โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิด 5 ประเด็นสำคัญต้องรู้ ใน การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ 2567

การเงินธนาคาร

อัพเดต 26 ต.ค. 2567 เวลา 14.50 น. • เผยแพร่ 26 ต.ค. 2567 เวลา 06.00 น.

เปิด 5 ประเด็นสำคัญที่ควรรู้ ใน การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ 2567 ระหว่าง คามาลา แฮร์ริส และ โดนัลด์ ทรัมป์ คะแนนสุดสูสีที่ต้องวัดใน Swing State

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ 2567 (US President Election 20224) จะมีขึ้นในวันที่ 5 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นการกลับมาแก้มืออีกครั้งของนายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ ที่ท้าชิงกับ นางคามาลา แฮร์ริส ผู้ที่ลุ้นตำแหน่งประธานาธิบดีหญิงคนแรกของสหรัฐ

การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการท้าชิงที่ดุเดือดมากที่สุดครั้งหนึ่ง และ "การเงินธนาคาร" จะพาไปเปิดประเด็น 5 ประเด็นน่ารู้ สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้

ใครคือผู้ท้าชิง

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ 2567 มีผู้ท้าชิง 2 คน คือ นางคามาลา แฮร์ริส แคนดิเดตจากพรรคเดโมแครต และ นายโดนัลด์ ทรัมป์ แคนดิเดตจากพรรครีพับลิกัน โดยนายทรัมป์ ซึ่งเป็นอดีตประธานาธิบดี คือผู้ที่ประกาศตัวลงชิงเลือกตั้งครั้งนี้ตั้งแต่แรก ส่วนนางแฮร์ริส รองประธานาธิบดี ได้ถูกเลือกให้เป็นตัวแทนพรรคเดโมแครต หลังจากที่นายโจ ไบเดน ถอนตัวลงจากการเป็นผู้สมัคร

ในช่วงก่อนที่นายไบเดนจะถอนตัวนั้น นายทรัมป์มีคะแนนนำในแทบทุกโพล แต่เมื่อนางแฮร์ริสก้าวขึ้นมาแทน คะแนนนิยมของเธอก็พลิกขึ้นนำเหนือนายทรัมป์ อย่างไรก็ตาม ยิ่งใกล้ช่วงโค้งสุดท้าย คะแนนของทั้งสองก็ยิ่งสูงสีขึ้นเรื่อย ๆ โดยโพลจากหลายสำนักพบว่าทั้งคู่มีคะแนนทิ้งห่างกันไม่มาก และผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้นับว่าสูสีที่สุด นับตั้งแต่การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ปี 2503 ระหว่างนายจอห์น เอฟ เคนเนดี จากพรรคเดโมแครต และนายริชาร์ด นิกสัน จากพรรครีพับลิกัน

การลงคะแนนและการนับคะแนน

ในปีนี้ การลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า ทั้งแบบไปลงคะแนนด้วยตนเองและลงคะแนนผ่านทางไปรษณีย์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน จนถึงวันที่ 26 ตุลาคม ก่อนจะถึงวันเลือกตั้งในวันที่ 5 พฤศจิกายน โดยเวลาปิดคูหาเลือกตั้งจะแตกต่างกันไปในแต่ละรัฐ

โดยปกติแล้วจะปิดคูหาและเริ่มต้นนับคะแนนในเวลา 19.00 น. เป็นต้นไป และไม่สามารถระบุได้แน่ชัดเช่นกันว่าการนับคะแนนจะสิ้นสุดเมื่อใด เนื่องด้วยเขตเวลาที่แตกต่างกันถึง 4 เขตเวลา นอกจากนี้แล้ว รัฐที่อยู่ห่างไกล 2 รัฐ คือ อะลาสกา และ ฮาวาย ต่างมีเขตเวลาที่แตกต่างกันเป็นของตัวเอง ซึ่งจะเริ่มลงคะแนนช้าและปิดคูหาช้ากว่ารัฐอื่น ๆ ใน 4 เขตเวลา

