โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

โชคชะตาครั้งนี้ฉันจะเปลี่ยนแปลงมันเอง

นิยาย Dek-D

อัพเดต 02 ก.ย 2568 เวลา 02.23 น. • เผยแพร่ 24 เม.ย. 2561 เวลา 17.00 น. • YU KA RI
กลับมาในอดีตครั้งนี้ฉันจะเปลี่ยนทุกอย่าง ฉันจะไขว่คว้าทุกสิ่งมาด้วยมือคู่นี้ ไม่ว่าจะเป็นความรัก หรือ อำนาจ ฉันจะไม่ยอมให้มันเป็นเหมือนเมื่อก่อนอีกเด็ดขาด !!

ข้อมูลเบื้องต้น

เอจิ ผู้ที่เลือกเดินทางชีวิตที่ผิดทำให้ถูกไล่ออกจากบริษัทที่ทำงาน เพราะว่าสาวสวยของบริษัทมาสนิทสนมกับเขา จึงทำให้โดนลูกชายเจ้าของบริษัทหมั่นไส้เข้า และใช้อำนาจในการไล่เขาออก มิหนำซ้ำยังจ้างพวกอันธพาลมาทำร้าย จนเอจิไม่สามารถทนรับความเจ็บนี้ไว้ได้และตอนที่กำลังจะหมดสตินั้น เขาได้พูดออกมาด้วยเสียงที่แผ่วเบาว่า"หากย้อนกลับไปได้ล่ะก็ ฉันจะไม่ทำตัวน่าสมเพชแบบนี้อีก"
ปล. นิยายเรื่องนี้เป็นการดำเนินชีวิตแบบทั้งชิลบ้างโหดบ้าง และมีการอิงมาจากของจริงบ้างและจินตนาการบ้างนะครับ ถ้าอยากจะติเตือนอะไรก็คอมเมนต์กันได้ อยากจะบอกว่าอะไรไม่สมเหตุสมผลก็ได้ แต่อยากจะคิดเสมอว่ามันเป็นนิยายแฟนตาซีครับ มันไม่สมเหตุสมผลตั้งแต่ย้อนเวลาแล้วครับ ขอบคุณมากครับที่สนุบสนุนและแนะนำ ไร่ท์จะเอาไปปรับปรุงแน่นอนครับ

กลับมาอดีตอีกครั้ง (RW)

“หากย้อนกลับไปได้ล่ะก็ ฉันจะไม่ทำตัวน่าสมเพชแบบนี้อีก”

ชายหนุ่มพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาก่อนที่เขาจะหมดสติลงอย่างช้าๆ

“คำขอร้องของเจ้านั้นข้าจะยอมรับเอาไว้ก็แล้วกัน ข้าเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าชีวิตเจ้าจะเป็นอย่างไร เอาเถอะข้าจะให้ของขวัญกับเจ้าหน่อยก็แล้วกัน หวังว่ากลับไปแล้วเจ้าจะเปลี่ยนแปลงชีวิตที่น่าเวทนานี้ได้ล่ะ”

เสียงที่ดังขึ้นนี้คือมหาเทพผู้สร้าง ผู้ที่อยู่บนจุดสูงสุดของวัฏจักรสงสารและจักรวาลนี้หรือที่มนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้เรียกว่า “พระเจ้า”

“เพราะคำขอของเจ้านั้นมันแรงกล้าเกินกว่าที่ข้าจะเมินเฉยได้ เพราะฉะนั้นขอให้เจ้าโชคดีกับการมีชีวิตอีกครั้งล่ะผู้เปลี่ยนแปลงเอ๋ย”

เสียงที่กำลังพูดอยู่นั้นค่อยๆเลือนหายไปในอากาศเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อนเลย พร้อมกับใบไม้ที่กลับมาร่วงหล่นอีกครั้ง และแน่นอนว่าเสียงนั้นชายหนุ่มเองก็ไม่ได้ยินเช่นกัน..

….

07:00 น , ณ บ้านของเอจิ

ติ๊ด! ติ๊ด!

“เฮือกกก”

เอจิสะดุ้งตื่นขึ้นมาในห้องสี่เหลี่ยมขนาด 4x4 เมตร เนื่องจากเสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น สภาพของเอจิในตอนนี้เต็มไปด้วยเหงื่อทั่วทั้งใบหน้าและบริเวณเสื้อของเขาเองก็เปียกชุ่มเช่นกัน

หลังจากผ่านไปประมาณ 1-2 นาที เขาเริ่มสงบสติได้แล้วจึงหันไปมองทั่วห้องด้วยความสงสัยปนสับสน

“นี่ฉันอยู่ที่ไหน? และนี่ฉันมานอนอยู่บนเตียงได้ยังไงเนี่ย ไม่ใช่ว่าฉันต้องนอนหมดสภาพอยู่ข้างริมแม่น้ำหรอกเหรอ? จะว่าไปเตียงนี่มันก็คุ้นๆแฮะ ห้องนี่ก็ด้วย เหมือนห้องของฉันที่บ้านหลังเก่าเลย…ห๊ะ!”

หลังจากที่ค่อยๆทบทวนความทรงจำเอจิถึงกับร้องดังลั่นห้องจนเสียงดังไปจนถึงข้างล่าง

“เอจิลูก…ตื่นแล้วลุกไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วลงมากินข้าวได้แล้ว”

เสียงของหญิงสาววัยกลางคนเรียกเขาดังขึ้นมาจนทำให้เขาสะดุ้งเฮือกทันทีด้วยความตกใจ และเมื่อทำการรวบรวมสติพร้อมกับจัดลำดับเหตุการณ์ในสมองอย่างรวดเร็ว เขาก็ได้ตะโกนตอบเสียงนั้นกลับไปว่า

“ค..ครับแม่รอแปปนึง”

‘นี่เสียงของแม่สินะ จำได้ว่าหลังจากที่จบ ม.ปลาย ฉันก็ได้ไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยในเมืองจนต้องย้ายที่อยู่ไปอยู่ที่หอพักจนแทบจะไม่ได้กลับมาบ้านเลยเพราะต้องทำงานพาร์ทไทม์’

