โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตรึงไม่ไหว ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล เตรียมปรับขึ้นราคา

tvpoolonline.com

อัพเดต 11 ก.ค. 2567 เวลา 11.11 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2567 เวลา 04.11 น. • TV Pool

ผู้สื่อข่าวรายงาน ความคืบหน้าการกำหนดราคาขายปลีกน้ำมัน ดีเซล ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. เป็นต้นไปภายหลังครบกำหนดกรอบราคาไม่เกิน 33 บาทต่อลิตร ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่กำหนดให้ตรึงราคาขายปลีกตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย.-31 ก.ค.นี้ โดยมีแนวโน้มว่าคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) จะมีการพิจารณาแนวทางการปรับขึ้นราคา น้ำมันดีเซล แบบทยอยขึ้นกรอบ 1 บาทต่อลิตร ทำให้ราคาปลายทางไปแตะที่ระดับไม่เกิน 34 บาทต่อลิตร เพื่อรักษาสภาพคล่องให้กับกองทุนน้ำมัน ที่ปัจจุบันฐานะ ณ วันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา ติดลบ 111,595 ล้านบาท แบ่งเป็น บัญชีน้ำมันติดลบ 63,944 ล้านบาท และบัญชีก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ติดลบ 47,651 ล้านบาท

ทั้งนี้ ในปัจจุบันราคาน้ำมันดีเซลตลาดโลก ยังมีความผันผวนสูง แม้ช่วงเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา แนวโน้มลดลงเล็กน้อยจนกองทุนน้ำมันลดการอุดหนุนระดับ 4 บาทต่อลิตร สามารถเก็บเงินผู้ใช้น้ำมันดีเซลเข้าไปสะสมในกองทุนน้ำมันสำเร็จ แต่ขณะนี้แนวโน้มกลับมาขึ้นอีกครั้ง ทำให้กองทุนน้ำมัน ต้องอุดหนุนกว่า 2 บาทต่อลิตร สถานการณ์ดังกล่าวหากไม่ปรับราคาหลังวันที่ 31 ก.ค. อาจทำให้กองทุนน้ำมัน มีสถานการณ์ติดลบรุนแรง

ขณะเดียวกัน ก่อนที่ กบน.จะพิจารณาแนวทางปรับราคา ในเดือน มิ.ย.จนถึงขณะนี้ กบน.ได้พยายามดำเนินการอีก 2 แนวทางเพื่อไม่ให้กระทบต่อราคาขายปลีก แต่ด้วยสถานการณ์และปัจจัยต่างๆ พบว่าไม่น่าจะดำเนินการได้ ประกอบด้วย 1.การส่งหนังสือถึงสำนักงบประมาณ เพื่อขอใช้งบกลางปี 2567 วงเงิน 6,500 ล้านบาท แบ่งเป็น น้ำมันดีเซล 6,000 ล้านบาท และแอลพีจี 500 ล้านบาท เป็นตามที่ ครม.อนุมัติไว้ภายใต้เงื่อนไขให้ใช้กลไกกองทุนน้ำมันดูแลราคาน้ำมันและแอลพีจีก่อน แต่ได้รับการประสานอย่างไม่เป็นทางการว่างบกลางมีจำกัด อาจไม่สามารถนำมาดูแลราคาน้ำมันดีเซลและแอลพีจีได้ 2.การเสนอให้กระทรวงการคลัง โดยกรมสรรพสามิต ลดการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตดีเซลลง ในอัตราที่เหมาะสม เบื้องต้นจากท่าทีของกระทรวงการคลัง ไม่ตอบรับการลดภาษีดังกล่าว เพราะจำเป็นต้องจัดเก็บรายได้ตามเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนด

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า จะติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอย่างใกล้ชิดทั้งสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพ 18 หมวด และสินค้าอื่นนอกเหนือจากนี้ เพราะราคาน้ำมันดีเซล เป็นต้นทุนการขนส่ง และต้นทุนการขนส่งก็เป็นหนึ่งในต้นทุนของสินค้า ซึ่งแต่ละสินค้าจะได้รับผลกระทบต่างกัน ไม่ใช่เท่ากับทุกสินค้า อย่างไรก็ตาม กรมการค้าภายในยังคงขอความร่วมมือผู้ผลิตให้ตรึงราคาขายต่อไป

อย่างไรก็ตาม หากรายใดแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้นไม่ไหว หากจะขอปรับขึ้นราคาก็จะพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรม และอยู่ร่วมกันได้ โดยผู้ผลิตทั้งต้นทาง และปลายทางยังสามารถผลิตสินค้าต่อไปได้ ไม่ขาดทุนจนต้องปิดกิจการ หรือหยุดผลิตจนทำให้เกิดปัญหาสินค้าขาดแคลน และผู้บริโภคก็จะได้รับผลกระทบน้อยที่สุด รวมถึงจะขอความร่วมมือห้างค้าปลีกค้าส่ง ห้างสรรพสินค้าต่างๆ จัดโปรโมชันลดราคาขายสินค้าหมุนเวียนรายการสินค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยลดค่าครองชีพประชาชนด้วย

สำหรับสินค้าทั้ง 18 หมวด ได้แก่ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป, หมวดอาหารสด (ไข่ไก่ เนื้อสัตว์), อาหารกระป๋อง, ข้าวสารถุง, ซอสปรุงรส, น้ำมันพืช, น้ำอัดลม, นมและผลิตภัณฑ์จากนม, เครื่องใช้ไฟฟ้า, ผลิตภัณฑ์ซักล้าง, ปุ๋ย, ยาฆ่าแมลง, อาหารสัตว์, เหล็ก, ปูนซีเมนต์, กระดาษ, ยา, เวชภัณฑ์และบริการทางการแพทย์ และบริการผ่านห้างค้าปลีก-ส่ง.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...