Electoral Vote

คณะผู้เลือกตั้ง (Electoral College) คือ กลุ่มบุคคลพรรคการเมืองเสนอชื่อให้เป็นตัวแทนรัฐนั้น ๆ โดยประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจะลงคะแนนเสียงเลือกตัวแทนเหล่านั้น ซึ่งตัวแทนเหล่านั้นคือผู้เลือกประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดี โดยคะแนนเสียงดังกล่าวเรียกว่า คะแนนเสียงของคณะผู้เลือกตั้ง (Electoral Vote) ซึ่งคะแนนเสียงจะแตกต่างกันในแต่ละรัฐ

คณะผู้เลือกตั้งทั้งหมด มีทั้งหมด 538 เสียง ซึ่งก็คือจำนวนที่นั่งในรัฐสภา รวมทั้งวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร และผู้ที่จะชนะการเลือกตั้งจะต้องได้คะแนนเสียงข้างมาก นั่นก็คือ 270 เสียงขึ้นไป

จำนวนคะแนน Electoral Vote ในแต่ละรัฐและเขตเลือกตั้ง โดยเรียงจากมากที่สุดไปน้อยที่สุด ได้แก่

  • แคลิฟอร์เนีย 54 เสียง
    • เทกซัส 40 เสียง
    • ฟลอริดา 30 เสียง
    • นิวยอร์ก 28 เสียง
    • เพนซิลเวเนีย 19 เสียง (รัฐสมรภูมิเลือกตั้ง)
    • อิลลินอยส์ 19 เสียง
    • โอไฮโอ 17 เสียง
    • จอร์เจีย 16 เสียง (รัฐสมรภูมิเลือกตั้ง)
    • มิชิแกน 15 เสียง (รัฐสมรภูมิเลือกตั้ง)
    • นอร์ทแคโรไลนา 15 เสียง (รัฐสมรภูมิเลือกตั้ง)
    • นิวเจอร์ซีย์ 14 เสียง
    • เวอร์จิเนีย 13 เสียง
    • วอชิงตัน 12 เสียง
    • แอริโซนา 11 เสียง (รัฐสมรภูมิเลือกตั้ง)
    • เทนเนสซี 11 เสียง
    • แมสซาชูเซตส์ 11 เสียง
    • อินเดียนา 10 เสียง
    • มิสซูรี 10 เสียง
    • วิสคอนซิน 10 เสียง (รัฐสมรภูมิเลือกตั้ง)
    • แมริแลนด์ 10 เสียง
    • มินนิโซตา 10 เสียง
    • โคโลราโด 10 เสียง
    • เซาท์แคโรไลนา 9 เสียง
    • แอละบามา 9 เสียง
    • เคนทักกี 8 เสียง
    • ลุยเซียนา 8 เสียง
    • โอคลาโฮมา 7 เสียง
    • ออริกอน 8 เสียง
    • คอนเนตทิคัต 7 เสียง
    • อาคันซอ 6 เสียง
    • ไอโอวา 6 เสียง
    • เนวาดา 6 เสียง (รัฐสมรภูมิเลือกตั้ง)
    • แคนซัส 6 เสียง
    • ยูทาห์ 6 เสียง
    • มิสซิสซิปปี 6 เสียง
    • เนแบรสกา 5 เสียง
    • นิวเม็กซิโก 5 เสียง
    • เวสต์เวอร์จิเนีย 4
    • ฮาวาย 4 เสียง
    • ไอดาโฮ 4 เสียง
    • เมน 4 เสียง (แบ่งออกเป็น 4 เขต)
    • นิวแฮมป์เชียร์ 4 เสียง
    • มอนแทนา 4 เสียง
    • โรดไอแลนด์ 4 เสียง
    • เซาท์ดาโกตา 3 เสียง
    • นอร์ทดาโกตา 3 เสียง
    • อะลาสกา 3 เสียง
    • เวอร์มอนต์ 3 เสียง
    • เดลาแวร์ 3 เสียง
    • ไวโอมิง 3 เสียง
    • ดิสทริคออฟโคลัมเบีย (ดีซี) 3 เสียง