เอจิคิดในใจถึงตอนที่จบม.ปลายและได้ออกจากบ้านไปเรียนต่อที่กรุงเทพ ใช่ เอจินั้นเป็นชื่อที่พ่อตั้งให้เพราะว่าพ่อแม่ของเขาชอบดูหนัง ดูซีรีส์ญี่ปุ่นมากในเวลาว่างจึงได้นำมาตั้งชื่อให้ลูกชายคนแรกของตนเอง

“ช่างเถอะ นี่คงจะเหมือนนิยายแฟนตาซีที่ฉันเคยอ่าน ไม่รู้หรอกนะว่าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ยังไงแต่มันก็เป็นไปแล้ว ฉันได้กลับมาในช่วงที่อยู่ ม.ปลาย จะว่าไปนี่ปีไหนกันนะ?” ว่าแล้วเอจิก็เดินไปหยิบโทรศัพท์เก่าๆมือสองซึ่งวางอยู่บนโต๊ะออกมาเปิดดู

“อืม วันที่ 14 สิงหาคม ปี 2008 เป็นช่วงที่อยู่ ม.6 ล่ะมั้ง นี่ฉันย้อนเวลากลับมาถึง 10 ปีเลยงั้นเหรอ แต่ก็ดี นี่เป็นช่วงปิดเทอมกำลังจะขึ้นเทอม 2 พอดีเลย มีเวลาหนึ่งเดือนกว่าโรงเรียนจะเปิดคงต้องปรับตัวซักหน่อยกับเรื่องแบบนี้”

ก่อนที่จะย้อนกลับมานั้นเอจิมีอายุ 28 ปีพอดี หลังจากที่เขาบ่นกับตัวเองเสร็จแล้วก็ได้เดินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ประมาณ 30 นาที ก็ได้ลงมาข้างล่างเห็นแม่และน้องสาวกำลังนั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารและมีอาหารอยู่สองสามอย่าง

“พี่ลงมาสายตลอดเลยนะ หนูหิวจะแย่อยู่แล้ว” มิกะน้องสาวของเอจินั้นตอนนี้มีอายุ 13 ปี เธอบ่นและทำสายตายคาดโทษมองไปทางเอจิ

“น่าๆ พี่ขอโทษพอดีพี่หลับเพลินไปนิดหน่อยน่ะ” เอจิพูดขอโทษน้องสาวพลางเอามือไปลูบหัวของเธออย่างสนุกสนานและเดินไปนั่งในที่ของตัวเองทันที

“หึ!” มีเสียงดังอยู่ในลำคอของสาวน้อยก่อนที่จะหันไปและเริ่มทานข้าว

“เอจิ เดือนหน้าก็จะเปิดเทอมอยู่แล้ว อย่าเอาแต่เล่นเกมหันมาสนใจอนาคตได้แล้วนะลูก” เสียงของผู้หญิงวัยกลางคนอายุประมาณ 40-45 ปี พูดขึ้นมาด้วยเสียงที่อ่อนโยน นั่นก็คือแม่ของเอจิที่นั่งอยู่หัวโต๊ะนั่นเอง

“ครับแม่ อาหารน่ากินทั้งนั้นเลยนะครับ กินเลยดีกว่า”

หลังจากที่ทั้งสามคนพูดคุยกับเสร็จก็เริ่มลงมือทานอาหารและพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน มันเป็นมื้อที่เอจิมีความสุขมากหลังจากที่เขาไปเรียนมหาลัยและเริ่มทำงาน เขาก็แทบจะไม่มีเวลากลับมาที่บ้านเลย จะส่งมาก็เพียงแค่เงินเดือนของเขาเท่านั้น

ครอบครัวของเอจินั้นไม่ได้มีฐานะที่ร่ำรวยอะไร ออกไปทางยากจนซะด้วยซ้ำและเขาก็อาศัยอยู่บ้านหลังเล็กๆในแถบชานเมืองกับแม่และน้องสาว ส่วนพ่อของเอจินั้นเสียชีวิตไปตั้งแต่เอจิอายุได้ 10 ปี เพราะอาการหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน

เนื่องมาจากที่พ่อหักโหมทำงานหนักเพื่อเลี้ยงดูครอบครัวซึ่งในตอนนั้นเองมิกะเพิ่งจะมีอายุแค่ 3 ขวบเท่านั้นและแม่ของเอจิเองก็ต้องเลี้ยงดูลูกจึงไม่ได้ทำงาน เพราะฉะนั้นรายได้หลักจึงมาจากพ่อของเอจิเพียงคนเดียว

หลังจากที่พ่อของเขาเสียชีวิต นับตั้งแต่นั้นแม่ก็ต้องไปทำงานที่โรงงานเย็บเสื้อผ้า มีรายได้วันละ 300 บาทเท่านั้นซึ่งมันไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายเลยแม้แต่น้อย

“แม่ครับ ผมสัญญาผมจะดูแลแม่กับมิกะเอง แม่รอผมอีกสักหน่อยนะครับ” อยู่ๆเอจิก็พูดขึ้นมาด้วยสีหน้าที่จริงจัง ทำให้แม่และมิกะที่อยู่ข้างๆแปลกใจมาก แต่ภายในใจทั้งคู่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก

“ไม่ต้องเป็นห่วงแม่ขนาดนั้นหรอกลูก แม่ยังไหวแค่นี้เอง”

แม่พูดออกมาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มเมื่อเห็นหน้าของเอจิที่จริงจัง แม้จะทำงานหนักจะเหนื่อยแค่ไหนเพียงแค่ลูกๆของเธอมีข้าวกินและได้เรียนหนังสือมันก็ทำให้เธอมีความสุขมากแล้ว

เอจิในตอนนี้ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาก็คงจะไม่ได้คิดอะไรมากเพราะว่าเขานั้นเชื่อแม่อย่างสุดหัวใจ แต่ในตอนนี้เขานั้นมีจิตสำนึกที่เกินกว่าวัยแล้ว แค่มองตาของแม่ก็รู้แล้วว่าแม่เหนื่อยแค่ไหน แม้จะพยายามปิดบังความเหนื่อยแต่มันก็สะท้อนออกมาจากสภาพร่างกายของแม่หมดแล้ว

เขาในตอนนี้ทำอะไรยังไม่ได้จึงได้แต่ยิ้มและเชื่อฟังแม่เท่านั้น

“ครับ เดี๋ยวผมขึ้นห้องก่อนนะครับ”

หลังจากที่เดินกลับขึ้นมาบนห้องแล้วเอจิก็ล้มตัวลงนอนพลางคิดเกี่ยวกับชีวิตใหม่นี้ สักพักก็หยิบหนังสือภาษาอังกฤษที่อยู่บนหัวเตียงขึ้นมาเปิดดูเพื่อดูเนื้อหาวิชาเรียนในช่วงนั้น

ติ๊ง!

