มติเอกฉันท์! 253 สภาผ่านงบ 3.2 ล้านล้าน ฝ่ายค้านโหวตงดออกเสียง 'สุทิน' ขอ รบ.เอาไปทำให้ดี
มติเอกฉันท์! 253 สภาผ่านงบ 3.2 ล้านล้าน ฝ่ายค้านโหวตงดออกเสียง ‘สุทิน’ ขอ รบ.เอาไปทำให้ดี ปท.จะเดินได้ด้วยเงินก้อนนี้ก้อนเดียว
เมื่อวันที่ 11 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ตั้งแต่ในช่วงบ่ายเป็นการพิจารณาในมาตรา 44 ว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายแผนงานบูรณาการพัฒนาคุณภาพการศึกษา และการเรียนรู้เป็นต้นไป การอภิปรายเริ่มไหลลื่นมากขึ้น เพราะมีจำนวน กมธ.และ ส.ส.อภิปรายน้อยลง แต่ละคนใช้เวลาอภิปราย 7-8 นาที ไม่เกินกรอบเวลาที่ตกลงกันไว้ ขณะที่บางมาตราไม่มีสมาชิกคนใดสนใจอภิปรายเลย ทำให้การประชุมเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่มีเหตุวุ่นวาย สามารถลงมติได้อย่างรวดเร็วในหลายมาตราโดยใช้เวลาเพียงประมาณ 1 ชั่วโมง
กระทั่งเวลา 16.05 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางมาเข้าร่วมรับฟังการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ในช่วงมาตรา 51 ทำให้บรรยากาศในห้องประชุมกลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยสมาชิกหลายคนต่างกลับมาอภิปรายในมาตรา 52 รายจ่ายแผนงานบุคลากรภาครัฐ วงเงิน 777,559,875,400 บาท อาทิ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กมธ.เสียงข้างน้อย นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่
ย้อนอ่าน : ‘บิ๊กตู่’ โผล่สภาฯ ร่วมฟังอภิปรายงบ 63 ส.ส.รัฐบาลต้อนรับอบอุ่น
ขณะที่นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ลุกขึ้นอภิปรายยืนยันว่า ที่ผ่านมาฝ่ายค้านไม่เคยเตะถ่วง อยากใช้เวลาให้คุ้มค่า จริงๆ พวกตนไม่อยากให้ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ผ่านตั้งแต่วาระแรก โดยขอให้รัฐบาลไปปรับเกลี่ยงบความมั่นคงให้ด้านเศรษฐกิจ แต่ก็ไม่เห็นทำ เพราะขณะนี้เราตกอยู่ในสภาพที่เศรษฐกิจหายใจด้วยเส้นเลือดเดียว คืองบประมาณแผ่นดินเท่านั้น เพราะการท่องเที่ยว ส่งออกต่างติดลบ ไม่ได้เงินจากต่างประเทศ ถ้าเงินงบประมาณแผ่นดินไม่ออก เราเจ๊งกันทั้งประเทศ ดังนั้น งบประมาณก้อนนี้ต้องผ่าน ฝ่ายค้านจึงจะงดออกเสียงให้ในฐานะเป็นผู้หนึ่งต้องรับผิดชอบต่อประเทศ ส่วนงบจะผ่านหรือไม่อยู่ที่รัฐบาลต้องไปบริหารเสียงกันเอง ขอฝากว่า อะไรที่โยกได้ ปรับได้ ก็อยากให้ปรับแก้ในชั้นบริหารงบประมาณ ส่วนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 ที่กำลังจะมา อยากให้นำข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นในงบประมาณรายจ่ายปี 2563 ไปปรับปรุงต่อไป
ในที่สุดเวลา 17.30 น. ที่ประชุมได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณในวาระสองครบทั้ง 55 มาตรา ก่อนที่ประชุมลงมติในวาระสาม เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ปี 2563 ทั้งฉบับด้วยคะแนน เห็นด้วย 253 ไม่เห็นด้วยไม่มี งดออกเสียง 196 ไม่ลงคะแนน 1
จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ขอขอบคุณประธานสภาและสมาชิกที่ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2563 ซึ่งเราถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่จะใช้ในการขับเคลื่อนแนวทางแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่นคงแห่งชาติ ฉบับที่ 12 แผนการปฏิรูปประเทศ รวมทั้งนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล โดยมุ่งเน้นการบูรณาการทั้งในเชิงยุทธศาสตร์และพื้นที่ เพื่อผลผลิตของการเจริญเติบโตประเทศ เพื่อความยั่งยืน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเสริมสร้างศักยภาพของสังคม ลดความเหลื่อมล้ำในการใช้งบประมาณให้บรรลุเป้าหมายและประสิทธิผล ให้เกิดประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความซ้ำซ้อน กระจายผลประโยชน์สู่ประชาชนโดยตรงอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม ตามคำแนะนำรวมถึงข้อเสนอและข้อห่วงใยที่สมาชิกได้เสนอแนะตลอดการประชุม
“รัฐบาลขอรับไว้ด้วยความขอบคุณ และจะนำไปประกอบการพิจารณาปรับปรุงการดำเนินงานของส่วนราชการและหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ประโยชน์จากการใช้เงินงบประมาณมากที่สุด นอกจากนั้นขอขอบคุณ กมธ.วิสามัญทุกคนที่ได้ให้ความสำคัญเสียสละ และร่วมมือกันในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบอย่างเต็มที่จนสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี รวมทั้งข้อสังเกตของคณะ กมธ.วิสามัญในการจัดทำงบประมาณในลักษณะบูรณาการ เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามเป้าของแผนงานมากขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการบริหารราชการรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลจะได้นำไปประกอบการพิจารณาปรับปรุงการดำเนินงานเพื่อให้การจัดสรรทรัพยากรมีความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้ ผมให้ความมั่นใจว่านโยบาย มาตรการ และงบประมาณที่อนุมัติที่นำไปใช้จ่ายครั้งนี้ จะนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์และแผนงานที่กำหนด โดยรัฐบาลจะกำกับดูแลเพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณดังกล่าวมีความโปร่งใสและบรรลุผลสำเร็จตามนโยบายที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพประสิทธิผล เพื่อให้ประเทศมั่นคง ประชาชนมั่งคั่งอย่างยั่งยืนตามความมุ่งหวังของรัฐบาล และท่านสมาชิกสภาแห่งนี้ต่อไป” นายกรัฐมนตรีกล่าว
ต่อมา นายชวนกล่าวว่า ขอถือโอกาสนี้เรียนสมาชิกทุกท่านว่า ในนามของตนและรองประธานทั้งสองท่าน ที่ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ต้องขอขอบคุณพวกเราทุกคนที่มีความรับผิดชอบ คำนึงถึงภารกิจที่ประชาชนให้เราเข้ามาทำหน้าที่ มีความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง ต่อประชาชน ขอบคุณทุกท่านที่แสดงความจริงใจ เพราะรู้ว่าเราเหนื่อยกันทุกคนในช่วง 4 วัน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ก็ต้องเหนื่อยกว่าเรา วันหยุดก็ต้องมาทำงาน ขอให้พวกเราทุกคนใช้วันหยุดชดเชยสมกับที่ได้อดหลับอดนอนมาหลายวัน ตนขอขอบคุณจากใจ จากนั้น นายชวนได้ปิดการประชุมเวลา 17.42 น.
ทั้งนี้ รวมระยะเวลาที่สภาพิจารณาวาระสองและวาระสาม รวม 4 วัน 3 คืน หรือ 56 ชั่วโมง สำหรับขั้นตอนต่อไปคือการส่งร่าง พ.ร.บ.งบ 63 ที่สภาให้ความเห็นชอบส่งให้วุฒิสภาพิจารณาต่อไป ทั้งนี้ วุฒิสภามีเวลาพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 20 วัน นับจากวันที่รับร่างจากสภา โดยเบื้องต้นวิปวุฒิสภากำหนดนัดประชุมวันที่ 20 มกราคมนี้