Swing State

ด้วยความที่้ทั้งพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันต่างมีรัฐที่เป็นฐานเสียงของตนเอง ดังนั้นรัฐที่ไม่เป็นฐานเสียงของพรรคใดพรรคหนึ่ง หรือที่เรียกว่า Swing State หรือรัฐสมรภูมิเลือกตั้ง จึงมีความสำคัญอย่างมาก โดย Swing State จะเปลี่ยนไปในการเลือกตั้งแต่ละครั้ง ซึ่งในครั้งนีมี 7 รัฐ ได้ แก่ เพนซิลเวเนีย จอร์เจีย มิชิแกนนอร์ทแคโรไลนา แอริโซนา วิสคอนซิน และเนวาดา

การเลือกตั้งในครั้งนี้นับว่าสูสีมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐ โดยยากที่จะฟันธงได้ว่าใครได้เปรียบมากกว่า เนื่องจากโพลเลือกตั้งแทบทุกสำนักบ่งชี้ว่ามีคะแนนใกล้เคียงกันมาก ดังนั้นคะแนนเสียงจาก Swing State จึงสามารถพลิกผลเลือกตั้งและกำหนดผู้ชนะได้ นอกจากนี้แล้ว ในการเลือกตั้ง 6 ครั้งที่ผ่านมานั้น ผู้ชนะต่างกวาดคะแนนจาก Swing State ได้เป็นส่วนใหญ่

อะไรจะเกิดขึ้น หากไม่มีใครได้เสียงข้างมาก ?

หากเกิดกรณีที่ทั้งนางแฮร์ริสและนายทรัมป์ ต่างไม่สามารถได้รับคะแนนเสียงส่วนใหญ่ หรือ 270 เสียง จากการเลือกตั้งครั้งนี้ ข้อมูลจากหอจดหมายแห่งชาติสหรัฐ ระบุไว้ว่า หากไม่มีผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีคนใดได้รับคะแนนเสียงเลือกส่วนใหญ่ กระบวนการเลือกตั้งจะย้ายไปยังรัฐสภาแทน

สภาผู้แทนราษฎรจะเลือกประธานาธิบดีจากผู้สมัครทั้ง 2 คน โดยคณะผู้แทนของแต่ละรัฐในสภาผู้แทนราษฎรจะมีสิทธิ์ลงคะแนนเสียง 1 เสียง และแต่ละรัฐจะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะลงคะแนนเสียงอย่างไร โดยผู้ชนะจะต้องได้คะแนนเสียงขั้นต่ำ 26 เสียง ซึ่งดิสทริคออฟโคลัมเบียซึ่งไม่ใช่รัฐ จึงไม่สามารถเข้าร่วมการลงคะแนนเสียงนี้ได้

สำหรับรองประธานาธิบดีนั้น ผู้ลงคะแนนเสียงคือสมาชิกวุฒิสภา โดยวุฒิสมาชิกแต่ละคนจะลงคะแนนเสียงได้คนละ 1 เสียง และผู้สมัครจะต้องได้คะแนนเสียงอย่างน้อย 51 เสียง จึงจะชนะ

ทั้งนี้ หากสภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถตัดสินใจเลือกประธานาธิบดีได้ ภายในวันเข้ารับตำแหน่ง รองประธานาธิบดีที่ได้รับเลือกจะทำหน้าที่เป็นรักษาการประธานาธิบดี จนกว่าสภาจะตัดสินใจได้

ข้อมูลจาก : archives.gov , bbc.com/ , edition.cnn.com , edition.cnn.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ โพลเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ 2024 ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...