[คุณต้องการเรียนรู้ ภาษาอังกฤษ หรือไม่ ?]

“เอ๊ะ!”

เอจิอุทานขึ้นมาหลังจากที่เห็นข้อความใสๆที่มีขนาดประมาณหนึ่งหน้ากระดาษ A4 ลอยขึ้นมาอยู่ตรงหน้าของเขา

“นี่มันเหมือนในเกมเลยนิหว่า”

เอจิรู้สึกตื่นเต้นและยิ้มออกมาอย่างมีความสุขหลังจากที่เห็นหน้าจอเด้งขึ้นมาพร้อมกับพูดว่า

“ใช่”

ติ๊ง!

[คุณได้รับทักษะภาษาอังกฤษขั้นต้น ค่าประสบการณ์ 22.8%]

“โอ้ สุดยอด” เอจิพูดออกมาอย่างตื่นเต้น

“ถ้าหากเป็นแบบนี้แสดงว่ามันก็ต้องมีหน้าต่างสถานะสินะ งั้นลองดูละกัน”

'สถานะ'

เอจิเพียงแค่คิดในใจถึงหน้าต่างสถานะแค่นั้น ภาพหน้าต่างที่มีขนาดไม่ต่างจากก่อนหน้านี้ปรากฏขึ้นมาอยู่ตรงหน้าของเขาพร้อมกับรายละเอียดเขียนไว้

ชื่อ : เอจิ

อายุ : 18 ปี

อาชีพ : นักเรียน

Str : 8

Agi : 10

Int : 15

Luk : 5,005

ทักษะ

- พรแห่งผู้สร้าง

เป็นพรที่ผู้สร้างนั้นได้ให้แก่ผู้ที่สมควรจะได้ +Luk 5,000 ถาวร

- ภาษาอังกฤษ (ขั้นต้น)

สามารถอ่าน เขียน พูด ภาษาอังกฤษได้ในระดับเบื้องต้น

ร้านค้า Lv.0

คะแนน 0

“หืม ? ทำไมค่า Luk ของฉันมันถึงเยอะแบบนี้ล่ะ แสดงว่าฉันเป็นคนที่โชคดีเพราะพรแห่งผู้สร้างงั้นสิ แต่ถ้าไม่มีพรฉันก็มีมันเพียงแค่ 5 เท่านั้น” เอจิพึมพำออกมาเมื่อเห็นค่า Luk ของตนเองและอดไม่ได้ที่จะพึมพำออกมา

“ฉันนี่มันซวยจริงๆเลย”

หลังจากดูและทำความเข้าใจมันแล้วเขาก็ปิดสถานะลงไป ก่อนจะเงยหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างด้วยแววตาที่เด็กไม่สมควรจะมี มันเป็นแววตาที่ มีความสุข เศร้า สับสน แค้นเคือง ภายในแววตาคู่นั้น

“ในเมื่อฉันได้ย้อนเวลากลับมาแล้ว ฉันจะขอเปลี่ยนมันเอง เปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่าง ฉันจะไม่ยอมกลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว”

------

ค่า Str คือ ความแข็งแกร่งของร่างกาย

ค่า Agi คือ ความเร็วการเคลื่อนไหวหรือการตอบสนอง

ค่า Int คือ ความฉลาด ความคิด การตัดสินใจ

ค่า Luk คือ โชค

วิธีการหาเงิน (RW)

หลังจากที่ชายหนุ่มได้ตั้งปณิธานไปแล้ว เขาก็หันไปหยิบหนังสือภาษาอังกฤษเล่มเดิมขึ้นมาอีกครั้งเพื่อจะทดสอบอะไรบางอย่างที่ยังสงสัยอยู่

“ไหนๆก็ได้ทักษะภาษาอังกฤษมาแล้วต้องลองดูหน่อย” หลังจากที่เปิดหนังสือมาแล้วเอจิเริ่มยิ้มออกมาที่มุมปากอย่างช้าๆ

“รู้สึกเหมือนมันง่ายขึ้นนิดหน่อยเหมือนกัน ปกติแล้วฉันก็ค่อนข้างถูไถได้อยู่หรอกนะแต่นี่มันรู้สึกเหมือนอ่านออกไปซะทุกคำถึงจะต้องใช้เวลาทำความเข้าใจมันบ้างก็เถอะ”

หลังจากที่ลองอ่านดูแล้ว เอจิก็ค่อยๆเปิดไปทีละหน้าอย่างช้าๆ แต่แล้วก็มีเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นมาในหัวอีกครั้ง

[ทักษะ ภาษาอังกฤษ +0.1%]

“เป็นแบบนี้นี่เอง ยิ่งฉันอ่านมากเท่าไหร่ค่าประสบการณ์ทักษะของฉันจะก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ตอนนี้ก็มีอยู่ 22.9% แล้ว แสดงว่า 22.8% ก่อนหน้านี่คือความเข้าใจของฉันเองงั้นสิ งั้นก็ง่ายละสิทีนี้”

เอจิหัวเราะออกมาพร้อมกับเดินไปหยิบหนังสือภาษาอังกฤษเล่มอื่นๆเอามากองรวมกันไว้แล้วเริ่มอ่านไปเรื่อยๆจนจนลืมเวลา

[ทักษะ ภาษาอังกฤษ +0.1%]

[ทักษะ ภาษาอังกฤษ +0.1%]

[ทักษะ ภาษาอังกฤษ +0.1%]

[ทักษะ ภาษาอังกฤษ +0.1%]

…..

จวบจนเขากลับมารู้สึกตัวอีกครั้งหลังจากที่จมดิ่งกับการเพิ่มค่าประสบการณ์

“เฮ้อ นี่มันกี่โมงแล้วเนี่ยลืมตัวอ่านเพลินเกินไปซะได้” เอจิหยิบโทรศัพท์ที่วางไว้ข้างๆขึ้นมาดู

“บ่ายสามแล้ว นี่ฉันอ่านหนังสือตั้งแต่เช้าจนบ่ายเลยหรอเนี่ย คงมีความคืบหน้าไม่น้อยเลย..”

