพอ โดยเรายังคงให้ความช่วยเหลือลูกค้าต่อเนื่อง โดยแบ่งลูกค้าเป็นสีเขียว เหลือง แดง โดยสีแดง แม้จะไม่มีโควิดก็ไปไม่ไหว เราก็พร้อมจะคุยกับลูกค้า สีเหลือง เราพร้อมจะปรับโครงสร้างหนี้ให้ลูกค้า เสริมสภาพคล่อง หรือให้คำปรึกษาธุรกิจ และสีเขียว เราพร้อมจะพาลูกค้าออกไปหาตลาดใหม่ๆ และจับคู่ธุรกิจ”

ทั้งนี้ รายได้ภาคการท่องเที่ยว คิดเป็น 12% ของจีดีพี จะเห็นว่านับตั้งแต่ปี 2557 ภาคท่องเที่ยวเป็นพระเอกและค้ำจุนจีดีพีของประเทศให้เติบโตมาโดยตลอด แต่พอเจอการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 กลับหดตัวลงหนัก และภายหลังมีมาตรการไทยเที่ยวไทยรายได้ท่องเที่ยวเริ่มผงกขึ้น และมองว่าหากมีมาตรการต่อเนื่องเพิ่มเติมน่าจะหนุนให้รายได้จากภาคท่องเที่ยวให้ผงกหัวสูงขึ้นไปอีก

ขณะที่การส่งออกภายใต้เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า ซึ่งเป็นความท้าทายในเรื่องของค่าเงินบาทแข็ง และการพัฒนาการของวัคซีน รวมถึงดีมานด์ของตลาดยังไม่กลับมาเหมือนเดิม ทำให้ธุรกิจรายใหญ่หันลงมาเล่นตลาดกลาง และตลาดกลางลงมาแข่งในตลาดเล็ก ซึ่งจะกระทบต่อธุรกิจเอสเอ็มอีให้มีความยากลำบากมากขึ้น

ดังนั้น เศรษฐกิจรูปแบบใหม่จะเกิดขึ้นและมาแน่นอน โดยมีโควิด-19 เป็นตัวเร่ง โดยโจทย์แรก คือ เราจะต้องอยู่รอดให้ได้ ภายใต้การเปลี่ยนแปลงอย่างถาวรของ 4 เทรนด์ ได้แก่

1.โครงสร้างประชากรผู้สูงวัย และ GEN ME

2.การเปลี่ยนแปลงของ Landscape ของสงครามการค้าโลกและสงครามเทคโนโลยี แม้ว่าโจ ไบเดนจะมาแต่จะเห็นการเคลื่อนย้ายเงินลงทุน-การย้ายฐานการผลิตไปสู่ที่ใหม่ๆ ดังนั้น ไทยจะต้องเกาะซัพพลายให้ได้

3.การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี จะเห็นพฤติกรรมผู้บริโภคและคู่ค้าที่เปลี่ยนไป จึงจะต้องตามเทรนด์ให้ทัน

4.การเติบโตอย่างยั่งยืน หากเป็นธุรกิจธนาคารจำเป็นต้องมี Banking License เพื่อไว้ทำธุรกิจฝากเงินและปล่อยสินเชื่อ แต่ธนาคารจะต้องมี Social License ด้วย เนื่องจากปัจจุบันนักลงทุน-ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อม ธนาคารจึงต้องได้รับความไว้วางใจจากสังคมด้วย เนื่องจากผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า คนสนใจเรื่องกรีนมีประมาณ 74% ที่พร้อมจะจ่ายในราคาที่แพงกว่าหากสินค้านั้นรักษาสิ่งแวดล้อม

“เบื้องต้นภายใต้วิกฤตเรามีโจทย์ คือ เราต้องดูแลตัวเองให้รอดก่อน และภาครัฐและธนาคารจะเข้าไปช่วยเหลือได้ ซึ่งหากเรารอด สังคมก็รอด เพราะหากเราต้องการไปเร็ว เราไปคนเดียว แต่หากเราต้องการไปเร็วๆ ไกลๆ ไปได้นานๆ เราจะต้องไปพร้อมกับคนอื่น ไปเป็นแบบ Ecosystem”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...