กรมทางหลวงเล็งสร้างสะพานลอยข้ามทางรถไฟ บริเวณสี่แยกวังน้อย-ต่อทางของเทศบาล
นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า ทล. เตรียมศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมสะพานลอยข้ามทางรถไฟ บริเวณจุดตัดทางหลวงหมายเลข 309 สี่แยกวังน้อย-ต่อทางของเทศบาลพระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อลดอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางรถไฟ โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมและการมีส่วนร่วมของประชาชน ทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมสะพานลอยข้ามทางรถไฟ เพื่อให้ประชาชนและผู้อาศัยในพื้นที่ได้รับทราบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโครงการทั้งรูปแบบการพัฒนาโครงการและผลการศึกษาสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE)
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพื้นที่ตั้งโครงการพบว่ามีอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาที่ขึ้นบัญชีแหล่งมรดกโลกประเภทมรดกโลกทางวัฒนธรรมตามอนุสัญญาระหว่างประเทศและโบราณสถาน แหล่งโบราณคดี แหล่งประวัติศาสตร์ ในรัศมี 2 กิโลเมตร จึงต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่ง ทล. ว่าจ้างบริษัท พรี ดีเวลลอปเมนท์ คอนซัลแตนท์ จำกัด ให้ดำเนินการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมในโครงการดังกล่าว เพื่อให้สอดคล้องกับประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาโครงการ
นายธานินทร์ กล่าวว่าสำหรับโครงการดังกล่าว มีรูปแบบโครงสร้างสะพานเป็นแบบ Directional Ramp เชื่อมกับสะพานเดิมทั้งขาไปและขากลับบนทางหลวงหมายเลข 309 จำนวน 2 แห่ง 1.สะพานข้ามทางรถไฟ (Ramp 1) ขนาด 1 ช่องจราจร ความยาว 275 เมตร เชื่อมต่อระหว่างทางหลวงหมายเลข 309 กับถนนเลียบทางรถไฟด้านทิศใต้เพื่อไปยังวัดพนัญเชิงวรวิหาร
2.สะพานข้ามทางรถไฟ (Ramp 2) ขนาด 1 ช่องจราจร ความยาว 235 เมตร เชื่อมต่อระหว่างถนนเลียบทางรถไฟด้านทิศเหนือกับทางหลวงหมายเลข 309 ไปยังทางหลวงหมายเลข 32 โดยพื้นที่การศึกษาจะครอบคลุมพื้นที่ใน 5 ตำบล ได้แก่ ต.ไผ่ลิง ต.หัวรอ ต.หอรัตนไชย ต.กะมัง และต.คลองสวนพูล อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันบริเวณพื้นที่ศึกษาโครงการมีจำนวนรถไฟที่ผ่านทั้งสิ้นประมาณ 47 ขบวน/วัน และมีปริมาณการจราจรประมาณ 20,864 คัน/วัน โดยบริเวณจุดตัดระหว่างทางหลวงกับทางรถไฟถือเป็นจุดเสี่ยงที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้บ่อยครั้ง กรมทางหลวงจึงดำเนินโครงการก่อสร้างสะพานจุดตัดทางรถไฟทั่วประเทศ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม เพื่อช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางรถไฟ เพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้ทางและอำนวยความสะดวกในการสัญจรให้รวดเร็วยิ่งขึ้น