“สถานะ”

ชื่อ : เอจิ

อายุ : 18 ปี

อาชีพ : นักเรียน

Str : 8

Agi : 10

Int : 15>18 (ขึ้นมาเนื่องจากทำความเข้าใจภาษาอังกฤษ)

Luk : 5005

ทักษะ

- พรแห่งผู้สร้าง

- ภาษาอังกฤษ (ขั้นต้น) (94.6%)

ร้านค้า Lv.0

คะแนน 0

“94.6% ขึ้นมาเยอะเหมือนกันแฮะ ถือว่าคุ้มค่าที่อ่านตั้งนานล่ะนะ และดูเหมืิอนยิ่งอ่านก็ยิ่งอ่านไวขึ้นด้วยสิ ไม่อย่างงั้นเวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมงคงอ่านไม่ได้ถึง 6 เล่มหรอก”

เอจิเดินไปที่ชั้นวางหนังสือของเขาพร้อมกับนำหนังสือที่อ่านแล้วเก็บเข้าไปก่อนจะกลับมาที่เตียงเหมือนเดิมพร้อมกับทำท่าครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

“คราวนี้ก็ต้องคิดแล้วสิว่าจะไปหาเงินมาจากไหน บ้านเราแทบจะไม่มีเงินลำพังค่าเรียนค่ากินก็จะหมดไปอยู่แล้ว ดีนะที่มีบ้านที่คุณตาทิ้งไว้ให้แม่ไม่งั้นชีวิตคงลำบากกว่านี้อย่างไม่มีข้อสงสัยเลยล่ะ” เอจิถอนหายใจออกมาเบาๆเมื่อคิดถึงฐานะทางบ้านของตน

“ลำพังเพียงแค่แม่คงจะหาเงินมาเลี้ยงไม่ไหว ในตอนที่ฉันเรียนมหาวิทยาลัยแม่ก็ต้องไปกู้เงินมาส่งให้ฉันได้เรียนสูงๆ ไหนจะยัยมิกะที่กำลังจะขึ้น ม.ต้น ในเดือนหน้าอีก ฉันเองไม่อยากจะเห็นแม่ต้องลำบากอีกแล้ว”

หากเป็นเอจิสมัยก่อนก็คงจะกลับมาขึ้นห้องมาและนอนเล่นเกมไปวันๆ แต่นี่ไม่ใช่ เขาจะต้องหาวิธีที่จะหาเงินให้ไวที่สุด

“จริงสิ วันนี้ก็เพิ่งจะวันที่ 14 เองนิ อีก 2 วันก็จะเป็นวันนักเสี่ยงโชคแล้วนี่ *(วันหวยออกครับ ทุกวันที่ 1 กับ 16 ของทุกเดือน) ค่าโชคฉันสูงถึง 5,005 ซะด้วยสิลองไปซื้อหวยดีไหมนะ” พูดแล้วเอจิก็เดินไปหยิบกระปุกออมสินขึ้นมาและเทลงบนเตียงแล้วนับดู

“อืม 2,640 บาทงั้นหรอ เอาล่ะเอาเหรียญไปแลกกับแม่ก่อนก็แล้วกัน “พูดจบเอจิก็หอบเอาทั้งเหรียญต่างๆ รวมไปถึงแบงค์ยี่สิบลงไปข้างล่างและก็พอดีกับที่เห็นแม่กลับมาบ้านพอดี

“แม่ครับ ผมขอแลกเงินหน่อยครับ”

หลังจากนั้นเอจิก็นำเงินไปแลกกับแม่แล้วก็ได้แบงค์พันมาสองใบ แม่เห็นเอจิเอาเงินมาแลกก็ถามขึ้นว่า

“แลกไปทำไมเยอะแยะล่ะลูก จะเอาไปซื้ออะไรอย่างงั้นเหรอ?”

“ไม่ได้เอาไปซื้ออะไรหรอกครับ แค่มันจะเต็มกระปุกแล้วแค่นั้นเอง เป็นไงผมเก็บเงินเก่งใช่หรือเปล่า แหะๆ”

“เก็บให้มันได้แบบนี้ตลอดก็แล้วกัน จะได้มีเงินใช้ในอนาคตเข้าใจนะเอจิ เดี๋ยวแม่จะไปอาบน้ำก่อนเย็นนี้อยากกินอะไรไหมลูก”แม่ถามขึ้นพร้อมกับยิ้มให้เอจิ

“แม่ทำอะไรก็อร่อยทุกอย่างนั้นแหละครับ ไปถามมิกะดูสิครับเผื่อน้องอยากกินอะไรเป็นพิเศษ” คุยกับแม่เสร็จเอจิก็เดินออกไปข้างนอกบ้านพร้อมกับปั่นจักรยานแม่บ้านไปตลาดนัดทันที

“เฮ้อ เด็กคนนี้นี่จริงๆเล้ย มิกะ! อยากกินอะไรเย็นนี้เป็นพิเศษไหมลูก” แม่ตะโกนถามมิกะที่ตอนนี้น่าจะนอนดูทีวีอยู่ในห้อง

…..

