โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

"ซีแพนเนล" บุกตลาดผนังคอนกรีตสำเร็จรูปลดต้นทุนแรงงาน 50%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 20 ก.ค. 2564 เวลา 09.38 น. • เผยแพร่ 20 ก.ค. 2564 เวลา 05.08 น.

CPANEL เผยธุรกิจครึ่งปีหลังแนวโน้มเติบโตแม้ภาพรวมอสังหาฯชะลอ ผนังคอนกรีตสำเร็จรูป Precast ได้รับความนิยมเพิ่ม แก้ปัญหางานก่อสร้าง ผู้ประกอบการ ผู้รับเหมา เน้นความรวดเร็ว ลดสต๊อก ลดต้นทุน ชูกลยุทธ์กระจายความเสี่ยงขยายฐานลูกค้าโครงการใหม่ทั้งแนวราบ และแนวสูง โชว์ Backlog 900 ล้านบาท ตั้งเป้าอัตราเติบโตของยอดขาย 40%

วันที่ 20 กรกฎาคม 2564 นายชาคริต ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีแพนเนล จำกัด (มหาชน) หรือ CPANEL ผู้ผลิตและจำหน่ายผนังคอนกรีตสำเร็จรูป (Precast) เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ในภาวะอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวจากภาวะเศรษฐกิจ และมาตรการปิดแคมป์คนงานก่อสร้าง 1 เดือน (28 มิถุนายน-27 กรกฎาคม 2564) ในพื้นที่ 10 จังหวัดสีแดงเข้ม

ทั้งนี้ บริษัทได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวเล็กน้อย และเป็นผลระยะสั้นเนื่องจากลูกค้าของบริษัทส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการที่มีความสามารถในการเติบโต อีกทั้งมีการขยายโครงการออกต่างจังหวัดมากขึ้น จึงมีคำสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ผนังคอนกรีตสำเร็จรูป Precast ได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์และผู้รับเหมา ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่มีการประกาศมาตรการรับมือต่าง ๆ อาทิ การจำกัดจำนวนคนในพื้นที่ โดย Precast สามารถลดต้นทุนแรงงานประมาณ 50% อีกทั้งสามารถแก้ปัญหางานก่อสร้าง ช่วยลดสต๊อก ลดเวลาและขั้นตอนในการก่อสร้าง (รวมงาน Finishing) 30% ส่งผลให้ต้นทุนรวมของการก่อสร้างลดลง 15% ซึ่ง CPANEL มีเทคโนโลยีก่อสร้างที่ตอบสนองในเรื่องดังกล่าว ถือเป็นโอกาสของบริษัทมีแนวโน้มการรับงานสูงขึ้นในอนาคต

“ในอนาคต Precast จะเข้ามาทดแทนการก่อสร้างรูปแบบเดิมมากขึ้น โดยเฉพาะการก่อสร้างบ้านแนวราบ โดยสถานการณ์โควิด-19 เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคโควิดทำให้ต้องการพื้นที่ส่วนตัวมากขึ้น อีกทั้งเทคโนโลยีการขนส่งทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นบริการส่งถึงบ้าน (Delivery door to door) หรือระบบขนส่งมวลชน (Mass transportation) เป็นปัจจัยสนับสนุนทำให้ประชากรกระจายตัวออกไปอยู่นอกเมือง เชื่อว่าจะทำให้มีความต้องการบ้านแนวราบมากขึ้น” นายชาคริตกล่าว

บริษัทมีแผนเพิ่มปริมาณคำสั่งซื้อลูกค้าเดิม พร้อมกระจายความเสี่ยงขยายฐานลูกค้าโครงการใหม่ทั้งแนวราบและแนวสูง ถือเป็นการขยายโอกาสการรับงานให้มีความหลากหลาย ปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจาและรอเซ็นสัญญาหลายโครงการ

ขณะเดียกัน บริษัทยังคงเดินหน้าเข้าประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีมูลค่างานในมือ (Backlog) 900 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ภายใน 3 ปี ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตผนังคอนกรีตสำเร็จรูปของบริษัทอยู่ที่ประมาณ 60-70% โดยบริษัทตั้งเป้าอัตราเติบโตของยอดขาย 40%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...