โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างชาติฮือฮา! ‘ก้อยปลา’ เมนูมรณะ คำเดียวอาจถึงตาย

อีจัน

อัพเดต 14 ก.ย 2566 เวลา 10.49 น. • เผยแพร่ 14 ก.ย 2566 เวลา 10.49 น. • อีจัน

ต่างประเทศกำลังพูดถึงอาหารไทยเรา อย่าง ก้อยปลา กันเพียบเลยค่ะ โดยมองว่าเป็นอาหารไทย ที่อันตรายถึงชีวิต กินเพียงคำเดียวอาจทำให้เป็นมะเร็ง ซึ่งสื่อต่างประเทศยังระบุอีกว่าเมนูดังกล่าวได้คร่าชีวิตคนไปแล้ว 20,000 ราย

วานนี้ (14 ก.ย.66) หลายสื่อในต่างประเทศ ได้ออกมาเตือนว่า ก้อยปลา ที่ประกอบด้วยปลาดิบสับละเอียด ผสมกับสมุนไพร เครื่องเทศ และน้ำมะนาวนั้น ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในภาคอีสาน ของประเทศไทย ซึ่งเป็นเมนูที่ควรหลีกเลี่ยงมากๆ เพราะกินเพียงคำเดียวอาจทำให้เกิดมะเร็งได้ และอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตเลยค่ะ โดยในแต่ละปีมียอดผู้เสียชีวิตมากถึง 20,000 ราย

อย่างไรก็ตาม ปลาไม่ใช่สาเหตุที่ก่อให้เกิดมะเร็ง แต่เกิดจากพยาธิตัวแบน หรือพยาธิใบไม้ที่อาศัยอยู่ภายในตัวปลานั่นเอง โดยปรสิตเหล่านี้มีถิ่นกำเนิดในปลาน้ำจืดในบริเวณแม่น้ำโขง ส่งผลให้ผู้คนในภาคอีสานมีผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดี หรือมะเร็งตับที่สูงที่สุดในโลก เนื่องจากผู้คนจำนวนมากชอบกินปลาดิบ

ทั้งนี้ ศ.นพ.ณรงค์ ขันตีแก้ว หัวหน้าโครงการแก้ปัญหาพยาธิใบไม้ในตับและมะเร็งท่อน้ำดีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และรองประธานมูลนิธิมะเร็งท่อน้ำดี เคยเปิดเผยไว้ว่า ประเทศไทยรู้จักกับพยาธิใบไม้ในตับมานาน โดยพยาธิดังกล่าวอยู่ในปลาน้ำจืดเข้าสู่ร่างกายคนผ่านการกินอาหารประเภทปลาดิบๆ อย่าง ปลาส้ม ปลาร้า

ซึ่งเมื่อรับเอาพยาธิเข้าไปแล้ว จะไปฝังตัวในท่อน้ำดีเป็นเวลานานทำให้บริเวณดังกล่าวเกิดการอักเสบเรื้อรัง 30-40 ปี และพบว่า 10% จะกลายเป็นมะเร็งท่อน้ำดี หากตรวจพบเร็วก็สามารถรักษาให้หายได้ แต่ถ้าช้าก็อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

น่ากลัวมากๆ เลยค่ะทุกคน ที่ผ่านมาพบว่ามีผู้เสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 80% แถมประเทศไทย ยังเป็นประเทศที่มีผู้ป่วยเป็นมะเร็งท่อน้ำดีมากที่สุดในโลกอีกด้วย เพราะฉะนั้น แนะนำว่าหลีกเลี่ยงการกินปลาดิบกันเถอะค่ะ ป่วยมาไม่คุ้มเลย

ข้อมูลจาก: https://www.dailystar.co.uk/ / https://www.mirror.co.uk/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...