ณ ตลาดนัด

เอจิที่ปั่นจักรยานแม่บ้านมาก็ใช้เวลาไปประมาณสิบนาที เพราะตลาดห่างจากบ้านเอจิประมาณ 3 กิโล หลังจากปั่นมาถึงตลาดแล้วชายหนุ่มก็หาที่จอดจักรยานแล้วเดินทางเข้าตลาดไปทันที

“จำได้ว่าแผงขายหวยที่ตลาดมันอยู่ล็อคแรกสุดทางหน้าตลาดเลยสินะ หวังว่าค่าโชคที่สูงขนาดนี้จะช่วยให้ถูกหวยนะไม่งั้นเงินของฉันคงปลิวหายไปในอากาศทันที”

เอจิบ่นเสร็จแล้วก็เดินตรงเข้าไปหาแผงขายหวยที่อยู่ทางเข้าทันที หลังจากนั้นแล้วหยุดอยู่ที่แผงๆนึงเข้าหลังจากที่เดินผ่านมาหลายแผง

‘หืม แผงนี้ค่อนข้างสะดุดตาเอาแผงนี้ก็แล้วกัน แล้วจะเอาเลขอะไรดี’

เอจิคิดในใจแล้วแล้วจ้องไปที่หวยแต่ละชุดทันที แต่ไม่รู้ทำไมเขากลับไปสะดุดตากลับเลขๆหนึ่งที่ไม่น่าจะมีคนซื้อเลย แม้เขาจะจำไม่ได้ว่าหวยจะออกตัวไหนบ้าง เพราะมันทุกเดือนและก็ผ่านมากว่าสิบปีแล้ว

เขาจำได้แค่ว่ามีคนในหมู่บ้านถูกหวยเท่านั้น

“เอาชุดนี้ก็แล้วกัน ถึงจะไม่รู้ทำไมก็เถอะ” เลือกเสร็จเอจิก็หยิบเลขชุดนั้นมาทั้งชุดเลย

“น้องชายได้เลขเด็ดๆมาเหรอถึงได้เอาแค่ชุดนั้นทั้งชุดแบบนี้ แต่เลขมันออกจะ..” ผู้ชายคนหนึ่งถามขึ้น ผู้ชายคนนั้นเป็นเจ้าของแผงขายหวยแผงนี้ที่เอจิจะซื้อ

“ก็นิดหน่อยน่ะครับ พอดีฝันอะไรนิดหน่อยเลยลองมาซื้อดูถึงเลขมันจะเรียงแปลกๆก็เถอะ” พูดจบเอจิก็ยิ้มแห้งๆไปให้คนขายแล้วก็จ่ายเงินทันทีก่อนจะพูดคุยอะไรนิดหน่อยและเดินออกมา

“เป็นแบบนี้นี่เอง ถ้าอย่างงั้นพี่ก็ขอให้น้องชายถูกหวยก็แล้วกันนะ” คนขายพูดแล้วยิ้มไปทางเอจิพลางโบกมือให้

“ทีนี้ฉันก็ซื้อมาแล้ว ที่เหลือก็คงต้องลุ้นเอาล่ะนะว่าไอ้ค่าโชคที่สูงลิ่วของฉันนั้นมันจะเยอะจริงไหม ไม่งั้นก็คงต้องหาวิธีอื่นในการหาเงินสะแล้ว”

….

วันที่ 16 สิงหาคม 2008 , ณ บ้านเอจิ เวลา 16.08 น.

“วันนี้แล้วสินะ มาดูกันว่าฉันจะรวยหรือจะเสียเงินทิ้ง”

เอจิพูดขึ้นมาพร้อมกับหยิบโทรศัพท์เก่าๆขึ้นมาเปิดดูผลการประกาศรางวัล พอเลื่อนรางวัลขึ้นไปสักพัก เอจิเริ่มเหงื่อไหลชุ่ม ตาเบิกกว้างขึ้นพร้อมกับหันไปมองหวยชุดที่ตัวเองซื้อไว้พร้อมกับเช็คซ้ำไปซ้ำมาอยู่หลายรอบ

“ร..รางวัลที่ 1 ไอ้เลข 123456 เนี่ยนะ”

เอจิพูดถึงด้วยเสียงสั่นๆพร้อมกับคำนวณเงินที่ถูกรางวัลอย่างรวดเร็ว

“ร้อยล้านจริงดิ…นี่ฉันถูกรางวัลร้อยล้านงั้นหรอ ยะฮู้วววว อุ้บ!” เอจิพูดขึ้นมาและกระโดดโลดเต้นยกใหญ่แต่ก็ต้องเอามือปิดปากตัวเองไว้เดี๋ยวคนอื่นจะรู้เรื่อง

“ขอบคุณค่าโชค 5,005 ที่ทำให้ฉันถูกรางวัล นี่ไม่ใช่อะไรที่จะดูถูกเลย ขอบคุณครับพระผู้เป็นเจ้า”

“ต้องไปขึ้นเงินแล้ววว !”

พูดจบเอจิพุ่งออกไปข้างนอกเพื่อที่จะมาขึ้นเงินที่กองฉลากอย่างรวดเร็ว

…..

ณ กองฉลาก

เอจิมองดูรอบๆอย่างละเอียดเผื่อว่าจะมีคนอยู่แถวนี้ ทั้งนักข่าวหรือว่านักเลงที่อาจจะมาดักอยู่แถวนี้ เมื่อเห็นว่าไม่มีคนอยู่เขาก็เดินตรงเข้าไปข้างในทันที

“ผมมาขึ้นเงินครับ”

เอจิพูดด้วยสีหน้านิ่งๆให้กับพนักงาน แต่ในใจนั้นตื่นเต้นซะยิ่งกว่าสอบได้ที่หนึ่งของชั้นปีซะอีก

“ค่ะ รอสักครู่นะคะ”

พนักงานสาวรับและมองดูไปที่เลขเหล่านั้นด้วยความตกใจพร้อมกับหันหน้ามามองเอจิอีกครั้ง สักพักพนักงานสาวก็เดินกลับเข้าไปในห้อง ประมาณ 4-5 นาที หล่อนก็เดินออกมาพร้อมกับยื่นของบางอย่างให้และพูดด้วยรอยยิ้มว่า

“นี่ค่ะ เช็คเงินสดจำนวน 98 ล้านบาท พร้อมกับหักค่าภาษีเรียบร้อยแล้วค่ะ”

“ขอบคุณมากครับ”

เอจิเมื่อได้รับเช็คมาแล้วเขาก็รีบตรงไปที่ธนาคารใกล้ๆทันทีเพื่อที่จะไปขึ้นเงินพร้อมกับเปิดบัญชีของธนาคารที่นั่นเลยด้วย

“มีอะไรให้ช่วยไหมคะ” พนักงานถามเอจิด้วยรอยยิ้มเมื่อเห็นชายหนุ่ม

“มาขึ้นเงินและก็เปิดบัญชีพร้อมกับทำบัตรด้วยครับ” เอจิยื่นเช็คให้กับพนักงานด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยอีกตามเคย

พนักงานหันไปมองเช็คด้วยความตะลึง สักพักสีหน้าของพนักงานก็กลับมายิ้มเหมือนเดิมนั่นแสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพในการบริการของเธอ

“รอสักครู่นะคะ” พนักงานเดินเข้าไปตรวจเช็คไม่นานก็เดินกลับมา

“ค่ะ ของจริงเพราะฉะนั้นกรอกรายละเอียดลงในเอกสารนี่ให้ครบด้วยนะคะ” เอกสารที่พนักงานสาวเอามาให้คือเอกสารการทำบัญชีธนาคารพร้อมกับบัตร ATM

เอจิรับมาพร้อมกับกรอกเอกสารให้ครบโดยใช้เวลาประมาณห้านาที พร้อมกับส่งคืนให้กับพนักงานเหมือนเดิม ไม่นานพนักงานก็เดินออกมาพร้อมกับสมุดบัญชีธนาคารและบัตรเครดิตสีดำยื่นให้กับเอจิ

“นี่มันบัตรเครดิตนี่ครับ?”

“ค่ะ เป็นบัตรเครดิตของลูกค้า VIP ค่ะ เพราะว่าคุณมีเงินในธนาคารเกิน 10 ล้านบาท ทางธนาคารจึงออกบัตรเคดิตให้ฟรี”

พนักงานพูดพร้อมกับย้ิมมาทางเอจิอย่างตื่นเต้น เพราะว่าคนส่วนใหญ่ที่มีบัตรเครดิตนี้นั้นจะมีเงินเก็บอยู่ประมาณ 20-30 ล้านเพียงเท่านั้น เอจินับว่าเป็นลูกค้าสำคัญของทางธนาคารเลยก็ว่าได้

“อ่าครับ งั้นพอจะทราบไหมครับว่าจะหาซื้อบ้านและที่ดินได้ที่ไหนบ้าง?”

เอจิถามออกไป เพราะว่าเอจินั้นหลังจากที่มีเงินเขาต้องการจะทำธุรกิจของตัวเอง เขามีความคิดแบบนี้ตั้งแต่ชีวิตที่แล้วแต่เพราะว่าเขานั้นไม่ได้มีเงินเยอะแยะจึงไม่สามารถทำได้ แต่คราวนี้มันไม่ใช่ เขามีเงินแล้วและเขาจะไม่ยอมไปก้มหัวเป็นลูกน้องให้โดนกดขี่แบบนั้นอีกแล้ว

“ถ้าต้องการที่ดินกับบ้านล่ะก็ ทางธนาคารมีที่ดินหลุดมาเยอะเลยค่ะ เพราะช่วงฟองสบู่แตกมีนักธุรกิจหลายคนที่นำที่ดินมาขายไว้เยอะพอสมควรเพราะงั้นเชิญทางนี้เลยค่ะ เดี๋ยวฉันจะพาไปพบผู้จัดการ”

‘ดีเลยแบบนี้ หลังจากที่วิกฤตฟองสบู่แตกนั้นทำให้ที่ดินตอนนี้น่าจะราคาไม่สูง ฉันอาจจะซื้อเก็บไว้เก็งกำไรได้บ้างในอนาคต’

เอจิคิดแล้วก็ได้แต่ยิ้มอยู่ภายในใจ เพราะว่าหลังจากที่พ้นวิกฤตฟองสบู่แตกนั้นที่ดินจะเริ่มมีราคาที่สูงขึ้นหลายเท่าตัว เพราะงั้นถ้าเขารีบซื้อที่ดินที่อยู่ภายในเมืองล่ะก็คงจะขายได้ในราคาสูงในอนาคต

ติ๊ง!

[ภารกิจ : ต่อรองราคา

รายละเอียด : คุณต้องต่อรองราคาที่ดินกับผู้จัดการในเวลาที่จะถึงนี้

รางวัล : คะแนน 100 , ทักษะ โน้มน้าวจิตใจ]

“เอ๊ะ!”

ภารกิจแรก (RW)

[ภารกิจ : ต่อรองราคาที่ดิน

คุณต้องต่อรองราคาที่ดินกับผู้จัดการหน้าเลือดในเวลาที่จะถึงนี้

รางวัล : คะแนน 100 , ทักษะ โน้มน้าวจิตใจ]

“เอ๊ะ!” เอจิอุทานออกมาหลักจากที่เห็นหน้าต่างภารกิจเด้งขึ้นมา

‘ภารกิจเหรอ นี่มันจะเหมือนเกมเกินไปแล้วว แต่แบบนี้สิถึงจะสนุกแต่ว่าไอ้ต่อรองราคาเนี่ยสงสัยภารกิจจะมีขึ้นตามสถานการณ์ต่างๆสินะ แถมภารกิจแรกก็เจอคนหน้าเลือดซะได้’

เอจิบ่นในใจแต่ทว่าใบหน้านั้นยังคงนิ่งเงียบอยู่เหมือนเดิม

‘จะว่าไปของรางวัลเป็น 100 คะแนนกับทักษะโน้มน้าวจิตใจน่าสนใจดีแฮะ ตอนที่เช็คดูสถานะก็เห็นร้านค้าอยู่หรอกนะ แต่ก็ยังไม่ได้เปิดดูเลยกลับบ้านไปสงสัยต้องเปิดดูหน่อย’

“ถึงแล้วค่ะ” พนักงานหันมาพูดแล้วเคาะประตูห้องผู้จัดการ

ก๊อก! ก๊อก!

“เข้ามา” เสียงภายในห้องดังขึ้น

จากนั้นพนักงานก็เดินนำเอจิเข้าไปภายในห้องของผู้จัดการธนาคารแห่งนี้ เอจิที่เดินตามเข้าไปได้มองดูภายในห้องเล็กน้อยแล้วก็เห็นผู้ชายวัยกลางคนร่างอ้วนท้วมใส่ชุดสูทไม่ผูกไทด์ ผมสั้นสีดำถูกหวีไว้อย่างเป็นระเบียบ อายุก็น่าจะพอๆกับแม่ของตนกำลังนั่งอ่านเอกสารอยู่บนโต๊ะ

พนักงานกับเชิญเอจินั่งตรงข้ามกับหัวหน้าของตน

“ผู้จัดการคะ คือว่าคุณเอจิเขาต้องการดูบ้านกับที่ดินค่ะ” พนักงานสาวรีบบอกจุดประสงค์ของเอจิให้หัวหน้าเธอฟังฟังทันที

ชายร่างอ้วนหันหน้าไปรับฟังลูกน้องบอกจุดประสงค์ของชายหนุ่มตรงหน้าก่อนจะพยักหน้ารับรู้และพูดออกมาว่า

“โอ้ งั้นก็มาถูกที่แล้วล่ะครับ เพราะว่าที่ธนาคารแห่งนี้มีทั้งที่ดิน เกาะและบ้านที่นักธุรกิจหลายคนนำมาขายให้กับทางเรา ไม่ทราบว่าคุณเอจิสนใจแบบไหนงั้นเหรอครับ” ผู้จัดการถูมือพร้อมกับยิ้มราวกับเหยี่ยวที่จ้องจะจับหนูไปทางเอจิ

‘ดูท่าจะหน้าเลือดจริงๆด้วยแฮะ เก็บอาการหน่อยสิลุง’ เอจิที่ใบหน้านิ่งเฉยเมื่อเห็นรอยยิ้มที่ดูเจ้าเล่ห์ของผู้จัดการก็อดไม่ได้ที่จะด่าอยู่ในใจ

“คือว่าขอผมดูทั้งหมดได้ไหมครับ จะได้ตัดสินใจถูกว่าจะเอายังไง?”

“ได้ครับไม่มีปัญหา ริสาเธอไปเอารูปของแต่ละที่มาให้คุณเอจิหน่อย เอามาทั้งหมดเลยนะ”

“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ”

พนักงานสาวคนที่มาพร้อมกับเอจิพูดขึ้นมาพร้อมกับเดินไปที่ตู้เก็บโฉนด ผ่านไปสักพักเธอกลับมาพร้อมกับเอกสารหลายสิบใบพร้อมกับรูปภาพสถานที่ต่างๆ มาวางเรียงไว้ตรงหน้าของเอจิพร้อมกับพูดขึ้นว่า

“นี่ค่ะคุณเอจิ นี่คือรูปภาพของที่ดินทั้งหมดที่ธนาคารเรามีค่ะ ถ้าหากสนใจอันไหนโปรดบอกได้เลยนะคะ”

“ครับ” เอจิตอบรับสั้นๆก่อนจะกวาดตามองไปยังที่ดินต่างๆ พร้อมกับค่อยๆเลือกดูทีละอย่าง

‘เจ้าเด็กคนนี้เล่นมาขอดูทั้งหมดแบบนี้แสดงว่ามันคงจะซื้อบ้างล่ะ เราอาจจะพอเก็งราคามันได้ไม่มากก็น้อย’ ผู้จัดการยิ้มเยาะในใจเมื่อเห็นเอจิมองดูที่ดินอย่างตั้งใจ

‘นี่จ้องแบบนั้นอย่างกับฉันไม่รู้ว่าลุงกำลังจะทำอะไร ชีวิตก่อนอย่างน้อยฉันก็จบบริหารธุรกิจนะเว้ย’

เอจิที่ทำเป็นไม่รู้เรื่องและยังคงกวาดตามองที่ดินอยู่เหมือนเดิม ทว่ามันก็น่าแปลกใจที่ที่ดินแต่ละที่นั้นมีแต่ที่ดีๆทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นที่ดินใจกลางกรุงเทพ เชียงใหม่หรือบ้านต่างอากาศที่พัทยา รวมไปถึงที่ดินบนเกาะล้านอีกด้วยมันทำให้เอจิจิตใจพองโตเป็นอย่างมาก

เพราะว่าในอนาคตนั้นที่ดินแถบนั้นจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยงชื่อดังทั้งนั้น ที่ดินจะมีราคาที่สูงเสียดฟ้าแทบจะทุกที่เลยก็ว่าได้ เอจิเลือกที่ดินใจกลางเมืองกรุงเทพ ที่ดินเปล่าริมทะเลที่พัทยา แล้วก็ที่เกาะล้านมาสามที่มาวางไว้ข้างหน้า

“ผมเลือกได้แล้วครับทั้งหมด 3 ที่นี้” เอจิยื่นให้ผู้จัดการดูด้วยรอยยิ้ม

“โอ้ คุณเอจิตาถึงเหมือนกันนะครับ เพราะว่าที่ดินแถบนี้เป็นที่ๆดีมาก ราคามันเลยแพงกว่าที่อื่นอยู่เล็กน้อย” ผู้จัดการพูดพลางหันไปหาเอจิแล้วยิ้มให้แล้วพูดต่อว่า

“ทั้งสามที่นี้ ราคารวมแล้ว 60 ล้านบาทพอดีเลยครับ” ผู้จัดการสรุปราคาให้เอจิฟังพลางยิ้มเยาะในใจ

‘จะได้เงินส่วนต่างก็คราวนี้แหละ เจ้าเด็กน้อยใครบอกให้แกมาซื้อที่ดินคนเดียวกันล่ะ ช่วยไม่ได้นะ’

‘เหอะ ราคาขนาดนี้มันถูกกว่าที่ดินในชีวิตก่อนไม่กี่ล้านเองนี่ ผู้จัดการคนนี้หน้าเลือดชิบ’ เอจิก่นด่าในใจกับที่ผู้จัดการโก่งราคาของที่ดินเพียงเพราะคิดว่าเขานั้นเป็นเด็ก

เอจิขมวดคิ้วแล้วมองไปที่ผู้จัดการร่างท้วมแล้วตอบกลับด้วยหน้าเรียบเฉยว่า

“ผมว่ามันแพงไปหน่อยนะครับผู้จัดการ เห็นผมแบบนี้ผมก็เรียนบริหารนะครับไม่ใช่เด็กที่อยากมาซื้อของเล่นที่จะไม่ได้รู้ราคามันเลย เอางี้ ผมขอซื้อทั้งสามที่นี้ในราคา 50 ล้าน แต่ถ้าไม่ได้ผมก็จะเลือกซื้อเพียงแค่ที่เดียวเท่านั้น”

เอจิพูดแล้วยิ้มไปให้ผู้จัดการ แน่นอนว่าที่บอกเรียนบริหารนั้นเป็นเรื่องจริง…แต่เป็นชีวิตที่แล้วนะ

“อึก!”

ผู้จัดการถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่อรู้ว่าเด็กคนนี้มีการศึกษาแล้วยังหาข้อมูลมาพร้อม แหงล่ะ ก็เพียงแค่มองจากชุดที่เอจิใส่อยู่ก็เหมือนกับคนธรรมดาคนหนึ่ง น่าจะเรียน ม.ปลาย ไม่คิดเลยว่าจะอยู่ในระดับมหาลัยแล้ว

ความจริงเขาควรจะรู้ด้วยซ้ำว่าคนที่มีเงินในบัญชีเป็นสิบๆล้านก็ไม่น่าจะโง่อยู่แล้ว

“58 ล้านครับผมลดได้เท่านี้ หากคุณเห็นสถานที่จริงราคาแค่นี้ผมว่ามันก็พอดีนะครับ”

‘เห็นทีคงต้องใช้ไม้เด็ดแล้วสิ’ เอจิคิดก่อนจะถอนหายใจเล็กน้อยและพูดขึ้นมาอย่างช้าๆ

“แต่ว่านะครับผู้จัดการ ผมไปอีกธนาคารนึงมาแล้วและที่นั่นก็มีที่ดินแบบนี้เหมือนกัน ทำเลก็ดีเหมือนกัน แต่ราคาที่นั่นกลับถูกกว่านี้มาก เห็นทีผมคงต้องกลับไปซื้อที่นั่นแล้วล่ะครับแบบนี้” เมื่อพูดจบเอจิก็ลุกขึ้นพร้อมกับจะเดินออกไปข้างนอก

“เอ่อเดี๋ยวครับ! เรื่องนั้นเราพอจะคุยกันได้อยู่นะครับ ผมจะยอมขายให้ในราคาทุนเลยก็ได้”

‘50 ล้านงั้นเหรอ ถึงจะขายไปในราคานี้ฉันก็ยังได้กำไรอยู่ไม่น้อย แต่ถ้าเขาไม่ซื้อเลยล่ะก็ฉันก็ไม่ได้อะไรเลยเหมือนกัน’ ผู้จัดการคิดถึงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นถ้าหากเอจิไม่ซื้อ แทนที่จะเป็นสามที่ที่เลือกไว้ในราคา 50 ล้าน

“ต้องขออภัยด้วยนะครับคุณเอจิ ผมจะขายให้ในราคา 50 ล้านตามที่คุณพูดไว้ก็แล้วกัน ถ้าอย่างนั้นเชิญมาทำสัญญากันที่ด้านนี้เลยครับ”

เอจิยิ้มขึ้นก่อนจะพูดว่า

“ได้ครับ”

จากนั้นทั้งคู่ก็ทำสัญญาซื้อขายพร้อมกับจ่ายเงินให้กับผู้จัดการก่อนที่จะปั่นจักรยานกลับบ้านด้วยรอยยิ้มราวกับผู้ชนะ

เมื่อมาถึงบ้านก็ค่ำมืดซะแล้ว เอจิเดินเข้ามาในบ้านเห็นแม่กับมิกะกำลังช่วยกันทำอาหารเย็นอยู่ถึงได้เดินขึ้นไปบนห้องพร้อมกับฮัมเพลงฮิตในอนาคตไปด้วย

ปัง เสียงปิดประตูดังขึ้นเอจิก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงพร้อมกับเอาสมุดบัญชีขึ้นมาดู ซึ่งตอนนี้มีเงินอยู่ 48 ล้าน ก่อนจะเก็บไว้ในลิ้นชักพร้อมกับเช็คสถานะตัวเอง

ติ๊ง!

[ภารกิจ : ต่อรองราคา เสร็จสิ้น]

[คุณได้รับ คะแนน 100 คะแนน]

[คุณได้รับ ทักษะ โน้มน้าวจิตใจ]

[คุณต้องการเรียนรู้ ทักษะ โน้มน้าวจิตใน หรือไม่ ?]

“ใช่” เอจิรีบตอบอย่างรวดเร็ว

[คุณได้รับทักษะ การโน้มน้าวจิตในขั้นต้น ค่าประสบการณ์ 5.1%]

ฟู้ว~ ความรู้บางอย่างไหลเข้ามาในสมองจนเอจิจะต้องถอนหายใจออกมาอย่างไม่รู้ตัว

“ไหนลองดูสถานะหน่อยละกัน”

‘สถานะ’

ชื่อ เอจิ

อายุ 18 ปี

อาชีพ นักเรียน

Str : 8

Agi : 10

Int : 18

Luk : 5005

ทักษะ

- พรแห่งผู้สร้าง

- ภาษาอังกฤษ (ขั้นต้น) (94.6%)

- โน้มน้าวจิตใจ (ขั้นต้น) (5.1%)

ร้านค้า Lv.0

คะแนน 100

“ตอนนี้ฉันก็มีอยู่ 100 คะแนนแล้วและได้มาอีก 1 ทักษะ ทักษะโน้มน้าวจิตใจน่าจะเป็นประโยชน์กับธุรกิจในอนาคตแน่นอน”

เอจิพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม หลังจากที่เช็คสถานะเสร็จแล้วเอจิก็ได้ไปอาบน้ำลงไปกินข้าวข้างล่างพร้อมกับครอบครัวด้วยรอยยิ้ม

‘เอจิ/พี่เอจิ วันนี้ดูอารมณ์ดีจังเลยแฮะ’ แม่กับมิกะเมื่อเห็นท่าทางยิ้มแย้มของเอจิก็อดไม่ได้ที่จะสงสัยภายในใจ

หลังจากพูดคุยกันเล็กน้อยและกินข้าวเย็นกันเสร็จหมดแล้วเอจิก็ขอตัวขึ้นไปบนห้องของตนเอง เมื่อขึ้นมาแล้วเขาก็ได้ล้มตัวลงนอนบนเตียงในขณะที่กำลังคิดว่า

‘พรุ่งนี้จะทำอะไรดีนะเงินก็มีแล้ว ที่ดินในอนาคตก็มีแล้ว…ถือเป็นการเริ่มต้นที่ตัวฉันในชีวิตก่อนไม่มีทางทำได้เลย’

หลังจากที่คิดไปสักพักเอจิก็หลับไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากความเหนื่อยล้าที่เกิดขึ้นในจิตใจของเขา

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...